ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ  นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. 2558

ถาม พระพุทธองค์ทรงปฏิญาณว่า เป็นสัมมาสัมพุทธะ เพราะทรงอาศัยเหตุอะไร ?

ตอบ ทรงอาศัยเหตุที่ตรัสรู้อริยสัจ 4 อย่างแจ่มแจ้งครบถ้วนทุกประการ จึงทรงปฏิญาณว่า เป็นสัมมาสัมพุทธะ ฯ


ถาม พุทธจักษุ กับธรรมจักษุ ต่างกันอย่างไร ? แต่ละอย่างใครได้เป็นคนแรก ?

ตอบ

พุทธจักษุ คือจักษุของพระพุทธเจ้า หมายถึงพระปัญญาของพระพุทธองค์ที่ทรงพิจารณาเห็นอุปนิสัยแห่งเวไนยสัตว์ ส่วนธรรมจักษุ คือดวงตาเห็นธรรม ได้แก่โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ฟังธรรม ฯ

พุทธจักษุ เป็นคุณสมบัติเฉพาะพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์จึงทรงได้เป็นพระองค์แรกและพระองค์เดียว ส่วนธรรมจักษุพระอัญญาโกณฑัญญะได้เป็นองค์แรก ฯ


ถาม พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญพระสาวกองค์ใดว่า “ไม่ทำศรัทธาและโภคทรัพย์ของตระกูลให้เสีย” ? และทรงอุปมาเปรียบเทียบว่าอย่างไร ?

ตอบ ทรงสรรเสริญพระโมคคัลลานะ ฯ ะทรงอุปมาเปรียบเทียบว่า “ประหนึ่งแมลงผึ้งอันเที่ยวไปในสวนดอกไม้ ไม่ทำสีและกลิ่นของดอกไม้ให้ช้ำ ถือเอาแต่รสบินไป ฉะนั้น” ฯ


ถาม ผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยวิธีรับโอวาท และโดยวิธีรับครุธรรม คือใคร ? และได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางใด ?

ตอบ

ผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยวิธีรับโอวาท คือพระมหากัสสปะ และผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยวิธีรับครุธรรม คือพระมหาปชาบดี โคตมี ฯ

พระมหากัสสปะ ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางผู้ทรงธุดงคคุณ ส่วนพระมหาปชาบดี โคตมี ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางรัตตัญญู ฯ


ถาม พระพุทธองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดาในสวรรค์ชั้นใด ? ด้วยธรรมอะไร ? และพระพุทธมารดาได้รับผลอะไร ?

ตอบ พระพุทธองค์เสด็จไปแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ฯ ด้วยพระอภิธรรม ฯ พระพุทธมารดาได้บรรลุพระโสดาปัตติผล ฯ


ถาม อนาถบิณฑิกเศรษฐี มีนามเดิมว่าอะไร ? ได้บรรลุคุณวิเศษอะไรในพระพุทธศาสนา ? ที่ไหน ?

ตอบ อนาถบิณฑิกเศรษฐี มีนามเดิมว่าสุทัตตะ ฯ ได้บรรลุโสดาปัตติผล ฯ ที่เมืองราชคฤห์ ฯ


ถาม พระสาวกที่มักเปล่งอุทานเนืองๆ ว่า “สุขหนอ สุขหนอ” ดังนี้ คือใคร ? ท่านเปล่งอุทานเช่นนี้เพราะเหตุไร ?

ตอบ คือพระภัททิยะ ฯ ท่านเปล่งอุทานเช่นนี้เพราะเมื่อก่อนท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ต้องจัดการรักษาป้องกันทั้งในวังนอกวัง ทั้งในเมืองนอกเมือง จนตลอดทั่วอาณาเขต แม้มีคนคอยรักษาอย่างนี้แล้ว ยังต้องหวาดระแวง สะดุ้งกลัวอยู่เป็นนิตย์ ครั้นทรงออกบวชได้บรรลุอรหัตผลแล้ว แม้อยู่ในที่ไหนๆ ก็ไม่หวาดระแวง ไม่สะดุ้งกลัว ไม่ต้องขวนขวาย มีใจปลอดโปร่งเป็นดุจมฤคอยู่ จึงเปล่งอุทานเช่นนั้น ฯ


ถาม พระมหากัสสปะ พระอุบาลี และพระอานนท์ องค์ใดนิพพานก่อนหรือหลังพระพุทธองค์ ? จงอ้างหลักฐานมาแสดง

ตอบ นิพพานหลังพระพุทธองค์ทั้งหมด ฯ หลักฐาน คือ พระสาวกทั้ง 3 องค์นั้นได้ร่วมประชุมสงฆ์ทำสังคายนาครั้งที่ 1 หลังพุทธปรินิพพานได้ 3 เดือน ฯ


ถาม คำว่า “วรรณะใด ประพฤติอกุศลกรรมบถ เบื้องหน้าแต่มรณะ วรรณะนั้นย่อมเข้าสู่อบายเสมอกันหมด ไม่มีพิเศษ” ใครกล่าว ? และกล่าวกะใคร ?

ตอบ พระมหากัจจายนะ กล่าว ฯ กล่าวกะพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ฯ


ถาม ในการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ พระพุทธสรีระส่วนใดยังคงเหลืออยู่ ?

ตอบ พระอัฐิ พระเกสา พระโลมา พระนขา พระทันตา เหลืออยู่ นอกนั้นถูกเพลิงไหม้หมดสิ้น ฯ