ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ  นักธรรมชั้นตรี พ.ศ. 2543

ถาม อาบัติ คืออะไร ?

ตอบ อาบัติ คือ โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม

ถาม อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติ 6 อย่างนั้น อย่างไหนเสียหายมากที่สุด ?

ตอบ ต้องด้วยไม่ละอาย จัดว่าเสียหายมากที่สุด


ถาม นิสสัยคืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?

ตอบ นิสสัย คือปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต มี 4 คือ

  1. เที่ยวบิณฑบาต
  2. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
  3. อยู่โคนไม้
  4. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า

ถาม ปาราชิก สิกขาบทที่ 2 และ 4 มีความหมายว่าอย่างไร ?

ตอบ

  • สิกขาบทที่ 2 ว่า “ภิกษุถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ได้ราคา 5 มาสก ต้องปาราชิก”
  • สิกขาบทที่ 4 ว่า “ภิกษุอวดอุตตริมนุสสธรรม (คือ ธรรมอันยิ่งของมนุษย์) ที่ไม่มีในตน ต้องปาราชิก”

ถาม สิกขากับสิกขาบท ต่างกันอย่างไร ?

ตอบ ต่างกันดังนี้

  • สิกขา คือ ข้อที่ภิกษุต้องศึกษา
  • สิกขาบท คือ พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ เป็นสิกขาบทหนึ่ง ๆ

ถาม สิกขามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?

ตอบ สิกขามี 3 คือ

  • ศีล ความรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย
  • สมาธิ ความรักษาใจมั่น
  • ปัญญา ความรอบรู้ในกองสังขาร

ถาม อุตตริมนุสสธรรมคืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?

ตอบ อุตตริมนุสสธรรม คือธรรมอันยิ่งของมนุษย์ หรือคุณอย่างยวดยิ่งของมนุษย์ มี ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล นิพพาน

ถาม ปาราชิก 4 ข้อไหนเป็นสจิตตกะ ข้อไหนเป็นอจิตตกะ ? ทำไมเป็นเช่นนั้น ?

ตอบ ปาราชิกทั้ง 4 ข้อ เป็นสจิตตกะ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะต้องด้วยจงใจ เกิดขึ้นโดยมีเจตนาเป็นสมุฏฐาน


ถาม ภิกษุมีความกำหนัดจับต้องอนุปสัมบันต้องอาบัติอะไร ?

ตอบ ภิกษุมีความกำหนัด

  • จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นหญิง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
  • จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
  • จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นผู้ชาย ต้องทุกกฏ

ถาม เพราะเหตุใดสังฆาทิเสสจึงเรียกว่า ครุกาบัติ ทุฏฐุลลาบัติ วุฏฐานคามินี ?

ตอบ

  • เพราะเป็นอาบัติหนัก จึงเรียกว่า ครุกาบัติ
  • เพราะมีเรื่องหยาบคายมาก จึงเรียกว่า ทุฏฐุลลาบัติ
  • เพราะภิกษุผู้ต้อง จะพ้นได้ด้วยการอยู่กรรม จึงเรียกว่า วุฏฐานคามินี

ถาม ที่เช่นไร เรียกว่าที่ลับตาและที่ลับหู ?

ตอบ

  • ที่ที่มีวัตถุกำบังแลเห็นไม่ได้ เรียกว่า ที่ลับตา
  • ที่แจ้ง แลเห็นได้ แต่ห่างไม่ได้ยินเสียงพูด เรียกว่า ที่ลับหู

ถาม นั่งในที่ลับตาและที่ลับหูกับหญิงสองต่อสองทำให้ถูกปรับอาบัติอะไรได้บ้าง ?

ตอบ

  • นั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง ทำให้ถูกปรับอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง
  • นั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง ทำให้ถูกปรับอาบัติสังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่งได้

ถาม ภิกษุโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติไม่มีมูลต้องอาบัติกี่สถาน ? อะไรบ้าง ?

ตอบ ภิกษุโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติไม่มีมูลต้องอาบัติ 2 สถาน คือ

  1. โจทด้วยอาบัติปาราชิก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
  2. โจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาบัติปาจิตตีย์

ถาม เภสัช 5 มีอะไรบ้าง ? น้ำตาลทรายจัดเข้าในเภสัชใด ?

ตอบ เภสัช 5 มี เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ฯ น้ำตาลทรายจัดเข้าในน้ำอ้อย ฯ


ถาม ในปาจิตตีย์ 9 วรรคนั้น วรรคที่เท่าไร มี 12 สิกขาบท ?

ตอบ วรรคที่ 8

ถาม ภิกษุยกผักตบชวาที่ลอยอยู่ในแม่น้ำมาไว้ในสระจะต้องอาบัติอะไร ?

ตอบ เมื่อยกขึ้นจากน้ำซึ่งเป็นที่เดิม ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผักตบชวาจะตายหรือไม่ตาย ไม่เป็นประมาณ


ถาม บริขาร 8 มีอะไรบ้าง ? ภิกษุซ่อนบริขารของผู้อื่นเพื่อล้อเล่นต้องอาบัติอะไร ?

ตอบ บริขาร 8 มี

  1. สังฆาฏิ
  2. อุตตราสงค์
  3. อันตรวาสก
  4. บาตร
  5. มีดโกน
  6. กล่องเข็ม
  7. ประคดเอว
  8. ผ้ากรองน้ำ

ภิกษุซ่อนบริขารคือ บาตร จีวร ผ้าปูนั่ง กล่องเข็ม ประคดเอว สิ่งใดสิ่งหนึ่งของภิกษุอื่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ตามสิกขาบทที่ 10 แห่งสุราปานวรรค ถ้าซ่อนบริขารอื่นนอกจากนี้ของภิกษุ ต้องอาบัติทุกกฎ ซ่อนบริขารของอนุปสัมบันต้องอาบัติทุกกฏ

ถาม คำว่า “พินทุกัปปะ” คืออะไร ?

ตอบ คำว่า “พินทุกัปปะ” คือการทำให้เสียสี (วัตถุสำหรับทำให้เสียสี คือเขียวคราม, โคลน, ดำคล้ำ ทำให้เป็นจุดกลม หรือดวงกลมใหญ่เท่าแววตานกยูง เล็กเท่าหลังตัวเรือด)


ถาม การอุปสมบทจัดเป็นอธิกรณ์อะไร ? ใครเป็นผู้ระงับอธิกรณ์นั้น ?

ตอบ การอุปสมบทจัดเป็นกิจจาธิกรณ์ สงฆ์เป็นผู้ระงับอธิกรณ์นั้น

ถาม ภิกษุเถียงกันเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรเป็นอธิกรณ์อะไรหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?

ตอบ ไม่จัดเป็นอธิกรณ์ เพราะไม่ใช่การเถียงกันปรารภพระธรรมวินัย

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.