ปัญหาข้อที่ 1
ถาม อาบัติ คืออะไร ?
ตอบ อาบัติ คือ โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม
ถาม อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติ 6 อย่างนั้น อย่างไหนเสียหายมากที่สุด ?
ตอบ ต้องด้วยไม่ละอาย จัดว่าเสียหายมากที่สุด
ปัญหาข้อที่ 2
ถาม นิสสัยคืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ นิสสัย คือปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต มี 4 คือ
- เที่ยวบิณฑบาต
- นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
- อยู่โคนไม้
- ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า
ถาม ปาราชิก สิกขาบทที่ 2 และ 4 มีความหมายว่าอย่างไร ?
ตอบ
- สิกขาบทที่ 2 ว่า “ภิกษุถือเอาของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ได้ราคา 5 มาสก ต้องปาราชิก”
- สิกขาบทที่ 4 ว่า “ภิกษุอวดอุตตริมนุสสธรรม (คือ ธรรมอันยิ่งของมนุษย์) ที่ไม่มีในตน ต้องปาราชิก”
ปัญหาข้อที่ 3
ถาม สิกขากับสิกขาบท ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ ต่างกันดังนี้
- สิกขา คือ ข้อที่ภิกษุต้องศึกษา
- สิกขาบท คือ พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ เป็นสิกขาบทหนึ่ง ๆ
ถาม สิกขามีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ สิกขามี 3 คือ
- ศีล ความรักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย
- สมาธิ ความรักษาใจมั่น
- ปัญญา ความรอบรู้ในกองสังขาร
ปัญหาข้อที่ 4
ถาม อุตตริมนุสสธรรมคืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ อุตตริมนุสสธรรม คือธรรมอันยิ่งของมนุษย์ หรือคุณอย่างยวดยิ่งของมนุษย์ มี ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล นิพพาน
ถาม ปาราชิก 4 ข้อไหนเป็นสจิตตกะ ข้อไหนเป็นอจิตตกะ ? ทำไมเป็นเช่นนั้น ?
ตอบ ปาราชิกทั้ง 4 ข้อ เป็นสจิตตกะ ที่เป็นเช่นนั้น เพราะต้องด้วยจงใจ เกิดขึ้นโดยมีเจตนาเป็นสมุฏฐาน
ปัญหาข้อที่ 5
ถาม ภิกษุมีความกำหนัดจับต้องอนุปสัมบันต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ ภิกษุมีความกำหนัด
- จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นหญิง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
- จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
- จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นผู้ชาย ต้องทุกกฏ
ถาม เพราะเหตุใดสังฆาทิเสสจึงเรียกว่า ครุกาบัติ ทุฏฐุลลาบัติ วุฏฐานคามินี ?
ตอบ
- เพราะเป็นอาบัติหนัก จึงเรียกว่า ครุกาบัติ
- เพราะมีเรื่องหยาบคายมาก จึงเรียกว่า ทุฏฐุลลาบัติ
- เพราะภิกษุผู้ต้อง จะพ้นได้ด้วยการอยู่กรรม จึงเรียกว่า วุฏฐานคามินี
ปัญหาข้อที่ 6
ถาม ที่เช่นไร เรียกว่าที่ลับตาและที่ลับหู ?
ตอบ
- ที่ที่มีวัตถุกำบังแลเห็นไม่ได้ เรียกว่า ที่ลับตา
- ที่แจ้ง แลเห็นได้ แต่ห่างไม่ได้ยินเสียงพูด เรียกว่า ที่ลับหู
ถาม นั่งในที่ลับตาและที่ลับหูกับหญิงสองต่อสองทำให้ถูกปรับอาบัติอะไรได้บ้าง ?
ตอบ
- นั่งในที่ลับตากับหญิงสองต่อสอง ทำให้ถูกปรับอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่ง
- นั่งในที่ลับหูกับหญิงสองต่อสอง ทำให้ถูกปรับอาบัติสังฆาทิเสส หรือปาจิตตีย์ อย่างใดอย่างหนึ่งได้
ปัญหาข้อที่ 7
ถาม ภิกษุโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติไม่มีมูลต้องอาบัติกี่สถาน ? อะไรบ้าง ?
ตอบ ภิกษุโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติไม่มีมูลต้องอาบัติ 2 สถาน คือ
- โจทด้วยอาบัติปาราชิก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
- โจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสส ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ถาม เภสัช 5 มีอะไรบ้าง ? น้ำตาลทรายจัดเข้าในเภสัชใด ?
ตอบ เภสัช 5 มี เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ฯ น้ำตาลทรายจัดเข้าในน้ำอ้อย ฯ
ปัญหาข้อที่ 8
ถาม ในปาจิตตีย์ 9 วรรคนั้น วรรคที่เท่าไร มี 12 สิกขาบท ?
ตอบ วรรคที่ 8
ถาม ภิกษุยกผักตบชวาที่ลอยอยู่ในแม่น้ำมาไว้ในสระจะต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ เมื่อยกขึ้นจากน้ำซึ่งเป็นที่เดิม ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ผักตบชวาจะตายหรือไม่ตาย ไม่เป็นประมาณ
ปัญหาข้อที่ 9
ถาม บริขาร 8 มีอะไรบ้าง ? ภิกษุซ่อนบริขารของผู้อื่นเพื่อล้อเล่นต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ บริขาร 8 มี
- สังฆาฏิ
- อุตตราสงค์
- อันตรวาสก
- บาตร
- มีดโกน
- กล่องเข็ม
- ประคดเอว
- ผ้ากรองน้ำ
ภิกษุซ่อนบริขารคือ บาตร จีวร ผ้าปูนั่ง กล่องเข็ม ประคดเอว สิ่งใดสิ่งหนึ่งของภิกษุอื่น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ตามสิกขาบทที่ 10 แห่งสุราปานวรรค ถ้าซ่อนบริขารอื่นนอกจากนี้ของภิกษุ ต้องอาบัติทุกกฎ ซ่อนบริขารของอนุปสัมบันต้องอาบัติทุกกฏ
ถาม คำว่า “พินทุกัปปะ” คืออะไร ?
ตอบ คำว่า “พินทุกัปปะ” คือการทำให้เสียสี (วัตถุสำหรับทำให้เสียสี คือเขียวคราม, โคลน, ดำคล้ำ ทำให้เป็นจุดกลม หรือดวงกลมใหญ่เท่าแววตานกยูง เล็กเท่าหลังตัวเรือด)
ปัญหาข้อที่ 10
ถาม การอุปสมบทจัดเป็นอธิกรณ์อะไร ? ใครเป็นผู้ระงับอธิกรณ์นั้น ?
ตอบ การอุปสมบทจัดเป็นกิจจาธิกรณ์ สงฆ์เป็นผู้ระงับอธิกรณ์นั้น
ถาม ภิกษุเถียงกันเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรเป็นอธิกรณ์อะไรหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?
ตอบ ไม่จัดเป็นอธิกรณ์ เพราะไม่ใช่การเถียงกันปรารภพระธรรมวินัย
