ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  ธรรมศึกษาชั้นเอก พ.ศ. ๒๕๔๔

๑. ข้อใด จัดเป็นโลกโดยอ้อม ?

  1. โลกคือแผ่นดิน
  2. โลกสวรรค์
  3. พรหมโลก
  4. โลกคือหมู่สัตว์ผู้อาศัยแผ่นดิน

จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อ ๒-๕

สูทั้งหลายจงมาดูโลกนี้ อันตระการดุจราชรถ ที่พวกคนเขลาหมกอยู่ แต่พวกผู้รู้หาข้องอยู่ไม่

๒. คำว่า ” สูทั้งหลาย ” หมายถึงใคร ?

  1. หมู่พุทธบริษัท
  2. หมู่สัตว์
  3. หมู่ฆราวาส
  4. หมู่พระภิกษุ

๓. คำว่า ” โลกนี้ ” หมายถึงข้อใด ?

  1. แผ่นดิน น้ำ อากาศ
  2. แผ่นดิน และหมู่สัตว์
  3. หมู่สัตว์
  4. แผ่นดิน และสิ่งก่อสร้าง

๔. คำว่า ” คนเขลา ” หมายถึงใคร ?

  1. คนไร้การศึกษา
  2. คนดื้อรั้น
  3. คนมีความเห็นผิด
  4. คนกลับกลอก

๕. คำว่า ” ผู้รู้ ” ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง ?

  1. คนมีการศึกษา
  2. คนมีวิสัยทัศน์
  3. คนที่เคยเรียนธรรมะ
  4. คนเห็นโลกตามเป็นจริง

จงอ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๖-๘

ผู้ใด จักระวังจิต ผู้นั้นจักพ้นจากมารและบ่วงแห่งมาร

๖. คำว่า ” ระวังจิต ” ข้อใดกล่าวถูกต้อง ?

  1. สำรวมจิต
  2. ระวังความคิด
  3. สำรวมร่างกาย
  4. ระวังอันตราย

๗. คำว่า ” มาร ” คืออะไร ?

  1. สิ่งชั่วร้าย
  2. อุปสรรค
  3. วัตถุกาม
  4. กิเลสกาม

๘. คำว่า ” บ่วงแห่งมาร ” หมายถึงข้อใด ?

  1. กิเลสกาม
  2. วัตถุกาม
  3. กามฉันท์
  4. ตัณหา

๙. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรียกว่าอะไร ?

  1. ธรรมขันธ์ ๕
  2. มูลกัมมัฏฐาน ๕
  3. ขันธ์ ๕
  4. อินทรีย์ ๕

๑๐. ความเห็นสังขารว่า ” ไม่เที่ยง ” จัดเป็นอะไร ?

  1. สมถกัมมัฏฐาน
  2. ทิฏฐิวิปัลลาส
  3. ความสิ้นไปแห่งทุกข์
  4. ปฏิปทาแห่งนิพพิทา

๑๑. ความเสวยอารมณ์ สุข ทุกข์ อุเบกขา คืออะไร ?

  1. เวทนา
  2. สัญญา
  3. วิญญาณ
  4. โผฏฐัพพะ

๑๒. ข้อใด กล่าวลักษณะแห่งสังขารมนุษย์ ไม่ถูกต้อง ?

  1. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
  2. มีรูปร่างจับต้องได้
  3. เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป
  4. นิจจัง นิททุกขัง อัตตา

๑๓. อนิจจลักษณะ ครอบงำสังขารใด ?

  1. อุปาทินนกสังขาร
  2. อนุปาทินนกสังขาร
  3. วิสังขาร
  4. ข้อ 1 และ 2 ถูก

๑๔. สภาวทุกข์ หมายถึงข้อใด ?

  1. ชาติ ชรา มรณะ
  2. ราคะ โทสะ โมหะ
  3. กาม ภพ อวิชชา
  4. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

๑๕. ความเศร้าโศกและความคร่ำครวญ จัดเป็นทุกข์ชนิดใด ?

  1. สภาวทุกข์
  2. ปกิณกทุกข์
  3. นิพัทธทุกข์
  4. สันตาปทุกข์

๑๖. เด็กคลอดจากครรภ์มารดา จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?

  1. วิปากทุกข์
  2. ชราทุกข์
  3. มรณทุกข์
  4. ชาติทุกข์

๑๗. ไม่อยู่ในอำนาจ หาเจ้าของมิได้ เป็นสภาพสูญ ตรงกับข้อใด ?

