จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา “เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง”
คนที่มีจิตเศร้าหมอง คือคนที่ถูกกิเลสรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความโกรธ หรือความหลง กิเลสเหล่านี้เปรียบเสมือนเงามืด
พุทธศาสนสุภาษิต จิตตวรรค (หมวดจิต) รวมพุทธศาสนสุภาษิตในหมวดจิตตวรรค ว่าด้วยจิต พร้อมคำแปลและคำอธิบาย เน้นหลักธรรมเกี่ยวกับจิตใจ การควบคุมจิต และการพัฒนาจิตใจตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เหมาะสำหรับนักเรียน ครู และผู้สนใจศึกษาธรรมะเพื่อเสริมสร้างจิตใจให้เข้มแข็งและสงบสุข
คนที่มีจิตเศร้าหมอง คือคนที่ถูกกิเลสรุมเร้าอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความโกรธ หรือความหลง กิเลสเหล่านี้เปรียบเสมือนเงามืด
คนที่มีจิตไม่เศร้าหมอง คือคนที่ไม่ถูกกิเลสครอบงำ ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความโกรธ หรือความหลง จิตใจของเขาย่อมเป็นอิสระ
คำว่า “โลก” ในที่นี้หมายถึง สัตว์โลกทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์เดรัจฉาน ต่างก็ถูกชักนำด้วยอำนาจของจิตทั้งสิ้น
จิต คือ ตัวการสำคัญของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต มนุษย์ทำความดีได้ก็เพราะจิตเป็นผู้สั่งการให้ทำ และในทางตรงกันข้าม
จิตที่ฝึกดีแล้ว หมายถึง จิตที่ถูกชำระล้างให้หมดสิ้นจากมลทินคือกิเลส ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความโกรธ หรือความหลง
จิตที่คุ้มครองดีแล้ว หมายถึงจิตที่ถูกรักษาอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ของโลก เมื่อเผชิญกับสิ่งที่มากระทบ
ธรรมชาติของจิตนั้น ย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่เสมอ กล่าวคือ มักยินดีในสิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ และน่าพอใจ เหมือนน้ำที่ปล่อยไว้ตามธรรมดา
ธรรมดาของจิตนั้น มักคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อย คิดไปตามอำนาจของกิเลสที่คอยปรุงแต่งและชักจูงให้ไขว้เขว จิตที่เป็นเช่นนี้เรียกว่า “จิตคด” คือไม่ตรง
ธรรมชาติของจิตนั้น เปรียบได้กับธรรมชาติของน้ำ น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่เสมอฉันใด จิตของมนุษย์ก็มีธรรมชาติไหลลงสู่อารมณ์ต่ำ ๆ อยู่เสมอฉันนั้น
ธรรมดาของจิตนั้น เป็นสภาพที่แปรปรวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ จิตมักหวั่นไหวไปตามอารมณ์ต่าง ๆ ได้ง่าย เพียงมีสิ่งใดมากระทบเล็กน้อย
ธรรมดาของจิตนั้นเป็นสภาพที่อ่อนไหวได้ง่าย ย่อมโอนเอนไปตามอำนาจของกิเลสโดยไม่รู้ตัว กิเลสหลอกให้รักก็รัก กิเลสหลอกให้โลภก็โลภ
ผู้มีปัญญา คือผู้ที่มีวิจารณญาณ มองเห็นสรรพสิ่งตามความเป็นจริง ไม่ถูกอคติหรือความลุ่มหลงบิดเบือนการรับรู้ เขาย่อมเข้าใจชัด
บาป หมายถึง สภาวะที่ทำให้จิตใจตกต่ำ เป็นเหตุแห่งความเดือดร้อน และเป็นต้นทางแห่งความฉิบหายทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ในบรรดารสทั้งหลายที่มีอยู่ในโลกนี้ รสพระธรรมเป็นรสที่ประเสริฐที่สุด รสอื่น ๆ เป็นเพียงรสชาติที่รับรู้ด้วยลิ้น แต่รสพระธรรม
เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์.
จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้ กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้น จักไม่เหลือในจิตนั้น.
สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว.
สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดอบรมบริบูรณ์ดีแล้ว ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว.