ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นโท ระดับการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒

๑. กิเลสอันเป็นเหตุให้ใคร่ เรียกว่าอะไร ?

  1. วัตถุกาม
  2. กิเลสกาม
  3. กามคุณ
  4. กามฉันทะ

๒. คำตอบในข้อใด เป็นวัตถุกาม ?

  1. รูปสวย
  2. เสียงเพราะ
  3. กลิ่นหอม
  4. ถูกทุกข้อ

๓. ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ จัดเข้าในสุขข้อใด ?

  1. สุขทางกาย
  2. สุขทางใจ
  3. สุขอิงอามิส
  4. สุขไม่อิงอามิส

๔. รู้จักพอเพียง จัดเป็นสุขประเภทใด ?

  1. กายิกสุข
  2. เจตสิกสุข
  3. สามิสสุข
  4. นิรามิสสุข

๕. คนที่ถูกไฟคือราคะเผาลนจิตใจ มักคิดเรื่องใด ?

  1. กามารมณ์
  2. คิดแก้แค้น
  3. ไสยศาสตร์
  4. อาถรรพ์

๖. คนที่มักโกรธ อารมณ์เสีย เพราะถูกไฟชนิดใดแผดเผา ?

  1. ไฟราคะ
  2. ไฟโทสะ
  3. ไฟโมหะ
  4. ถูกทุกข้อ

๗. คนที่ไม่รู้จักบาปบุญคุณโทษ เพราะถูกไฟกองใดเผา ?

  1. ไฟราคะ
  2. ไฟโทสะ
  3. ไฟโมหะ
  4. ไฟริษยา

๘. ถือตนเป็นใหญ่ เป็นลักษณะของอธิปไตยใด ?

  1. อัตตาธิปไตย
  2. โลกาธิปไตย
  3. ธัมมาธิปไตย
  4. ประชาธิปไตย

๙. คำตอบในข้อใด เป็นความหมายของโลกาธิปไตย ?

  1. ถือตนเป็นใหญ่
  2. ถือเสียงข้างมาก
  3. ถือประเพณี
  4. ถือความถูกต้อง

๑๐. การปกครองที่ถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่ จัดเข้าในข้อใด ?

  1. อัตตาธิปไตย
  2. โลกาธิปไตย
  3. ธัมมาธิปไตย
  4. อนาธิปไตย

๑๑. ประชาธิปไตยจะสมบูรณ์ ต้องมีอะไรเป็นพื้นฐาน ?

  1. อัตตาธิปไตย
  2. โลกาธิปไตย
  3. ธัมมาธิปไตย
  4. อนาธิปไตย

๑๒. ปัญญาหยั่งรู้เหตุและผลตามเป็นจริง เรียกว่าอะไร ?

  1. ญาณ
  2. ฌาน
  3. วิมุตติ
  4. วิสุทธิ

๑๓. ปัญญาหยั่งรู้ว่าการเกิดเป็นทุกข์ จัดเป็นญาณอะไร ?

  1. สัจจญาณ
  2. กิจจญาณ
  3. กตญาณ
  4. มัคคญาณ

๑๔. ความมัวเมาในรูปสวย เสียงไพเราะ จัดเป็นอะไร ?

  1. กามตัณหา
  2. ภวตัณหา
  3. วิภวตัณหา
  4. ถูกทุกข้อ

๑๕. ความเบื่อหน่ายไม่อยากมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ จัดเข้าในตัณหาใด ?

  1. กามตัณหา
  2. ภวตัณหา
  3. วิภวตัณหา
  4. ถูกทุกข้อ

๑๖. อะไร ทำให้คนเวียนว่ายตายเกิด ในภพภูมิต่าง ๆ ?

  1. กิเลส กรรม วิบาก
  2. กิเลส ตัณหา
  3. กิเลส ผลกรรม
  4. ตัณหา ผลกรรม

๑๗. กรรมในสังสารวัฏฏ์ มีต้นเหตุมาจากอะไร ?

