๑. พระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเรื่องใด ?
- กรรมลิขิต
- พรหมลิขิต
- ฟ้าลิขิต
- ดวงลิขิต
๒. ผลของการกระทำ เรียกว่าอะไร ?
- บุญกรรม
- เวรกรรม
- วิบากกรรม
- เจตนากรรม
๓. พระพุทธศาสนากล่าวว่า สรรพสัตว์ล้วนตกอยู่ภายใต้อำนาจของอะไร ?
- กิเลส
- กรรม
- ดวงชะตา
- เทพเจ้า
๔. กรรมบถ แปลว่าอะไร ?
- ทางทำกรรม
- ผลของกรรม
- การทำกรรม
- การชดใช้กรรม
๕. ข้อใด เป็นความหมายของกุศลกรรมบถ ?
- ทางแห่งความดี
- ทางแห่งกรรม
- ทางแห่งอบาย
- ทางก้าวหน้า
๖. การกระทำพร้อมทั้งเจตนา เรียกว่าอะไร ?
- กรรมบถ
- กรรมวิบาก
- กรรมกิเลส
- กรรมลิขิต
๗. มโนกรรม หมายถึงอะไร ?
- การกระทำทางกาย
- การกระทำทางวาจา
- การกระทำทางใจ
- การกระทำทุกวิถีทาง
๘. กาเมสุมิจฉาจาร จะสำเร็จความเป็นกรรมบถทางทวารใด ?
- กายทวาร
- วจีทวาร
- มโนทวาร
- ไตรทวาร
๙. ข้อใด เป็นวจีกรรมอย่างเดียว ?
- อภิชฌา
- พยาบาท
- มิจฉาทิฏฐิ
- สัมผัปปลาปะ
๑๐. มโนกรรม เกิดได้ทางทวารใด ?
- กายทวาร
- วจีทวาร
- มโนทวาร
- ถูกทุกข้อ
๑๑. พยาบาทปองร้ายเขา จัดเป็นกรรมชนิดใด ?
- กายกรรม
- วจีกรรม
- มโนกรรม
- ถูกทุกข้อ
๑๒. ข้อใด เป็นทั้งอกุศลกรรมบถ และอกุศลมูล ?
- พยาบาท
- ปาณาติบาต
- มุสาวาท
- สัมผัปปลาปะ
๑๓. วจีกรรมใดมีทุกขเวทนาอย่างเดียว ?
- มุสาวาท
- ปิสุณวาจา
- ผรุสวาจา
- สัมผัปปลาปะ
๑๔. ข้อใด เป็นอารมณ์ของพยาบาท ?
- มนุษย์
- เปรต
- เทวดา
- พรหม
๑๕. กายกรรม ๓ วจีกรรม ๔ โดยสภาวธรรมได้แก่อะไร ?
- เจตนา
- โกฏฐาสะ
- อารมณ์
- เวทนา
๑๖. อกุศลมูลใด มีอยู่ในอกุศลกรรมทุกข้อ ?
- โลภะ
- โทสะ
- โมหะ
- ถูกทุกข้อ
๑๗. ปาณาติบาต เกิดขึ้นจากอกุศลมูลใด ?
- โทสะ โมหะ
- โลภะ โทสะ
- โลภะ โมหะ
- โลภะ โทสะ โมหะ
๑๘. ข้อใด จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิ ?
- ทำดีมีความสุข
- ทำชั่วได้ความทุกข์
- ทำบุญได้บาป
- ทำบาปเกิดในอบาย
๑๙. รูปชีวิตินทรีย์ เป็นธรรมชาติทำให้สิ่งใดมีชีวิตอยู่ได้ ?
- รูป
- เวทนา
- สัญญา
- สังขาร
๒๐. เมื่อรูปชีวิตินทรีย์ขาด ทำให้สิ่งใดขาดไปด้วย ?