  1. อนิจจัง
  2. ทุกขัง
  3. อนัตตา
  4. สังขาร

๑๘. ข้อใดเป็นอาการของนิพัทธทุกข์ ?

  1. หนาว ร้อน เป็นต้น
  2. โรคเครียด
  3. ความร้อนรุ่มเพราะกิเลส
  4. ความเสียใจ

๑๙. คนหรือสัตว์ที่เรียกกันว่า ตาย นั้น กำหนดด้วยอะไร ?

  1. ความขาดสติ
  2. ความขาดสันตติ
  3. ความสิ้นลม
  4. ความสิ้นใจ

๒๐. ข้อใด แย้งต่ออัตตา ?

  1. ไม่อยู่ในอำนาจ
  2. ไม่มีเจ้าของ
  3. เป็นไปตามเหตุปัจจัย
  4. ถูกทุกข้อ

๒๑. ธรรมที่เป็นยอดแห่งธรรมทั้งปวง เรียกว่าอะไร ?

  1. วิโสกะ
  2. วิรัติ
  3. วิราคะ
  4. วิวัฏฏ์

๒๒. สันตาปทุกข์ ทุกข์คือความร้อนรุ่ม เกิดจากอะไร ?

  1. ผลกรรมในอดีต
  2. หนาว ร้อน หิว
  3. ราคะ โทสะ โมหะ
  4. ชาติ ชรา มรณะ

๒๓. จิตเศร้าหมองเพราะอะไร ทุคติจึงเป็นอันหวังได้ ?

  1. กิเลส
  2. อุปกิเลส
  3. ความโกรธ
  4. ความหลง

๒๔. ความบริสุทธิ์ภายใน ย่อมมีได้ด้วยอะไร ?

  1. ศีล
  2. สมาธิ
  3. ปัญญา
  4. วิมุตติ

๒๕. วิสุทธิ คือความหมดจด เป็นจุดหมายปลายทางของอะไร ?

  1. นิพพิทา
  2. นิพพาน
  3. นิรามิสสุข
  4. นิสสรณวิมุตติ

๒๖. ข้อใด กล่าวถึงความหมายของอุทยัพพยญาณ ?

  1. พิจารณาเห็นย่อยยับ
  2. พิจารณาเห็นเกิดดับ
  3. พิจารณาเห็นโทษ
  4. พิจารณาเห็นน่ากลัว

๒๗. อะไรปิดบังไว้ จึงไม่เห็นอนิจจตา ความเป็นของไม่เที่ยง ?

  1. ภารกิจต่าง ๆ
  2. อิริยาบถ
  3. สันตติ
  4. ฆนสัญญา

๒๘. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะเข้าใกล้พระนิพพาน ?

  1. ฝึกสมาธิ
  2. เห็นภัยในความประมาท
  3. ฟังธรรมสม่ำเสมอ
  4. รักษาศีล ๕ ประจำ

๒๙. ข้อใด ไม่ใช่ความหมายของพระนิพพาน ?

  1. ความดับอาสวกิเลส
  2. หาของเสียบแทงมิได้
  3. ความสุขอย่างยิ่งยวด
  4. ไม่มีข้อถูก

๓๐. อุปมาว่า ” ดุจไฟสิ้นเชื้อแล้วย่อมดับไปเอง ” กล่าวถึงเรื่องใด ?

  1. ฌาน
  2. สมาบัติ
  3. อภิญญา
  4. นิพพาน

๓๑. ข้อใด กล่าวถึงสอุปาทิเสสนิพพานธาตุได้ถูกต้อง ?

  1. ปฏิบัติเพื่อละกิเลส
  2. สิ้นกิเลส แต่ยังมีชีวิตอยู่
  3. สิ้นกิเลส สิ้นชีวิต
  4. สิ้นชีวิต แต่ยังมีกิเลสอยู่

๓๒. จุติอย่างไร สุคติจึงเป็นอันหวังได้ ?

  1. นึกถึงพระอรหันต์
  2. เจริญเทวตานุสสติ
  3. อธิษฐานจิตไปสวรรค์
  4. ทำจิตไม่ให้เศร้าหมอง

๓๓. วิมุตติ ความหลุดพ้น มีลำดับต่อจากอะไร ?

