ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ  นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. 2561

ถาม ศากยวงศ์สืบเชื้อสายมาจากใคร ? ที่ได้นามว่าศากยะ เพราะเหตุไร ?

ตอบ สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าโอกกากราช ฯ ที่ได้นามว่าศากยะเพราะเหตุ 2 ประการ คือ

  1. เพราะได้ชื่อตามชนบทที่ตั้งเมือง
  2. เพราะมีความกล้าหาญ สามารถตั้งเมืองได้เอง

ถาม ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพคืออะไรบ้าง ? ที่สุดโต่งนั้น มีโทษอย่างไร ?

ตอบ ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพคือ

  1. กามสุขัลลิกานุโยค
  2. อัตตกิลมถานุโยค

มีโทษดังนี้

  • กามสุขัลลิกานุโยค คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
  • อัตตกิลมถานุโยค คือ การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทำผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

ถาม ภัพพบุคคล คือบุคคลเช่นใด ? ประเภทที่ 1 ท่านเปรียบด้วยอะไร ?

ตอบ ภัพพบุคคล คือบุคคลผู้สามารถจะตรัสรู้ธรรมได้ ฯ ภัพพบุคคลประเภทที่ 1 คือ อุคฆติตัญญู เปรียบด้วยดอกบัวพ้นน้ำ เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ก็จักบานในวันนั้น ฯ


ถาม พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ที่ไหน ? มีใจความย่อว่าอย่างไร ?

ตอบ พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ที่เวฬุวนาราม กรุงราชคฤห์ ฯ ใจความย่อว่า ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำใจให้บริสุทธิ์ ฯ


ถาม หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปะได้ทำกิจใดที่สำคัญแก่พระศาสนา ? จงอธิบาย

ตอบ ท่านได้ทำกิจที่สำคัญ คือเป็นผู้ชักชวนภิกษุสงฆ์ทำสังคายนาร้อยกรองพระธรรมวินัย และเป็นประธานในการทำสังคายนานั้น อันเป็นเหตุให้พระศาสนาตั้งมั่นถาวรสืบมาจนถึงปัจจุบัน ฯ


ถาม ปัญหาว่า “โลกคือหมู่สัตว์ อันอะไรปิดบังไว้ จึงหลงดุจอยู่ในที่มืด” ดังนี้ ใครเป็นผู้ถาม ? ได้รับคำพยากรณ์ว่าอย่างไร ?

ตอบ อชิตมาณพเป็นผู้ถาม ฯ ได้รับการพยากรณ์ว่า โลกคือหมู่สัตว์ อันอวิชชาคือความไม่รู้แจ้งปิดบังไว้ จึงหลงอยู่ในที่มืด ฯ


ถาม พระภัททิยเถระ มักเปล่งอุทานเนืองๆ ว่า สุขหนอๆ ดังนี้ เพราะเหตุไร ?

ตอบ เพราะเมื่อก่อนท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ต้องจัดการรักษาป้องกันทั้งในวังนอกวัง ทั้งในเมืองนอกเมือง จนตลอดทั่วอาณาเขต แม้มีคนคอยรักษาอย่างนี้แล้ว ยังต้องหวาดระแวงสะดุ้งกลัวอยู่เป็นนิตย์ ครั้นทรงออกบวชได้บรรลุอรหัตผลแล้ว แม้อยู่ในที่ไหนๆ ก็ไม่หวาดระแวง ไม่สะดุ้งกลัว ไม่ต้องขวนขวาย มีใจปลอดโปร่ง เป็นอิสระแก่ตน จึงเปล่งอุทานเช่นนั้น ฯ


ถาม ในครั้งปฐมสังคายนา พระสาวกองค์ใดรับหน้าที่วิสัชนาพระวินัย ? ท่านอุปสมบทพร้อมกับใครบ้าง ?

ตอบ ในครั้งปฐมสังคายนา พระอุบาลีเถระใดรับหน้าที่วิสัชนาพระวินัย ฯ ท่านอุปสมบทพร้อมกับเจ้าศากยะ 5 พระองค์ คือ ภัททิยะ อนุรุทธะ อานนท์ ภัคคุ กิมพิละ กับเจ้าโกลิยะ 1 องค์ คือเทวทัต ฯ


ถาม ภิกษุณีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ?

  • พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
  • พระเขมาเถรี
  • พระอุบลวัณณาเถรี
  • พระปฏาจาราเถรี
  • พระธัมมทินนาเถรี

ตอบ

  • พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญญู
  • พระเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
  • พระอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
  • พระปฏาจาราเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางทรงวินัย
  • พระธัมมทินนาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางธรรมกถึก

ถาม สุภัททวุฑฒบรรพชิต กล่าวจาบจ้วงพระธรรมวินัยว่าอย่างไร ? และทำให้เกิดเหตุการณ์อะไรในกาลต่อมา ?

ตอบ สุภัททวุฑฒบรรพชิต กล่าวจาบจ้วงพระธรรมวินัยว่า “เราทั้งหลายพ้นดีแล้วจากพระสมณะนั้น บัดนี้ เราพอใจจะทำสิ่งใดก็ทำ หรือ มิพอใจทำสิ่งใดก็ไม่ต้องทำ” ฯ เป็นเหตุให้เกิดสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 1 ฯ