- เวทนา
- สัญญา
- สังขาร
- ถูกทุกข้อ
๒๑. คำว่า ปาณะ ในปาณาติบาต โดยสมมติสัจจะ ได้แก่อะไร ?
- สัตว์
- รูปชีวิตินทรีย์
- อรูปชีวิตินทรีย์
- นามธรรม
๒๒. ข้อใด จัดเป็นองค์ของปาณาติบาต ?
- จิตคิดจะฆ่า
- จิตคิดจะลัก
- จิตคิดจะเสพ
- จิตคิดจะพูดส่อเสียด
๒๓. สั่งให้คนอื่นฆ่าสัตว์ เป็นกายกรรมเกิดขึ้นทางทวารใด ?
- กายทวาร
- วจีทวาร
- มโนทวาร
- ไตรทวาร
๒๔. คำว่า อทินนะ ในอทินนาทาน หมายถึงอะไร ?
- ของที่เจ้าของหวงแหน
- ของที่เจ้าของแบ่งให้
- ของที่ไม่มีเจ้าของ
- ของที่เจ้าของทิ้งแล้ว
๒๕. กาเมสุมิจฉาจารอาศัยอะไร จึงจะสำเร็จเป็นกรรมบถได้ ?
- สัมผัสทางกาย
- สัมผัสทางใจ
- สัมผัสทางวัตถุ
- สัมผัสทางใน
๒๖. สำนวนใด มีความหมายตรงกับกาเมสุมิจฉาจาร ?
- น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
- น้ำนิ่งไหลลึก
- จับปลาสองมือ
- น้ำขึ้นให้รีบตัก
๒๗. องค์แห่งมุสาวาทข้อใด เป็นเหตุให้ถึงความเป็นกรรมบถ ?
- เรื่องไม่จริง
- จิตคิดจะพูดให้ผิด
- พยายามจะพูด
- คนอื่นเข้าใจเรื่องนั้น
๒๘. กรรมที่ส่งผลในปฏิสนธิกาล ตรงกับข้อใด ?
- เกิดเป็นมนุษย์
- เกิดเป็นกษัตริย์นักรบ
- เกิดเป็นหัวหน้าเทวดา
- เกิดเป็นผู้หญิงสวยงาม
๒๙. กรรมที่ส่งผลในปวัตติกาล หมายถึงให้ผลในกาลใด ?
- อดีตกาล
- อนาคตกาล
- ปัจจุบันกาล
- ไม่กำหนดกาล
๓๐. กายกรรม ๓ จะสำเร็จความเป็นกรรมบถได้เพราะอะไร ?
- เจตนา
- อารมณ์
- เวทนา
- มูลเหตุ
๓๑. ข้อใด เป็นสัมผัปปลาปะที่ถึงความเป็นกรรมบถ ?
- เชื่อเรื่องไร้สาระว่าเป็นจริง
- เชื่อเรื่องไร้สาระว่าไม่จริง
- เชื่อเรื่องไร้สาระว่าไม่ถูกต้อง
- เชื่อเรื่องไร้สาระว่าไม่มีเหตุผล
๓๒. เจตนาเป็นเหตุละโมบ อยากได้สิ่งของผู้อื่น เรียกว่าอะไร ?
- อภิชฌา
- พยาบาท
- มิจฉาทิฏฐิ
- กรรมบถ
๓๓. ข้อใด เป็นองค์แห่งอภิชฌา ?
- ของมีเจ้าของ
- รู้ว่ามีเจ้าของ
- จิตคิดจะลัก
- การน้อมมาเพื่อตน
๓๔. พยาบาทในข้อใด เป็นเพียงกรรมยังไม่ถึงความเป็นกรรมบถ ?
- คิดให้พินาศ
- คิดให้เสียหาย
- คิดปองร้าย
- คิดเรื่องโกรธ
๓๕. ความพยาบาท เป็นเหตุให้บุคคลประพฤติผิดเรื่องใด ?