  1. นิพพิทา
  2. วิราคะ
  3. วิสุทธิ
  4. สันติ

๓๔. ” จงพอกพูนทางแห่งสันติ ” อะไรเรียกว่า ทาง ?

  1. ทวาร ๓
  2. วิชชา ๓
  3. สุจริต ๓
  4. กุศลมูล ๓

๓๕. กายคตาสติกัมมัฏฐาน เป็นคู่ปรับนิวรณ์อะไร ?

  1. พยาบาท
  2. กามฉันท์
  3. วิจิกิจฉา
  4. ถีนมิทธะ

๓๖. ใครบ้าง ที่ไม่ถูกนินทา และสรรเสริญ ?

  1. พระอรหันต์
  2. พระพุทธเจ้า
  3. พระอินทร์
  4. ไม่มีเลยสักคน

๓๗. คนมีอารมณ์ฟุ้งซ่าน หงุดหงิดง่าย ควรเจริญกัมมัฏฐาน ข้อใด ?

  1. กายคตาสติ
  2. เมตตากัมมัฏฐาน
  3. พุทธานุสสติ
  4. กสิณ

๓๘. จิตที่เป็นสมาธิ มีลักษณะอย่างไร ?

  1. มีอารมณ์เดียว
  2. ปราศจากนิวรณ์
  3. มีจิตตั้งมั่น
  4. ถูกทุกข้อ

๓๙. สมาธิ เกิดขึ้นได้ในกัมมัฏฐานอะไรบ้าง ?

  1. อนุสสติ ๑๐
  2. กสิณ ๑๐
  3. อสุภะ ๑๐
  4. กัมมัฏฐานทั้งหมด

๔๐. ข้อใด เป็นมูลกัมมัฏฐาน ?

  1. ดิน น้ำ ลม ไฟ
  2. ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง
  3. อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
  4. กาย เวทนา จิต ธรรม

๔๑. ข้อใด เป็นลักษณะของคนมีโทสจริต ?

  1. ฉุนเฉียว โกรธง่าย
  2. รักสวยรักงาม
  3. เจ้าระเบียบ
  4. เชื่อคนง่าย

๔๒. คนที่มีสติไม่มั่นคง หลงๆ ลืมๆ ผิดๆ พลาดๆ ตรงกับจริตใด ?

  1. วิตกจริต
  2. ศรัทธาจริต
  3. โมหจริต
  4. พุทธิจริต

๔๓. คนมีสติไม่มั่นคง หลงๆ ลืมๆ ควรแก้ด้วยกัมมัฏฐานอะไร ?

  1. มรณัสสติ
  2. อานาปานัสสติ
  3. ภูตกสิณ
  4. พุทธานุสสติ

๔๔. พระพุทธคุณข้อว่า ” วิชชาจรณสัมปันโน ” จัดเข้าในข้อใด ?

  1. พระปัญญาคุณ
  2. พระบริสุทธิคุณ
  3. พระมหากรุณาคุณ
  4. ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

๔๕. อนิจจตา ความไม่เที่ยงปรากฏที่ไหน ?

  1. ที่กายสังขาร
  2. ที่วจีสังขาร
  3. ที่จิตตสังขาร
  4. ที่สังขารทั้งปวง

๔๖. วิปัลลาส คืออะไร ?

  1. มีสติฟั่นเฟือน
  2. ถือผิดจากความเป็นจริง
  3. อาการโรคจิต
  4. ความเสียใจอย่างแรง

๔๗. เป้าหมายของการเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน คืออะไร ?

  1. เพื่อรู้เท่าทัน
  2. เพื่อไม่ยึดมั่น
  3. เพื่อปล่อยวาง
  4. ถูกทุกข้อ

๔๘. ผู้เจริญวิปัสสนา ย่อมได้รับผลสูงสุดอย่างไร ?

  1. แสดงฤทธิ์ได้
  2. ระงับนิวรณ์
  3. เห็นนรกสวรรค์
  4. บรรลุอริยผล

๔๙. พระพุทธเจ้าทรงแสดงคิริมานนทสูตร แก่ใคร ?

  1. พระอานนท์
  2. พระคิริมานนท์
  3. พระสารีบุตร
  4. พระราหุล

๕๐. ใจความสำคัญในคิริมานนทสูตรนั้น ว่าด้วยเรื่องอะไร ?

  1. กสิณ ๑๐
  2. อสุภะ ๑๐
  3. สัญญา ๑๐
  4. อนุสสติ ๑๐