ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. 2564

ถาม อุทเทสว่า “สูทั้งหลายจงมาดูโลกนี้” โลกในที่นี้หมายถึงอะไร ? คนมีลักษณะอย่างไรชื่อว่าติดอยู่ในโลก ?

ตอบ

โลก ในที่นี้ โดยตรง ได้แก่แผ่นดินเป็นที่อาศัย โดยอ้อม ได้แก่หมู่สัตว์ผู้อาศัย

คนผู้ไร้วิจารณญาณไม่หยั่งเห็นโดยถ่องแท้ เพลิดเพลินในสิ่งอันให้โทษ หลงระเริงจนเกินพอดีในสิ่งอันอาจให้โทษ ติดในสิ่งอันเป็นอุปการะจนถอนตนไม่ออก ได้รับสุขบ้างทุกข์บ้าง แม้สุขก็เป็นเพียงสามิสสุข สุขอันมีเหยื่อล่อใจเป็นเหตุให้ติด ดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ


ถาม ทุกข์ และ ทุกขลักขณะ เป็นอย่างเดียวกันหรือต่างกัน ? จงอธิบาย

ตอบ ต่างกัน คือ ทุกข์ ได้แก่ ปัญจขันธ์ ส่วนทุกขลักขณะ ได้แก่ ปัญจขันธ์ที่ถูกเบียดเบียนถูกบีบคั้นจากเหตุปัจจัยอันเป็นข้าศึก เช่น ความเย็น ความร้อน เป็นต้น


ถาม บุคคลจะพึงกำหนดรู้สังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนัตตาด้วยอาการอย่างไรบ้าง ? ตอบมา 2 ข้อ

ตอบ ด้วยอาการอย่างนี้ คือ

  1. ด้วยไม่อยู่ในอำนาจ หรือด้วยฝืนความปรารถนา
  2. ด้วยแย้งต่ออัตตา
  3. ด้วยความเป็นสภาพหาเจ้าของมิได้
  4. ด้วยความเป็นสภาพสูญ คือว่างหรือหายไป
  5. ด้วยความเป็นสภาวธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย

ถาม คำว่า วัฏฏูปัจเฉโท ธรรมอันเข้าไปตัดซึ่งวัฏฏะ วัฏฏะนั้นหมายถึงอะไร ? และตัดขาดได้อย่างไร ?

ตอบ วัฏฏะ หมายถึง ความเวียนเกิดด้วยอำนาจกิเลส กรรม วิบาก ฯ ตัดขาดได้โดยการละกิเลสอันเป็นเบื้องต้นเสีย ฯ


ถาม โลกามิสคืออะไร ? ที่ได้ชื่ออย่างนั้นเพราะเหตุไร ?

ตอบ โลกามิส คือ กามคุณ 5 ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ ฯ ที่ได้ชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นเครื่องล่อใจให้ติดอยู่ในโลกดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ


ถาม คติ คืออะไร ? สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็นอย่างไรบ้าง ?

ตอบ คติ คือ ภูมิหรือภพเป็นที่ไปหลังจากตายแล้ว ฯ สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็น 2 คือ

  1. ทุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างชั่ว ซึ่งเกิดจากการประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ
  2. สุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างดี ซึ่งเกิดจากการประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ

ถาม สมถะ กับ วิปัสสนา ให้ผลต่างกันอย่างไร ?

ตอบ ให้ผลต่างกันดังนี้

สมถะ ให้ผลอย่างต่ำ ทำให้ระงับนิวรณ์ได้ อย่างสูง ทำให้เข้าถึงฌานต่าง ๆ ได้

ส่วนวิปัสสนา ให้ผลอย่างต่ำทำให้ได้ปัญญาเห็นสัจธรรม อย่างสูงทำให้ได้บรรบุอริยผลพ้นจากสังสารทุกข์ ฯ


ถาม คนสัทธาจริตมีนิสัยอย่งไร ? คนประเภทนี้ควรเจริญกัมมัฏฐานบทใด ?

ตอบ คนสัทธาจริต มีนิสียเชื่อง่าย ๆ ในถ้อยคำวาจาที่กล่าวดีและชั่ว ที่เป็นบุญแบะบาป เป็นต้น คนประเภทนี้ควรเจริญอนุสสติกัมมัฏฐาน 6 ประการ คือ พุทธานุสสติ ธัมมนุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ฯ


ถาม จงแสดงวิธีเจริญมุทิตา พร้อมทั้งอานิสงส์แห่งการเจริญพอเป็นตัวอย่าง ?

ตอบ วิธีเจริญมุทิตานั้น ดังนี้

เมื่อได้เห็นหรือได้ยินมนุษย์หรือสัตว์เป็นอยู่สุขสบาย เจริญรุ่งเรืองด้วยสุขสมบัติ พึงทำจิตใจให้ชื่นชมยินดีแล้วแผ่มุทิตาจิตไปว่า สัตว์ผู้นี้หนอ บริบูรณ์ยิ่งนัก มีสุขสมบัติมาก จงเจริญยั่งยืนด้วยสุขสมบัติยิ่ง ๆ เถิด เมื่อเจริญอยู่เนือง ๆ ย่อมได้รับผลดีคือจะละความริษยาในสมบัติของผู้อื่นได้ ฯ


ถาม ผู้เจริญมหาสติปัฏฐาน ต้องประกอบด้วยธรรมใดบ้าง จึงจะกำจัดอภิชฌาและโทมนัสออกได้ ?

ตอบ ต้องประกอบด้วยธรรม 3 คือ

  1. อาตาปี มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
  2. สัมปชาโน รู้ทั่วพร้อม
  3. สติมา มีสติ
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.