ปัญหาและเฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท พ.ศ. 2564

ถาม อนุพุทธบุคคลคือใคร ? มีความสำคัญอย่างไร ?

ตอบ อนุพุทธบุคคล คือ สาวกผู้รู้ตามพระพุทธเจ้า ฯ มีความสำคัญคือ อนุพุทธบุคคล เป็นสังฆรัตนะใน 3 รัตนะ เป็นพยานยืนยันความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นกำลังใหญ่ของพระพุทธเจ้าในอันช่วยประกาศพระธรรม ประดิษฐานพระพุทธศาสนาขึ้นเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนเป็นอันมาก ฯ


ถาม เอหิภิกขุอุปสัมปทาที่ประทานแก่พระโกณฑัญญะและพระยสะต่างกันอย่างไร ? เพราะเหตุไร ?

ตอบ ต่างกันคือ ที่ประทานแก่พระโกณฑัญญะ มีคำว่า เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบ ส่วนที่ประทานแก่พระยสะ ไม่มีคำว่า เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบ ฯ เพราะพระโกณฑัญญะยังไม่ถึงที่สุดทุกข์ ส่วนพระยสะได้ถึงที่สุดทุกข์แล้ว ฯ


ถาม “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคำอุทานของใคร ? เพราะเหตุใดจึงอุทานอย่างนั้น ?

ตอบ เป็นคำอุทานของยสกุลบุตร ฯ ที่อุทานอย่างนั้น เพราะเห็นหมู่ชนบริวานนอนหลับมีอาการพิกลต่าง ๆ ดุจซากศพที่ทิ้งอยู่ในป่าช้า เกิดความสลดใจ คิดเบื่อหน่าย ฯ


ถาม พระสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีบริวารมาก คือใคร ? เพราะท่านมีคุณธรรมอะไร ?

ตอบ พระสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีบริวารมาก คือ พระอุรุเวลกัสสปะ ฯ เพราะท่านรู้จักสงเคราะห์บริวารด้วยอามิสบ้าง ด้วยธรรมบ้าง จึงเป็นที่รักใคร่นับถือ สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจบริวารไว้ได้ ฯ


ถาม พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชก มีใจความย่อว่าอย่างไร ?

ตอบ มีใจความย่อว่า “ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาตรัสสอนอย่างนี้”


ถาม พระมหากัสสปะ โดยปกติถือธุดงค์กี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?

ตอบ พระมหากัสสปะ โดยปกติถือธุดงค์ 3 อย่าง คือ

  1. นุ่งหุ่มผ้าบังสุกุลจีวรเป็นวัตร
  2. เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
  3. อยู่ป่าเป็นวัตร

ถาม พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอุปมาด้วยพิณ 3 สายแก่ใคร ? ด้วยทรงมีพระประสงค์ใด ?

ตอบ ทรงแสดงแก่พระโสณโกฬิวิสะ ฯ ด้วยมีพระประสงค์จะให้ท่านทำความเพียรพอประมาณ เพราะท่านทำความเพียรอย่างยิ่ง เป็นเหตุให้เกิดทุกขเวทนา ทำให้ไม่บรรลุธรรม ฯ


ถาม พระเถระและพระเถรีผู้มีชื่อต่อไปนี้ ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ฯ

  1. พระมหากัจจายนะเถระ
  2. พระโมฆราชเถระ
  3. พระราหุลเถระ
  4. พระปฏาขาราเถรี
  5. พระอุบลวรรณาเถรี

ตอบ

  1. พระมหากัจจายนะเถระ เป็นเอตทัคคะในทางอธิบายคำย่อให้พิสดาร
  2. พระโมฆราชเถระ เป็นเอตทัคคะในทางทรงจีวรเศร้าหมอง
  3. พระราหุลเถระ เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใฝ่ใจศึกษาพระธรรมวินัย
  4. พระปฏาขาราเถรี เป็นเอตทัคคะในทางทรงวินัย
  5. พระอุบลวรรณาเถรี เป็นเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์

ศาสนพิธี

ถาม จงเขียนอุโบสถศีลข้อที่ 3 มาดู ฯ

ตอบ อุโบสถศีลข้อที่ 3 ว่า “อพฺรหฺมจริยา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ” ฯ


ถาม ธรรมเนียมของสงฆ์ที่พึงปฏิบัติชอบต่อกันเพื่อความสามัคคี เรียกว่าอะไร ? หมายถึงอะไร ?

ตอบ เรียกว่า สามีจิกรรม ฯ หมายถึง การขอขมาโทษและการให้อภัยกัน ฯ