- ฆ่าสัตว์
- ลักทรัพย์
- เห็นผิด
- ประพฤติผิดในกาม
๓๖. นิยตมิจฉาทิฏฐิทั้ง ๓ ปฏิเสธเรื่องใด ?
- กรรมและผลกรรม
- โลกนี้และโลกหน้า
- นรกสวรรค์
- ถูกทุกข้อ
๓๗. พระพุทธศาสนาปฏิเสธนิยตมิจฉาทิฏฐิ ข้อใด ?
- นัตถิกทิฏฐิ
- อเหตุกทิฏฐิ
- อกิริยทิฏฐิ
- ถูกทุกข้อ
๓๘. มิจฉาทิฏฐิข้อใด มีโทษเบากว่าทิฏฐิอื่น ?
- นัตถิกทิฏฐิ
- อเหตุกทิฏฐิ
- อกิริยทิฏฐิ
- สักกายทิฏฐิ
๓๙. อกุศลกรรมบถใด เพียงแต่คิดในใจก็สำเร็จเป็นกรรมบถ ?
- ปาณาติบาต
- อทินนาทาน
- สัมผัปปลาปะ
- มิจฉาทิฏฐิ
๔๐. คิดว่า ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี จัดเป็นมโนกรรมฝ่ายอกุศลเกิดขึ้น ทางทวารใด ?
- กายทวาร
- วจีทวาร
- มโนทวาร
- ถูกทุกข้อ
๔๑. อกุศลกรรมบถข้อใด เกิดขึ้นได้ทั้ง ๓ ทวาร ?
- ปาณาติบาต
- กาเมสุมิจฉาจาร
- มุสาวาท
- อภิชฌา
๔๒. กรรมบถใด จัดเป็นมโนกรรมฝ่ายกุศล ?
- ปาณาติบาต
- อทินนาทาน
- อภิชฌา
- อพยาบาท
๔๓. การประพฤติธรรมจริยาและสมจริยา เป็นเหตุได้สวรรค์สมบัติตรงกับข้อใด ?
- เกิดเป็นกษัตริย์
- เกิดเป็นพราหมณ์
- เกิดเป็นแพศย์
- เกิดเป็นเทวดา
๔๔. ข้อใด จัดเป็นธรรมจริยาและสมจริยาทางวาจา ?
- เว้นจากปาณาติบาต
- เว้นจากอทินนาทาน
- เว้นจากกาเมสุมิจฉาจาร
- เว้นจากสัมผัปปลาปะ
๔๕. พูดถ้อยคำที่มีหลักฐานและเหตุผล ชื่อว่าประพฤติกุศลกรรมบถใด ?
- เว้นจากพูดเท็จ
- เว้นจากพูดคำหยาบ
- เว้นจากพูดส่อสียด
- เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ
๔๖. ข้อใด ไม่เป็นรากเหง้าของกุศลกรรมบถ ?
- อภิชฌา
- อนภิชฌา
- อพยาบาท
- สัมมาทิฏฐิ
๔๗. ความปรองดอง เกิดขึ้นได้เพราะประพฤติกุศลกรรมบถใด ?
- เว้นจากพูดเท็จ
- เว้นจากพูดส่อเสียด
- เว้นจากพูดคำหยาบ
- เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ
๔๘. ความเห็นแจ้งอริยสัจ ๔ จัดเป็นกุศลกรรมบถใด ?
- อนภิชฌา
- อพยาบาท
- สัมมาทิฏฐิ
- ถูกทุกข้อ
๔๙. ข้อใด เป็นอานิสงส์แห่งกุศลกรรมบถที่นำไปสู่สุคติ ?
- เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
- เกิดเป็นมนุษย์
- เกิดเป็นเปรต
- เกิดเป็นอสุรกาย
๕๐. ข้อใด เป็นเหตุให้ไปเกิดในพรหมโลก ?
- อกุศลกรรมบถ
- กุศลกรรมบถ
- อกุศลเจตนา
- อกุศลมูล
