ปัญหาข้อที่ 1
ถาม ศากยวงศ์สืบเชื้อสายมาจากใคร ? ที่ได้นามว่าศากยะ เพราะเหตุไร ?
ตอบ สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าโอกกากราช ฯ ที่ได้นามว่าศากยะเพราะเหตุ 2 ประการ คือ
- เพราะได้ชื่อตามชนบทที่ตั้งเมือง
- เพราะมีความกล้าหาญ สามารถตั้งเมืองได้เอง
ปัญหาข้อที่ 2
ถาม ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพคืออะไรบ้าง ? ที่สุดโต่งนั้น มีโทษอย่างไร ?
ตอบ ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพคือ
- กามสุขัลลิกานุโยค
- อัตตกิลมถานุโยค
มีโทษดังนี้
- กามสุขัลลิกานุโยค คือ การประกอบตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
- อัตตกิลมถานุโยค คือ การประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทำผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ปัญหาข้อที่ 3
ถาม ภัพพบุคคล คือบุคคลเช่นใด ? ประเภทที่ 1 ท่านเปรียบด้วยอะไร ?
ตอบ ภัพพบุคคล คือบุคคลผู้สามารถจะตรัสรู้ธรรมได้ ฯ ภัพพบุคคลประเภทที่ 1 คือ อุคฆติตัญญู เปรียบด้วยดอกบัวพ้นน้ำ เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ก็จักบานในวันนั้น ฯ
ปัญหาข้อที่ 4
ถาม พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ที่ไหน ? มีใจความย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ที่เวฬุวนาราม กรุงราชคฤห์ ฯ ใจความย่อว่า ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทำใจให้บริสุทธิ์ ฯ
ปัญหาข้อที่ 5
ถาม หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปะได้ทำกิจใดที่สำคัญแก่พระศาสนา ? จงอธิบาย
ตอบ ท่านได้ทำกิจที่สำคัญ คือเป็นผู้ชักชวนภิกษุสงฆ์ทำสังคายนาร้อยกรองพระธรรมวินัย และเป็นประธานในการทำสังคายนานั้น อันเป็นเหตุให้พระศาสนาตั้งมั่นถาวรสืบมาจนถึงปัจจุบัน ฯ
ปัญหาข้อที่ 6
ถาม ปัญหาว่า “โลกคือหมู่สัตว์ อันอะไรปิดบังไว้ จึงหลงดุจอยู่ในที่มืด” ดังนี้ ใครเป็นผู้ถาม ? ได้รับคำพยากรณ์ว่าอย่างไร ?
ตอบ อชิตมาณพเป็นผู้ถาม ฯ ได้รับการพยากรณ์ว่า โลกคือหมู่สัตว์ อันอวิชชาคือความไม่รู้แจ้งปิดบังไว้ จึงหลงอยู่ในที่มืด ฯ
ปัญหาข้อที่ 7
ถาม พระภัททิยเถระ มักเปล่งอุทานเนืองๆ ว่า สุขหนอๆ ดังนี้ เพราะเหตุไร ?
ตอบ เพราะเมื่อก่อนท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ต้องจัดการรักษาป้องกันทั้งในวังนอกวัง ทั้งในเมืองนอกเมือง จนตลอดทั่วอาณาเขต แม้มีคนคอยรักษาอย่างนี้แล้ว ยังต้องหวาดระแวงสะดุ้งกลัวอยู่เป็นนิตย์ ครั้นทรงออกบวชได้บรรลุอรหัตผลแล้ว แม้อยู่ในที่ไหนๆ ก็ไม่หวาดระแวง ไม่สะดุ้งกลัว ไม่ต้องขวนขวาย มีใจปลอดโปร่ง เป็นอิสระแก่ตน จึงเปล่งอุทานเช่นนั้น ฯ
ปัญหาข้อที่ 8
ถาม ในครั้งปฐมสังคายนา พระสาวกองค์ใดรับหน้าที่วิสัชนาพระวินัย ? ท่านอุปสมบทพร้อมกับใครบ้าง ?
ตอบ ในครั้งปฐมสังคายนา พระอุบาลีเถระใดรับหน้าที่วิสัชนาพระวินัย ฯ ท่านอุปสมบทพร้อมกับเจ้าศากยะ 5 พระองค์ คือ ภัททิยะ อนุรุทธะ อานนท์ ภัคคุ กิมพิละ กับเจ้าโกลิยะ 1 องค์ คือเทวทัต ฯ
ปัญหาข้อที่ 9
ถาม ภิกษุณีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ?
- พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
- พระเขมาเถรี
- พระอุบลวัณณาเถรี
- พระปฏาจาราเถรี
- พระธัมมทินนาเถรี
ตอบ
- พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญญู
- พระเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
- พระอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
- พระปฏาจาราเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางทรงวินัย
- พระธัมมทินนาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางธรรมกถึก
ปัญหาข้อที่ 10
ถาม สุภัททวุฑฒบรรพชิต กล่าวจาบจ้วงพระธรรมวินัยว่าอย่างไร ? และทำให้เกิดเหตุการณ์อะไรในกาลต่อมา ?
ตอบ สุภัททวุฑฒบรรพชิต กล่าวจาบจ้วงพระธรรมวินัยว่า “เราทั้งหลายพ้นดีแล้วจากพระสมณะนั้น บัดนี้ เราพอใจจะทำสิ่งใดก็ทำ หรือ มิพอใจทำสิ่งใดก็ไม่ต้องทำ” ฯ เป็นเหตุให้เกิดสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 1 ฯ
