ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. 2563

ถาม พุทธานุพุทธประวัติ ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาทางใดบ้าง ? จงอธิบายพอได้ใจความ

ตอบ พุทธานุพุทธประวัติ ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาดังนี้

  1. ทางประวัติศาสตร์ เช่นความเป็นไปของบ้านเมืองในครั้งพุทธกาล และลัทธิธรรมเนียมของประชาชนในสมัยนั้น
  2. ทางจรรยาของพระพุทธเจ้า และจรรยาของเหล่าพระอริยสาวก
  3. ทางธรรมวินัยที่ปรากฏในตํานานและความเป็นมาแห่งศาสนธรรม พร้อมทั้งตัวอย่างการบํารุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง

ถาม อาสยะ และ ปโยคะ ในสัตตูปการสัมปทา หมายถึงอะไร ?

ตอบ

อาสยะ หมายถึง ความมีพระหฤทัยเยือกเย็นด้วยความกรุณาปรารถนาคุณประโยชน์อยู่เป็นนิตย์ แม้ในบุคคลที่ทําผิดต่อพระองค์ มีพระเทวทัตเป็นต้น ก็ยังทรงกรุณา ฯ

ปโยคะ หมายถึง ความมีพระหฤทัยมิได้มุ่งหวังต่ออามิส เทศนาสั่งสอนสัตว์ ด้วยข้อปฏิบัติ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ฯ


ถาม หลังจากตรัสรู้แล้ว ขณะพิจารณาปฏิจจสมุปบาท พระพุทธเจ้าทรงเปล่งอุทานในยามสุดท้ายว่าอย่างไร ?

ตอบ ทรงเปล่งอุทานว่า เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้นพราหมณ์นั้น ย่อมกําจัดมารและเสนามารเสียได้ ดุจพระอาทิตย์อุทัย กําจัดมืดให้สว่างฉะนั้น ฯ


ถาม โอวาทปาฏิโมกข์ทรงแสดงที่ไหน ? มีใจความย่อว่าอย่างไร ?

ตอบ ทรงแสดงที่วัดเวฬุวนาราม กรุงราชคฤห์ ฯ ใจความย่อว่า ไม่ทําบาปทั้งปวง ทํากุศลให้ถึงพร้อม ทําใจให้บริสุทธิ์ ฯ


ถาม พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชกมีความว่าอย่างไร ? และมีผลอย่างไร ?

ตอบ มีความว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุของธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาทรงสอนอย่างนี้ ฯ มีผล คือ อุปติสสปริพาชกได้ดวงตาเห็นธรรมว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้น เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ฯ


ถาม ธรรมุเทศ 4 ข้อ ที่พระรัฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ มีใจความว่าอย่างไรบ้าง ?

ตอบ ธรรมุเทศ 4 ข้อ ที่พระรัฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ มีใจความว่า

  1. โลกคือหมู่สัตว์ อันชราเป็นผู้นํา นําเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน
  2. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีผู้ป้องกัน ไม่เป็นใหญ่จําเพาะตน
  3. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของตน จําต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป
  4. โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา

ถาม พระพุทธโอวาท 3 ข้อ ที่ทรงประทานแก่พระมหากัสสปะว่าอย่างไรบ้าง ?

ตอบ พระโอวาท 3 ข้อว่าดังนี้

กัสสปะ ท่านพึงศึกษาว่า

  1. เราจักเข้าไปตั้งความละอายและความยําเกรงไว้ในภิกษุทั้งที่ เป็นผู้เฒ่า ทั้งที่เป็นผู้ใหม่ ทั้งที่เป็นปานกลางอย่างแรงกล้า
  2. เราจักฟังธรรมอันใดอันหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกุศล เราจักเงี่ยโสตฟังธรรมนั้นพิจารณาเนื้อความ
  3. เราจักไม่ละสติเป็นไปในกาย คือพิจารณากายเป็นอารมณ์

ถาม พระอานนท์พุทธอุปัฏฐากได้รับยกย่องจากพระศาสดาว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง ?

ตอบ ด้วยคุณสมบัติ 5 ประการ คือ

  1. เป็นพหูสูต
  2. มีสติ
  3. มีคติ
  4. มีธิติ
  5. เป็นพุทธอุปัฏฐาก

ถาม ภิกษุณีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ?

  • พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี
  • พระนางเขมาเถรี
  • พระนางอุบลวัณณาเถรี
  • พระนางปฏาจาราเถรี
  • พระนางธัมมทินนาเถรี

ตอบ

  • พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญญู
  • พระนางเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
  • พระนางอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
  • พระนางปฏาจาราเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางทรงวินัย
  • พระนางธัมมทินนาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางธรรมกถึก

ถาม การทําสังคายนาครั้งแรก ใครทําหน้าที่ปุจฉาและวิสัชนา ? และทําที่ไหน ?

ตอบ การทําสังคายนาครั้งแรก พระมหากัสสปะทําหน้าที่ปุจฉา พระอุบาลีทําหน้าที่วิสัชนาพระวินัย พระอานนท์ทําหน้าที่วิสัชนาพระสูตรและพระอภิธรรม ฯ ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ฯ