  1. กิเลส
  2. กรรม
  3. วิบาก
  4. ผลกรรม

๑๘. กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง จัดเข้าในวัฏฏะใด ?

  1. กิเลส
  2. กรรม
  3. วิบาก
  4. ถูกทุกข้อ

๑๙. หลักอปัสเสนธรรม พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?

  1. อดกลั้น
  2. ละเว้น
  3. บรรเทา
  4. ถูกทุกข้อ

๒๐. สุราเมรัย พิจารณาตามหลักอปัสเสนธรรมแล้วควรทำอย่างไร ?

  1. เสพ
  2. อดกลั้น
  3. ละเว้น
  4. บรรเทา

๒๑. เมตตา ควรแผ่ให้แก่ใคร ?

  1. ทุกคน
  2. ผู้ประสบทุกข์
  3. ผู้ประสบสุข
  4. คนใกล้ตาย

๒๒. จะแก้ความริษยาได้ ด้วยอัปปมัญญาใด ?

  1. เมตตา
  2. กรุณา
  3. มุทิตา
  4. อุเบกขา

๒๓. จะแก้ความอคติไม่เที่ยงธรรมได้ ด้วยอัปปมัญญาใด ?

  1. เมตตา
  2. กรุณา
  3. มุทิตา
  4. อุเบกขา

๒๔. หวงแหนถิ่นที่อยู่อาศัย จัดเป็นมัจฉริยะใด ?

  1. อาวาสมัจฉริยะ
  2. กุลมัจฉริยะ
  3. วัณณมัจฉริยะ
  4. ธัมมมัจฉริยะ

๒๕. ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตนไม่แบ่งปันช่วยเหลือใคร ๆ จัดว่ามีมัจฉริยะใด ?

  1. กุลมัจฉริยะ
  2. ลาภมัจฉริยะ
  3. วัณณมัจฉริยะ
  4. ธัมมมัจฉริยะ

๒๖. คนหวงสิ่งของ จัดว่ามีมัจฉริยะใด ?

  1. กุลมัจฉริยะ
  2. ลาภมัจฉริยะ
  3. วัณณมัจฉริยะ
  4. ธัมมมัจฉริยะ

๒๗. ผู้ที่กลัวคนอื่นจะดีเด่นกว่าตน จัดว่ามีมัจฉริยะใด ?

  1. กุลมัจฉริยะ
  2. ลาภมัจฉริยะ
  3. วัณณมัจฉริยะ
  4. ธัมมมัจฉริยะ

๒๘. นิวรณ์ใด ก่อให้เกิดอาชญากรรมทางเพศ ?

  1. กามฉันทะ
  2. พยาบาท
  3. ถีนมิทธะ
  4. วิจิกิจฉา

๒๙. ความท้อแท้ง่วงเหงา จัดเป็นนิวรณ์ใด ?

  1. พยาบาท
  2. ถีนมิทธะ
  3. อุทธัจจกุกกุจจะ
  4. วิจิกิจฉา

๓๐. คนท้อแท้ง่วงเหงา ควรเจริญกัมมัฏฐานใด ?

  1. พุทธานุสสติ
  2. ธัมมานุสสติ
  3. สังฆานุสสติ
  4. ถูกทุกข้อ

๓๑. คนที่ถูกวิจิกิจฉานิวรณ์ครอบงำ มีลักษณะเช่นไร ?

  1. จองเวร
  2. หดหู่
  3. ฟุ้งซ่าน
  4. ลังเลสงสัย

๓๒. อาการจำได้หมายรู้ ตรงกับข้อใด ?

  1. เวทนา
  2. สัญญา
  3. สังขาร
  4. วิญญาณ

๓๓. ข้อใด หมายถึงทุกข์ทางใจในเวทนา ๕ ?

  1. ทุกข์
  2. โสมนัส
  3. โทมนัส
  4. อุเบกขา

๓๔. ข้อใด หมายถึงสุขทางกายในเวทนา ๕ ?

  1. สุข
  2. โสมนัส
  3. โทมนัส
  4. อุเบกขา

๓๕. เมื่อสรุปรวม สุขกับโสมนัส จัดเป็นเวทนาใด ?

