อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
ขุ. ธ. ๒๕/๕๕.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
บุคคลที่มีพฤติกรรมโกหกหลอกลวงอยู่เสมอ เป็นการสะสมกรรมอันไม่ดีอย่างต่อเนื่อง กรรมนี้จะส่งผลที่ไม่ดีทั้งในชีวิตปัจจุบันและชีวิตหลังความตายด้วย ในพระพุทธศาสนา การพูดโกหกเป็นหนึ่งในศีล ๕ ข้อที่ไม่ควรละเมิด การผิดศีลนี้ส่งผลให้จิตใจมีความเศร้าหมอง และนำไปสู่การเกิดทุกข์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เมื่อบุคคลเสียชีวิตลง กรรมที่สะสมมานี้จะตามไปด้วย ในแนวคิดของพุทธศาสนา กรรมที่เกิดจากการพูดโกหกซ้ำ ๆ จะเป็นบาปที่หนักมาก ซึ่งทำให้บุคคลนั้นมีโอกาสที่จะไปเกิดในภพภูมิที่ต่ำ เช่น นรก อันเป็นผลของการกระทำที่ไม่ดี นรกเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยทุกข์และความทรมาน ไม่มีความสุขความเจริญ
การโกหกหลอกลวงไม่เพียงแต่เป็นการทำลายความเชื่อถือของผู้อื่นที่มีต่อตนเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความเสียหายให้กับตัวเองในระยะยาวอีกด้วย การพูดความจริงและการมีศีลเป็นหลักในการดำเนินชีวิต จะช่วยสร้างกรรมดีและส่งผลให้มีชีวิตที่สงบสุขทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น การเลิกพูดโกหกและเริ่มปฏิบัติตามศีล จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันการตกนรกและการสร้างอนาคตที่ดีกว่า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
วาจํ มุญฺเจยฺย กลฺยาณึ.
ควรเปล่งวาจางาม.
การพูดที่ดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน เพราะคำพูดมีพลังที่สามารถสร้างคุณหรือโทษให้กับผู้พูดได้ บุคคลควรใส่ใจในคำพูดของตนและพยายามพูดคำที่มีคุณสมบัติ ๔ ข้อ ดังนี้
ข้อแรกคือ คำพูดที่เป็นความจริง การพูดความจริงแสดงถึงความซื่อสัตย์และเป็นการให้เกียรติผู้ฟัง การพูดความจริงช่วยสร้างความไว้วางใจและเคารพในสังคม ทำให้การสื่อสารเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ
ข้อที่สองคือ คำพูดที่สุภาพอ่อนหวาน นอกจากการพูดความจริงแล้ว บุคคลยังควรพูดคำพูดที่สุภาพอ่อนหวาน ความสุภาพเป็นการแสดงถึงมารยาทและการให้เกียรติผู้อื่น คำพูดที่สุภาพสามารถช่วยลดความขัดแย้งและทำให้บรรยากาศรอบตัวเป็นมิตรและน่าอยู่ การพูดอย่างอ่อนหวานและสุภาพยังสามารถช่วยให้การสื่อสารมีความราบรื่นและมีผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
ข้อที่สามคือ การพูดคำพูดที่ทำให้เกิดความสามัคคี คำพูดที่สร้างความสามัคคีจะส่งเสริมความร่วมมือและความเป็นหนึ่งเดียวกันในกลุ่มหรือสังคม การใช้คำพูดที่สร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงกันสามารถทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานร่วมกันที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การพูดในลักษณะที่ทำให้เกิดความสามัคคีจะช่วยลดความขัดแย้งและเสริมสร้างสังคมที่เข้มแข็งและร่วมมือกัน
สุดท้าย การพูดคำพูดที่มีประโยชน์ การพูดอย่างมีประโยชน์หมายถึงการใช้คำพูดที่ช่วยเสริมสร้างหรือสนับสนุนความคิดและการกระทำที่ดี การพูดที่มีประโยชน์สามารถเป็นแรงบันดาลใจและช่วยพัฒนาตนเองและผู้อื่น คำพูดที่มีประโยชน์นั้นไม่เพียงแต่สร้างคุณค่าให้แก่ผู้ฟัง แต่ยังสะท้อนถึงความมีคุณค่าของผู้พูดเองด้วย
สรุปความว่า การพูดไม่จริง หรือการพูดเท็จนั้น เป็นการพูดที่สร้างโทษให้แก่ผู้พูดและผู้ฟัง โดยเฉพาะผู้พูดย่อมได้ชื่อว่ากระทำผิดศีลข้อที่ ๔ ในศีล ๕ ข้อที่พระพุทธเจ้าทรงบัญบัญไว้ เมื่อพูดบ่อยเข้า การพูดเท็จนั้นจะนำพาบุคคลนั้นไปสู่นรกในเมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ดังนั้น เราท่านทั้งหลายจึงไม่ควรพูดคำไม่จริงเลย ในทางกลับกัน ควรพูดแต่คำที่เป็นวาจาที่ดีงาม จะได้ไม่ต้องตกนรกเพราะคำพูด สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
