ปัญหาข้อที่ 1
ถาม สังขตธรรมคืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ?
ตอบ สังขตธรรม คือธรรมอันปัจจัยปรุงแต่ง ฯ มีลักษณะคือ มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น มีความแปรปรวน ในท่ามกลาง มีความดับไปในที่สุด ฯ
ปัญหาข้อที่ 2
ถาม สมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานมุ่งผลแห่งการปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ สมถกรรมฐานมุ่งผลคือความสงบใจ วิปัสสนากรรมฐานมุ่งผลคือความเรืองปัญญา ฯ
ปัญหาข้อที่ 3
ถาม กิเลส กรรม วิบาก ได้ชื่อว่า วัฏฏะ เพราะเหตุไร ? วัฏฏะนั้น จะตัดให้ขาดได้ด้วยอะไร ?
ตอบ กิเลส กรรม วิบาก ได้ชื่อว่า วัฏฏะ เพราะหมุนเวียนกันไป คือกิเลสเกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุให้ทำกรรม ครั้นทำกรรมแล้ว ย่อมได้รับวิบากกรรม เมื่อได้รับวิบากกรรมแล้ว กิเลสก็เกิดขึ้นอีก วนกันไปอย่างนี้ ฯ วัฏฏะนั้น ตัดให้ขาดด้วยอรหัตตมรรค ฯ
ปัญหาข้อที่ 4
ถาม กายวิเวก จิตตวิเวก และอุปธิวิเวก หมายถึงอะไร ?
ตอบ
- กายวิเวก หมายถึง สงัดกาย ได้แก่อยู่ในที่สงัด
- จิตตวิเวก หมายถึง สงัดจิต ได้แก่ทำจิตให้สงบด้วยสมถภาวนา
- อุปธิวิเวก หมายถึง สงัดกิเลส ได้แก่ทำใจให้บริสุทธิ์จากกิเลสด้วยวิปัสสนาภาวนา
ปัญหาข้อที่ 5
ถาม พระอริยบุคคล 4 ได้แก่ใครบ้าง ? พระอริยบุคคลประเภทใดละอวิชชาได้เด็ดขาด ?
ตอบ พระอริยบุคคล 4 ได้แก่ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ฯ พระอรหันต์ละอวิชชาได้เด็ดขาด ฯ
ปัญหาข้อที่ 6
ถาม ชิวหาวิญญาณและกายวิญญาณ เกิดขึ้นเพราะอาศัยอะไร ?
ตอบ ชิวหาวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยลิ้นกับรส กายวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยกายกับโผฏฐัพพะ ฯ
ปัญหาข้อที่ 7
ถาม มัจจุมารได้แก่อะไร ? ได้ชื่อว่าเป็นมารเพราะเหตุไร ?
ตอบ มัจจุมาร ได้แก่ความตาย ฯ ชื่อว่าเป็นมาร เพราะเมื่อความตายเกิดขึ้น บุคคลย่อมหมดโอกาส ที่จะทำความดีอีกต่อไป ฯ
ปัญหาข้อที่ 8
ถาม ในธรรมคุณบทว่า “พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว” พระธรรมนั้น หมายถึงอะไร ?
ตอบ ในธรรมคุณบทว่า “พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว” พระธรรม หมายถึง ปริยัติธรรมและปฏิเวธธรรม ฯ
ปัญหาข้อที่ 9
ถาม ในพระพุทธคุณ บทว่า อรหํ ที่แปลว่า เป็นผู้หักกำแห่งสังสารจักร กำแห่งสังสารจักรนั้น ได้แก่อะไร ?
ตอบ ในพระพุทธคุณ บทว่า อรหํ ที่แปลว่า เป็นผู้หักกำแห่งสังสารจักร กำแห่งสังสารจักรนั้น ได้แก่ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน และกรรม ฯ
ปัญหาข้อที่ 10
ถาม พระสงฆ์ปฏิบัติอย่างไร จึงได้ชื่อว่า อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ?
ตอบ พระสงฆ์ไม่ปฏิบัติลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ประพฤติซื่อตรงต่อพระศาสดาและเพื่อนสาวกด้วยกัน จึงได้ชื่อว่า อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ฯ
