ปัญหาข้อที่ 1
ถาม อุทเทสว่า “สูทั้งหลายจงมาดูโลกนี้” โลกในที่นี้หมายถึงอะไร ? คนมีลักษณะอย่างไรชื่อว่าติดอยู่ในโลก ?
ตอบ
โลก ในที่นี้ โดยตรง ได้แก่แผ่นดินเป็นที่อาศัย โดยอ้อม ได้แก่หมู่สัตว์ผู้อาศัย
คนผู้ไร้วิจารณญาณไม่หยั่งเห็นโดยถ่องแท้ เพลิดเพลินในสิ่งอันให้โทษ หลงระเริงจนเกินพอดีในสิ่งอันอาจให้โทษ ติดในสิ่งอันเป็นอุปการะจนถอนตนไม่ออก ได้รับสุขบ้างทุกข์บ้าง แม้สุขก็เป็นเพียงสามิสสุข สุขอันมีเหยื่อล่อใจเป็นเหตุให้ติด ดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ
ปัญหาข้อที่ 2
ถาม ทุกข์ และ ทุกขลักขณะ เป็นอย่างเดียวกันหรือต่างกัน ? จงอธิบาย
ตอบ ต่างกัน คือ ทุกข์ ได้แก่ ปัญจขันธ์ ส่วนทุกขลักขณะ ได้แก่ ปัญจขันธ์ที่ถูกเบียดเบียนถูกบีบคั้นจากเหตุปัจจัยอันเป็นข้าศึก เช่น ความเย็น ความร้อน เป็นต้น
ปัญหาข้อที่ 3
ถาม บุคคลจะพึงกำหนดรู้สังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนัตตาด้วยอาการอย่างไรบ้าง ? ตอบมา 2 ข้อ
ตอบ ด้วยอาการอย่างนี้ คือ
- ด้วยไม่อยู่ในอำนาจ หรือด้วยฝืนความปรารถนา
- ด้วยแย้งต่ออัตตา
- ด้วยความเป็นสภาพหาเจ้าของมิได้
- ด้วยความเป็นสภาพสูญ คือว่างหรือหายไป
- ด้วยความเป็นสภาวธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย
ปัญหาข้อที่ 4
ถาม คำว่า วัฏฏูปัจเฉโท ธรรมอันเข้าไปตัดซึ่งวัฏฏะ วัฏฏะนั้นหมายถึงอะไร ? และตัดขาดได้อย่างไร ?
ตอบ วัฏฏะ หมายถึง ความเวียนเกิดด้วยอำนาจกิเลส กรรม วิบาก ฯ ตัดขาดได้โดยการละกิเลสอันเป็นเบื้องต้นเสีย ฯ
ปัญหาข้อที่ 5
ถาม โลกามิสคืออะไร ? ที่ได้ชื่ออย่างนั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ โลกามิส คือ กามคุณ 5 ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ ฯ ที่ได้ชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นเครื่องล่อใจให้ติดอยู่ในโลกดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ
ปัญหาข้อที่ 6
ถาม คติ คืออะไร ? สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็นอย่างไรบ้าง ?
ตอบ คติ คือ ภูมิหรือภพเป็นที่ไปหลังจากตายแล้ว ฯ สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็น 2 คือ
- ทุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างชั่ว ซึ่งเกิดจากการประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ
- สุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างดี ซึ่งเกิดจากการประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ
ปัญหาข้อที่ 7
ถาม สมถะ กับ วิปัสสนา ให้ผลต่างกันอย่างไร ?
ตอบ ให้ผลต่างกันดังนี้
สมถะ ให้ผลอย่างต่ำ ทำให้ระงับนิวรณ์ได้ อย่างสูง ทำให้เข้าถึงฌานต่าง ๆ ได้
ส่วนวิปัสสนา ให้ผลอย่างต่ำทำให้ได้ปัญญาเห็นสัจธรรม อย่างสูงทำให้ได้บรรบุอริยผลพ้นจากสังสารทุกข์ ฯ
ปัญหาข้อที่ 8
ถาม คนสัทธาจริตมีนิสัยอย่งไร ? คนประเภทนี้ควรเจริญกัมมัฏฐานบทใด ?
ตอบ คนสัทธาจริต มีนิสียเชื่อง่าย ๆ ในถ้อยคำวาจาที่กล่าวดีและชั่ว ที่เป็นบุญแบะบาป เป็นต้น คนประเภทนี้ควรเจริญอนุสสติกัมมัฏฐาน 6 ประการ คือ พุทธานุสสติ ธัมมนุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ฯ
ปัญหาข้อที่ 9
ถาม จงแสดงวิธีเจริญมุทิตา พร้อมทั้งอานิสงส์แห่งการเจริญพอเป็นตัวอย่าง ?
ตอบ วิธีเจริญมุทิตานั้น ดังนี้
เมื่อได้เห็นหรือได้ยินมนุษย์หรือสัตว์เป็นอยู่สุขสบาย เจริญรุ่งเรืองด้วยสุขสมบัติ พึงทำจิตใจให้ชื่นชมยินดีแล้วแผ่มุทิตาจิตไปว่า สัตว์ผู้นี้หนอ บริบูรณ์ยิ่งนัก มีสุขสมบัติมาก จงเจริญยั่งยืนด้วยสุขสมบัติยิ่ง ๆ เถิด เมื่อเจริญอยู่เนือง ๆ ย่อมได้รับผลดีคือจะละความริษยาในสมบัติของผู้อื่นได้ ฯ
ปัญหาข้อที่ 10
ถาม ผู้เจริญมหาสติปัฏฐาน ต้องประกอบด้วยธรรมใดบ้าง จึงจะกำจัดอภิชฌาและโทมนัสออกได้ ?
ตอบ ต้องประกอบด้วยธรรม 3 คือ
- อาตาปี มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
- สัมปชาโน รู้ทั่วพร้อม
- สติมา มีสติ
