ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท พ.ศ. 2563

ถาม สมถกรรมฐาน และ วิปัสสนากรรมฐาน มุ่งผลแห่งการปฏิบัติอย่างไร ?

ตอบ สมถกรรมฐานมุ่งผลคือความสงบใจ วิปัสสนากรรมฐานมุ่งผลคือความเรืองปัญญา ฯ


ถาม ราคะ โลภะ อิสสา กลิ่น รส อย่างไหนเป็นกิเลสกาม อย่างไหนเป็นวัตถุกาม ?

ตอบ

  • ราคะ โลภะ อิสสา เป็นกิเลสกาม
  • กลิ่น รส เป็นวัตถุกาม

ถาม ความตริในฝ่ายชั่ว เรียกอะไร ? มีอะไรบ้าง ?

ตอบ ความตริในฝ่ายชั่ว เรียกว่า อกุศลวิตก ฯ มี

  1. กามวิตก ความตริในทางกาม
  2. พยาบาทวิตก ความตริในทางพยาบาท
  3. วิหิงสาวิตก ความตริในทางเบียดเบียน

ถาม กิเลส กรรม วิบาก ได้ชื่อว่า วัฏฏะ ที่แปลว่าความหมุนเวียน อยากทราบว่า หมุนเวียนอย่างไร ?

ตอบ หมุนเวียนอย่างนี้ คือ กิเลสเกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุให้ทํากรรม ครั้นทํากรรมแล้ว ย่อมได้รับวิบากแห่งกรรม เมื่อได้รับวิบาก กิเลสเกิดขึ้นอีก วนกันไปอย่างนี้ ฯ


ถาม พระอริยบุคคล 4 ได้แก่ใครบ้าง ? พระอริยบุคคลประเภทใดละอวิชชาได้เด็ดขาด ?

ตอบ พระอริยบุคคล 4 ได้แก่

  1. พระโสดาบัน
  2. พระสกทาคามี
  3. พระอนาคามี แ
  4. พระอรหันต์

พระอรหันต์ละอวิชชาได้เด็ดขาด ฯ


ถาม มาร 5 คืออะไรบ้าง ? ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่าเป็นมารเพราะเหตุไร ?

ตอบ

มาร 5 คือ ขันธมาร กิเลสมาร อภิสังขารมาร มัจจุมาร และ เทวปุตตมาร ฯ

ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่าเป็นมาร เพราะปัญจขันธ์นั้น บางทีทําความลําบากให้ อันเป็นเหตุเบื่อหน่ายจนถึงฆ่าตัวตายเสียเองก็มี ฯ


ถาม คนมีปกติรักสวยรักงาม จัดเป็นจริตอะไร ? จะพึงแก้ได้ด้วยการพิจารณากรรมฐานข้อใดได้บ้าง ?

ตอบ คนมีปกติรักสวยรักงาม จัดเป็นราคจริต ฯ จะพึงแก้ได้ด้วยการพิจารณากายคตาสติ หรือ อสุภกรรมฐาน ฯ


ถาม อนุสัย หมายถึงกิเลสประเภทใด ? ได้ชื่อเช่นนั้นเพราะเหตุไร ?

ตอบ อนุสัย หมายถึง กิเลสอย่างละเอียดที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน ฯ ได้ชื่อเช่นนั้นเพราะกิเลสชนิดนี้ บางทีไม่ปรากฏ แต่เมื่อมีอารมณ์มายั่ว ย่อมเกิดขึ้นในทันใด ฯ


ถาม พระสงฆ์ปฏิบัติอย่างไร จึงได้ชื่อว่า อุชุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ?

ตอบ พระสงฆ์ปฏิบัติอย่างนี้ คือ ไม่ปฏิบัติลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ประพฤติตรงๆ ต่อพระศาสดา และเพื่อนสาวกด้วยกัน ไม่อําพรางความในใจ ไม่มีแง่มีงอน จึงได้ชื่อว่า อุชุปฏิปันโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ฯ


ถาม ธุดงค์ ท่านบัญญัติไว้เพื่อประโยชน์อะไร ? ภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตรอย่างเคร่ง ท่านให้ถือปฏิบัติอย่างไร ?

ตอบ บัญญัติไว้เพื่อเป็นอุบายขัดเกลากิเลส และเป็นไปเพื่อความมักน้อยสันโดษ ฯ อย่างเคร่ง เมื่อเลิกบิณฑบาต นั่งลงแล้ว แม้มีผู้มาใส่บาตรอีก ก็ไม่รับ ฯ