ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘
เวลา ๑๓.๐๐ น.
๑. ภิกษุแสวงหาเลี้ยงชีพอย่างไร จึงเป็นการแสวงหาอย่างประเสริฐ ?
ตอบ ภิกษุแสวงหาปัจจัย ๔ โดยอุบายอันสมควร ไม่เป็นโลกวัชชะมีโทษทางโลกและไม่เป็นปัณณัตติวัชชะมีโทษทางพระบัญญัติ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ตนและผู้อื่น จึงเป็นการแสวงหาอย่างประเสริฐ ฯ
๒. เทสนา ๒ มีอะไรบ้าง ?
ตอบ มี
- ปุคคลาธิฏฐานา มีบุคคลเป็นที่ตั้ง
- ธัมมาธิฏฐานา มีธรรมเป็นที่ตั้ง ฯ
๓. พระพุทธเจ้าทรงอุปมากิเลสเหล่าไหนว่ามีลักษณะเหมือนกับไฟ ? ทรงอุปมาเช่นนั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ กิเลสเหล่านี้ คือ ราคะ โทสะ โมหะ ฯ เพราะเมื่อกิเลสทั้ง ๓ กองนี้ กองใดกองหนึ่ง เกิดขึ้นภายในใจของบุคคล จะแผดเผาก่อให้เกิดความเร่าร้อนขึ้นภายในใจ ฯ
๔. เมตตาในพรหมวิหารและในอัปปมัญญา ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ ต่างกันโดยวิธีแผ่ คือ แผ่โดยเจาะจงตัวก็ดี โดยไม่เจาะจงตัวก็ดี แต่ยังจํากัดหมู่นั้นหมู่นี้ จัดเป็นพรหมวิหาร ถ้าแผ่โดยไม่เจาะจงไม่จํากัด จัดเป็นอัปปมัญญา ฯ
๕. ธัมมมัจฉริยะ ความตระหนี่ธรรม มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ มีอธิบายว่า ความหวงธรรม หวงศิลปวิทยา ไม่ปรารถนาจะแสดงจะบอก แก่คนอื่น เกรงว่าเขาจะรู้เทียมตน ฯ
๖. จักขุวิญญาณและโสตวิญญาณเกิดขึ้น เพราะอาศัยอะไร ?
ตอบ จักขุวิญญาณเกิดขึ้น เพราะอาศัยตากับรูป โสตวิญญาณเกิดขึ้น เพราะอาศัยหูกับเสียง ฯ
๗. จริต ๖ ได้แก่อะไรบ้าง ? คนมีปกติรักสวยรักงาม จะพึงแก้ด้วยกัมมัฏฐานอะไร ?
ตอบ ได้แก่ ราคจริต โทสจริต โมหจริต วิตกจริต สัทธาจริต และพุทธิจริต ฯ จะพึงแก้ได้ด้วยการพิจารณากายคตาสติ หรืออสุภกัมมัฏฐาน ฯ
๘. กิเลสได้ชื่อว่า อนุสัย และได้ชื่อว่า สังโยชน์ มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ กิเลสที่ได้ชื่อว่าอนุสัย เพราะเป็นกิเลสอย่างละเอียด นอนเนื่องอยู่ในสันดานของสัตว์ มักไม่ปรากฏ ต่อเมื่อมีอารมณ์มายั่วจึงปรากฏขึ้น ฯ กิเลสที่ได้ชื่อว่าสังโยชน์ เพราะเป็นกิเลสที่ผูกใจสัตว์ไว้กับภพไม่ให้หลุดพ้นไปได้ ฯ
๙. พระสงฆ์ปฏิบัติอย่างไร จึงได้ชื่อว่า อุชุปฏิปันโน ผู้ปฏิบัติตรง ?
ตอบ คือไม่ปฏิบัติลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ประพฤติซื่อตรงต่อพระศาสดาและพระสาวกด้วยกัน ฯ
๑๐. อุปฆาตกกรรมกับอุปัตถัมภกกรรม ทําหน้าที่ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ อุปฆาตกกรรม ทําหน้าที่ตัดรอนผลแห่งชนกกรรมและอุปัตถัมภกกรรม แล้วเข้าให้ผลแทนที่กรรมทั้ง ๒ นั้น อุปัตถัมภกกรรม ทําหน้าที่สนับสนุนผลแห่งชนกกรรม ฯ
