ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นโท ระดับประถมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕

๑. การบูชามีกี่ประเภท ?

  1. ๑ ประเภท
  2. ๒ ประเภท
  3. ๓ ประเภท
  4. ๔ ประเภท

๒. การบูชาด้วยสิ่งของเรียกว่าอะไร ?

  1. ปฏิปัตติบูชา
  2. อามิสบูชา
  3. ธรรมบูชา
  4. สังฆบูชา

๓. การบูชาที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญคือข้อใด ?

  1. ปฏิปัตติบูชา
  2. อามิสบูชา
  3. ธรรมบูชา
  4. สังฆบูชา

๔. การต้อนรับเรียกว่าอะไร ?

  1. ปฏิสันถาร
  2. กัมมัฏฐาน
  3. คารวะ
  4. ปฏิการะ

๕. ข้อใดจัดเป็นอามิสปฏิสันถาร ?

  1. สนทนาธรรม
  2. ต้อนรับตามฐานะ
  3. ให้น้ำดื่ม
  4. ถามถึงธุระ

๖. ข้อใดจัดเป็นธัมมปฏิสันถาร ?

  1. ให้คำแนะนำที่ดี
  2. ให้อาหาร
  3. ให้น้ำดื่ม
  4. ให้ที่พัก

๗. กามวิตกเป็นเหตุให้ละเมิดศีลข้อใด ?

  1. ปาณาติบาต
  2. อทินนาทาน
  3. กาเมสุมิจฉาจาร
  4. มุสาวาท

๘. วิหิงสาวิตกมีอะไรเป็นมูล ?

  1. ราคะ
  2. โทสะ
  3. โลภะ
  4. โมหะ

๙. คนถูกวิตกใดครอบงำจึงคิดอาฆาตปองร้ายคนอื่น ?

  1. กามวิตก
  2. พยาบาทวิตก
  3. วิหิงสาวิตก
  4. อกุศลวิตก

๑๐. ความนึกคิดในเรื่องความดีเรียกว่าอะไร ?

  1. กุศลวิตก
  2. กุศลกรรมบถ
  3. กุศลมูล
  4. ถูกทุกข้อ

๑๑. ความนึกคิดที่จะไม่เบียดเบียนกันจัดเป็นกุศลวิตกใด ?

  1. เนกขัมมวิตก
  2. อพยาบาทวิตก
  3. อวิหิงสาวิตก
  4. ถูกทุกข้อ

๑๒. พระวินัยปิฎกว่าด้วยเรื่องอะไร ?

  1. ศีล
  2. สมาธิ
  3. ปัญญา
  4. ภาวนา

๑๓. นิทานชาดกต่างๆ ในพระไตรปิฎกมีอยู่ในปิฎกใด ?

  1. วินัยปิฎก
  2. สุตตันตปิฎก
  3. อภิธรรมปิฎก
  4. ถูกทุกข้อ

๑๔. ธรรมล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับบุคคลหรือเหตุการณ์มีอยู่ในปิฎกใด ?

  1. วินัยปิฎก
  2. สุตตันตปิฎก
  3. อภิธรรมปิฎก
  4. ถูกทุกข้อ

๑๕. พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาวโลกเป็นเวลากี่ปี ?

  1. ๑๕ ปี
  2. ๒๕ ปี
  3. ๓๕ ปี
  4. ๔๕ ปี

๑๖. พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาวโลกจัดเป็นจริยาใด ?

  1. พุทธัตถจริยา
  2. ญาตัตถจริยา
  3. โลกัตถจริยา
  4. ถูกทุกข้อ

๑๗. พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระญาติทะเลาะวิวาทกันจัดเป็นจริยาใด ?

  1. โลกัตถจริยา
  2. ญาตัตถจริยา
  3. พุทธัตถจริยา
  4. ถูกทุกข้อ

๑๘. การฝึกอบรมกาย วาจา ใจ เป็นความหมายของข้อใด ?

  1. สิกขา
  2. จริยา
  3. ปฏิปทา
  4. ภาวนา

๑๙. การฝึกอบรมจิตให้เป็นสมาธิจัดเป็นสิกขาใด ?

  1. อธิสีลสิกขา
  2. อธิจิตตสิกขา
  3. อธิปัญญาสิกขา
  4. ถูกทุกข้อ

๒๐. อานิสงส์ของการปฏิบัติตามหลักไตรสิกขาคือข้อใด ?

  1. กำจัดทุกข์
  2. กำจัดโรค
  3. กำจัดโศก
  4. กำจัดกิเลส

๒๑. ลักษณะที่มีเหมือนกันทุกคนหมายถึงข้อใด ?

  1. อนิจจลักษณะ
  2. ทุกขลักษณะ
  3. อนัตตลักษณะ
  4. สามัญญลักษณะ

๒๒. อนิจจตามีลักษณะเช่นใด ?

  1. ไม่เที่ยง
  2. เป็นทุกข์
  3. ไม่ใช่ตัวตน
  4. ถูกทุกข้อ

๒๓. ทุกขตามีลักษณะเช่นใด ?

  1. ไม่เที่ยง
  2. เป็นทุกข์
  3. ไม่ใช่ตัวตน
  4. ถูกทุกข้อ

๒๔. อนัตตตามีลักษณะเช่นใด ?

  1. ไม่เที่ยง
  2. เป็นทุกข์
  3. ไม่ใช่ตัวตน
  4. ถูกทุกข้อ

๒๕. พระอริยบุคคลมีกี่ลำดับชั้น ?

  1. ๑๐

๒๖. ผู้ไกลจากกิเลสโดยสิ้นเชิงหมายถึงพระอริยบุคคลในข้อใด ?