  1. สุขเวทนา
  2. ทุกขเวทนา
  3. โทมนัสเวทนา
  4. อุเบกขาเวทนา

๓๖. คนมีนิสัยหนักไปทางรักสวยรักงาม จัดได้ว่ามีจริตใด ?

  1. ราคจริต
  2. โทสจริต
  3. โมหจริต
  4. สัทธาจริต

๓๗. คนมีนิสัยหนักไปทางรักสวยรักงาม ควรแก้ด้วยการเจริญกัมมัฏฐานใด ?

  1. พรหมวิหาร
  2. อานาปานสติ
  3. อสุภะ
  4. จตุธาตุววัตถาน

๓๘. คนเซื่องซึมเหม่อลอย ขี้หลงขี้ลืม จัดว่ามีจริตใด ?

  1. ราคจริต
  2. โทสจริต
  3. โมหจริต
  4. สัทธาจริต

๓๙. คนเซื่องซึมเหม่อลอย ขี้หลงขี้ลืม ควรแก้ด้วยการเจริญกัมมัฏฐานใด ?

  1. พรหมวิหาร
  2. อานาปานสติ
  3. อสุภะ
  4. จตุธาตุววัตถาน

๔๐. คนสัทธาจริต ควรแก้ด้วยการเจริญกัมมัฏฐานใด ?

  1. พุทธานุสสติ
  2. ธัมมานุสสติ
  3. สังฆานุสสติ
  4. ถูกทุกข้อ

๔๑. คนสัทธาจริต มีลักษณะเช่นใด ?

  1. ถือมงคลตื่นข่าว
  2. ชอบไสยศาสตร์
  3. ชอบเรื่องลี้ลับ
  4. ถูกทุกข้อ

๔๒. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ เป็นหลักธรรมใด ?

  1. อปริหานิยธรรม
  2. ธรรมคุณ
  3. สัปปุริสธรรม
  4. สาราณิยธรรม

๔๓. อปริหานิยธรรม เป็นหลักธรรมส่งเสริมในเรื่องใด ?

  1. ความสามัคคี
  2. ความมั่นคง
  3. ความร่ำรวย
  4. ความขยัน

๔๔. คำตอบในข้อใด เป็นความหมายของสังฆคุณบทว่า สุปฏิปนฺโน ?

  1. ปฏิบัติดี
  2. ปฏิบัติตรง
  3. ปฏิบัติเป็นธรรม
  4. ปฏิบัติสมควร

๔๕. คำตอบในข้อใด เป็นความหมายของสังฆคุณบทว่า สามีจิปฏิปนฺโน ?

  1. ปฏิบัติดี
  2. ปฏิบัติตรง
  3. ปฏิบัติเป็นธรรม
  4. ปฏิบัติสมควร

๔๖. คำตอบในข้อใด เป็นความหมายของสังฆคุณบทว่า อญฺชลิกรณีโย ?

  1. ควรคำนับ
  2. ควรต้อนรับ
  3. ควรของทำบุญ
  4. ควรกราบไหว้

๔๗. คำตอบในข้อใด ไม่จัดเข้าในบารมี ๑๐ ?

  1. บุญบารมี
  2. ทานบารมี
  3. สีลบารมี
  4. เนกขัมมบารมี

๔๘. ผู้ที่อดทนต่อคำดูหมิ่นได้โดยไม่โต้ตอบ จัดว่าบำเพ็ญบารมีใด ?

  1. วิริยบารมี
  2. ขันติบารมี
  3. สัจจบารมี
  4. อธิษฐานบารมี

๔๙. พระมหาชนก ทรงบำเพ็ญบารมีใด ?

  1. ทานบารมี
  2. สีลบารมี
  3. วิริยบารมี
  4. ปัญญาบารมี

๕๐. พระเวสสันดร ทรงบำเพ็ญบารมีใด ?

  1. ทานบารมี
  2. สีลบารมี
  3. เนกขัมมบารมี
  4. ปัญญาบารมี