ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม  นักธรรมชั้นโท พ.ศ. 2555

ถาม กัมมัฏฐานที่พระอุปัชฌาย์สอนแก่ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทว่า เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสา นั้น เรียกชื่อว่าอะไร ? เป็นสมถกัมมัฏฐานหรือวิปัสสนากัมมัฏฐาน ?

ตอบ ชื่อว่า ตจปัญจกกัมมัฏฐาน หรือ มูลกัมมัฏฐาน ฯ เป็นได้ทั้งสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ฯ


ถาม แสวงหาอะไรเป็นการแสวงหาอย่างประเสริฐ แสวงหาอะไรเป็นการแสวงหาไม่ประเสริฐ ?

ตอบ ในพระสูตรแสดงว่า แสวงหาสภาพอันมิใช่ของมีชรา พยาธิ มรณะ คือคุณธรรมมีพระนิพพานเป็นอย่างสูง เป็นการแสวงหาอย่างประเสริฐ เรียกว่าอริยปริเยสนา แสวงหาของมีชรา พยาธิ มรณะ เช่นหาของเล่น เป็นการแสวงหาไม่ประเสริฐ เรียกว่าอนริยปริเยสนา ฯ


ถาม ผู้มีอัตตาธิปเตยยะ กับผู้มีธัมมาธิปเตยยะ มีความมุ่งหมายในการทำงานต่างกันอย่างไร ?

ตอบ ผู้มีอัตตาธิปเตยยะปรารภภาวะของตนเป็นใหญ่ ทำด้วยมุ่งให้สมภาวะของตน ผู้ทำมุ่งผลอันจะได้แก่ตน หรือมุ่งความสะดวกแห่งตน ส่วนผู้มีธัมมาธิปเตยยะ ทำด้วยไม่มุ่งหมายอย่างอื่น เป็นแต่เห็นสมควรเห็นว่าถูกก็ทำ หรือทำด้วยอำนาจเมตตากรุณาเป็นอาทิ ฯ


ถาม ญาณ 3 ที่เป็นไปในทุกขสัจ มีอธิบายอย่างไร ?

ตอบ มีอธิบายว่า

  1. ปรีชาหยั่งรู้ว่า นี้ทุกขสัจ จัดเป็นสัจจญาณ
  2. ปรีชาหยั่งรู้ว่า ทุกขสัจเป็นสภาพที่ควรกำหนดรู้ จัดเป็นกิจจญาณ
  3. ปรีชาหยั่งรู้ว่า ทุกขสัจที่ควรกำหนดรู้ ได้กำหนดรู้แล้ว จัดเป็นกตญาณ

ถาม อปัสเสนธรรม (ธรรมเป็นที่พิง) ข้อที่ 2 ว่า พิจารณาแล้วอดกลั้นของอย่างหนึ่ง นั้นมีอธิบายอย่างไร ?

ตอบ มีอธิบายว่า อดกลั้นอารมณ์อันไม่เป็นที่เจริญใจ ต่างโดยหนาว ร้อน หิว กระหาย ถ้อยคำเสียดแทง และทุกขเวทนาอันแรงกล้า ฯ


ถาม อริยวงศ์ คืออะไร ? มีกี่อย่าง ? ข้อที่ 4 ว่าอย่างไร ?

ตอบ อริยวงศ์ คือ ปฏิปทาของพระอริยบุคคลผู้เป็นสมณะ ฯ มี 4 อย่าง ฯ ข้อที่ 4 ว่า ยินดีในการเจริญกุศลและในการละอกุศล ฯ


ถาม ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่าเป็นมาร เพราะเหตุไร ?

ตอบ เพราะปัญจขันธ์นั้น บางทีทำความลำบากให้ อันเป็นเหตุเบื่อหน่ายจนถึงฆ่าตัวตายเสียเองก็มี ฯ


ถาม สมาธิระดับไหน จึงจัดเป็นจิตตวิสุทธิ ความหมดจดแห่งจิต ?

ตอบ สมาธิทั้งที่เป็นอุปจาระทั้งที่เป็นอัปปนา โดยที่สุดขณิกสมาธิคือสมาธิชั่วขณะพอเป็นรากฐานแห่งวิปัสสนา จัดเป็นจิตตวิสุทธิ ฯ


ถาม สังฆคุณ 9 มีอะไรบ้าง ? จะย่นให้เหลือเพียง 2 ได้อย่างไร ?

ตอบ สังฆคุณ 9 มี

  1. สุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว
  2. อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว
  3. ญายปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม
  4. สามีจิปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติสมควร
  5. อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรของคำนับ
  6. ปาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรของต้อนรับ
  7. ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรของทำบุญ
  8. อญฺชลิกรณีโย เป็นผู้ควรทำอัญชลี [ประณมมือไหว้]
  9. อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า

สังฆคุณ 9 นั้น ย่นให้เหลือเพียง 2 ได้ดังนี้

  • ข้อ 1 ถึงข้อ 4 เป็นอัตตหิตคุณ คือคุณเกื้อกูลแก่ตนเอง
  • ข้อ 5 ถึงข้อ 10 เป็นปรหิตคุณ คือคุณเกื้อกูลแก่ผู้อื่น

ถาม กรรมที่บุคคลทำไว้ ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง ?

ตอบ ทำหน้าที่ คือ

  1. แต่ง (วิบาก) ให้เกิด เรียกว่า ชนกกรรม
  2. สนับสนุน (วิบากของกรรมอื่น) เรียกว่า อุปัตถัมภกกรรม
  3. บีบคั้น (วิบากของกรรมอื่น) เรียกว่า อุปปีฬกกรรม
  4. ตัดรอน (วิบากของกรรมอื่น) เรียกว่า อุปฆาตกกรรม
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.