  1. พระโสดาบัน
  2. พระสกทาคามี
  3. พระอนาคามี
  4. พระอรหันต์

๒๗. คุณธรรมที่เป็นเหตุให้มีความสุขในภพหน้า เรียกว่าอะไร ?

  1. สัมปรายิกัตถะ
  2. ทิฏฐธัมมิกัตถะ
  3. ปรมัตถะ
  4. อธิฐานธรรม

๒๘. การช่วยเหลือผู้อื่นจัดเข้าในสัมปรายิกัตถประโยชน์ใด ?

  1. สัทธาสัมปทา
  2. สีลสัมปทา
  3. จาคสัมปทา
  4. ปัญญาสัมปทา

๒๙. เทศนาที่แสดงไปโดยลำดับเรียกว่าอะไร ?

  1. อนุปุพพีกถา
  2. ทานกถา
  3. สีลกถา
  4. สัคคกถา

๓๐. คนมีจิตใจตระหนี่ควรฟังอนุปุพพีกถาข้อใด ?

  1. กามาทีนวกถา
  2. ทานกถา
  3. สีลกถา
  4. สัคคกถา

๓๑. สีลกถาเหมาะแก่คนประเภทใด ?

  1. คนริษยา
  2. คนโหดร้าย
  3. คนลุ่มหลง
  4. คนตระหนี่

๓๒. คนประเภทไหนควรฟังกามาทีนวกถา ?

  1. คนริษยา
  2. คนตระหนี่
  3. คนโหดร้าย
  4. คนหมกมุ่นในกาม

๓๓. อุปสรรคที่ขัดขวางไม่ให้บุคคลประสบความสำเร็จเรียกว่าอะไร ?

  1. มาร
  2. ทุจริต
  3. อคติ
  4. อกุศลมูล

๓๔. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ จัดเป็นมารประเภทใด ?

  1. กิเลสมาร
  2. ขันธมาร
  3. มัจจุมาร
  4. อภิสังขารมาร

๓๕. คนทุจริต คิดมิชอบ เพราะถูกมารประเภทใดครอบงำ ?

  1. กิเลสมาร
  2. ขันธมาร
  3. มัจจุมาร
  4. อภิสังขารมาร

๓๖. คำว่า มาร เป็นโทษที่ล้างผลาญอะไร ?

  1. ความทุกข์
  2. ความเศร้า
  3. ความดี
  4. ความชั่ว

๓๗. ธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม รวมกันเป็นกายเรียกว่าอะไร ?

  1. รูป
  2. เวทนา
  3. สัญญา
  4. วิญญาณ

๓๘. วิญญาณในขันธ์ ๕ หมายถึงข้อใด ?

  1. ภูตผี
  2. ปีศาจ
  3. ความรู้อารมณ์
  4. ความจำ

๓๙. ความคิดสร้างสรรค์ จัดเป็นขันธ์ใด ?

  1. เวทนา
  2. สัญญา
  3. สังขาร
  4. วิญญาณ

๔๐. ข้อใดเป็นความหมายของธรรมคุณบทว่า สนฺทิฏฺิโก ?

  1. ผู้บรรลุเห็นได้เอง
  2. ไม่ล้าสมัย
  3. พิสูจน์ได้
  4. ควรน้อมมาปฏิบัติ

๔๑. คำว่า ไม่ประกอบด้วยกาล เป็นความหมายของธรรมคุณบทใด ?

  1. สนฺทิฏฺิโก
  2. อกาลิโก
  3. เอหิปสฺสิโก
  4. โอปนยิโก

๔๒. ข้อใดเป็นความหมายของธรรมคุณบทว่า โอปนยิโก ?

  1. ผู้บรรลุเห็นได้เอง
  2. ไม่ล้าสมัย
  3. พิสูจน์ได้
  4. ควรน้อมมาปฏิบัติ

๔๓. พุทธคุณบทว่า อรหํ แปลว่าอะไร ?

  1. ผู้รู้
  2. ผู้ตื่น
  3. ผู้เบิกบาน
  4. ผู้ไกลจากกิเลส

๔๔. ความรู้คู่คุณธรรมเป็นความหมายของพุทธคุณบทใด ?

  1. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน
  2. สุคโต
  3. โลกวิทู
  4. อนุตฺตโร

๔๕. เป็นผู้เสด็จไปดีแล้วเป็นความหมายของพุทธคุณบทใด ?

  1. อรหํ
  2. สุคโต
  3. โลกวิทู
  4. อนุตฺตโร

๔๖. เป็นผู้รู้แจ้งโลกเป็นความหมายของพุทธคุณบทใด ?

  1. อรหํ
  2. สุคโต
  3. โลกวิทู
  4. อนุตฺตโร

๔๗. สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการทำบุญเรียกว่าอะไร ?

  1. บุญกิริยาวัตถุ
  2. บุญกุศล
  3. บุญบารมี
  4. บุญวาสนา

๔๘. การทำบุญด้วยการให้สิ่งของจัดเป็นบุญกิริยาวัตถุใด ?

  1. ทานมัย
  2. สีลมัย
  3. ภาวนามัย
  4. ปัตติทานมัย

๔๙. การประพฤติดีงดเว้นความชั่วทางกายวาจาจัดเป็นบุญกิริยาวัตถุใด ?

  1. ทานมัย
  2. สีลมัย
  3. ภาวนามัย
  4. ปัตติทานมัย

๕๐. การชื่นชมยินดีในการทำความดีของผู้อื่นจัดเข้าในบุญกิริยาวัตถุใด ?

  1. ทานมัย
  2. สีลมัย
  3. ภาวนามัย
  4. ปัตตานุโมทนามัย
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.