พุทธศาสนสุภาษิต กิเลสวรรค (หมวดกิเลส)

พุทธศาสนสุภาษิต กิเลสวรรค (หมวดกิเลส) รวมพุทธศาสนสุภาษิตในหมวดกิเลสวรรค ว่าด้วยกิเลส พร้อมคำแปลและคำอธิบายอย่างละเอียด เน้นหลักธรรมเกี่ยวกับกิเลส อวิชชา และวิธีการดับกิเลสตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เหมาะสำหรับผู้เรียนธรรมะ ครู และผู้สนใจศึกษาหลักธรรมเพื่อการพัฒนาจิตใจ

สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม “ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน”

ราคะ เกิดขึ้นเพราะมีความดำริคือความคิดเป็นมูลราก เช่น เมื่อได้เห็นรูป เราคิดไปว่ารูปนี้สวยงาม น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ ก็เกิดเป็นราคะขึ้นมา

น สนฺติ กามา มนุเชสุ นิจฺจา “กามทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์”

ผู้มีปัญญาย่อมไม่หลงติดในกามคุณทั้งหลายที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอนนั้น เพราะพิจารณาเห็นด้วยปัญญาแล้วว่า เป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ หาแก่นสารมิได้

กาเมหิ โลกมฺหิ น อตฺถิ ติตฺติ “ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก”

ธรรมดาสัตว์โลกทุกชนิด ล้วนติดอยู่ในกามารมณ์ คืออารมณ์ที่น่าใคร่ น่าปรารถนา น่าพอใจ ติดอยู่ในรูปที่สวย ๆ งาม ๆ เห็นแล้วก่อให้เกิดความกำหนัด

น กหาปณวสฺเสน ติตฺติ กาเมสุ วิชฺชติ “ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มีเพราะฝนคือกหาปณะ”

ขึ้นชื่อว่าความอิ่มความพอในกามนั้น เป็นอันไม่มีเลย แม้จะใช้เงินจำนวนมากมาจ้างให้คนอิ่มในกามคุณนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้

นตฺถิ กามา ปรํ ทุกฺขํ “ทุกข์อื่น ยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี”

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงทรงสั่งสอนพวกเราเหล่าสาวก ให้ดำเนินตามวิถีแห่งอริยมรรคมีองค์ 8 ปฏิบัติตนเพื่อความเป็นอริยะ

นตฺถิ ตณฺหาสมา นที “แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี”

แม่น้ำสายใหญ่ยังมีวันเต็มได้ด้วยน้ำฝนที่ตกลงมาบ่อย ๆ แต่ตัณหาในใจสรรพสัตว์นั้น ไม่มีวันเต็ม เพราะสรรพสัตว์ในโลกนี้ มีความต้องการอยู่ตลอดเวลา

อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชฺชหา “ความอยาก ละได้ยาก ในโลก”

การที่จะสลัดตัณหาออกจากใจได้หมดสิ้นนั้น จำเป็นจะต้องใช้วิธีพิเศษ คือการเจริญวิปัสสนาภาวนา ตามแนวทางสติปัฏฐาน 4 จึงจะสามารถสลัดตัณหาทั้งปวง

อิจฺฉา หิ อนนฺตโคจรา “ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย”

ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่า ตัณหาคือความทะยานอยากนี้จะสิ้นสุดตรงไหน หรือจะจบลงเมื่อไหร่ แม้แต่แม่น้ำสายใหญ่ยังสามารถเต็มได้ด้วยน้ำฝน

อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ “ความอยาก ย่อมเสือกไส ซึ่งนรชน”

เราต้องรู้เท่าทันความอยาก ถ้าอยากในทางที่ไม่ถูกไม่ควร ก็ต้องยับยั้งชั่งใจ ไม่ทำตามอำนาจของมัน เมื่อเรายับยั้งชั่งใจเสียได้

โลโภ ธมฺมานํ ปริปนฺโถ “ความโลภ เป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย”

ความโลภนี้ เป็นตัวปิดกั้นการบรรลุธรรมขั้นสูง คือตราบใดที่ยังมีความโลภประจำใจอยู่ คือยังถูกความโลภครอบงำอยู่ เขาย่อมไม่สามารถปฏิบัติธรรม

ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ “ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป”

การที่จะหลุดพ้นจากวังวนของกามได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เกิดปัญญาพิจารณาเห็นโทษของกาม

อูนา ว หุตฺวาน ชหนฺติ เทหํ “ผู้บริโภคกาม เป็นผู้พร่อง ละร่างกายไป”

เพราะการครองเรือนนั้น ต้องแสวงหาอยู่ตลอด หาเท่าไหร่ก็ไม่พอ ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักเต็ม ต้องแสวงหาไม่มีที่สิ้นสุด

อวิชฺชนิวุตา โปสา. “คนทั้งหลาย ถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้”

เมื่อเราไม่รู้จักความเป็นจริงของสรรพสิ่ง จึงทำให้เราคาดหวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างที่เราอยากให้เป็น พอมันไม่เป็นไปอย่างที่เราอยาก

กามา กฏุกา อาสีวิสูปมา เยสุ มุจฺฉิตา พาลา เต ทีฆรตฺตํ นิรเย สมปฺปิตา หญฺญนฺเต ทุกฺขิตา.

กามทั้งหลาย เป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ เป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาลนาน.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.