กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว.
สํ. ส. ๑๕/๓๓๓. ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๘๔.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
การกระทำของมนุษย์สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลักๆ คือการกระทำที่ดีและการกระทำที่ไม่ดี คำว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เป็นสุภาษิตที่สะท้อนถึงกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นหลักการหนึ่งในศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นการย้ำเตือนว่าทุกการกระทำที่เราทำนั้น จะส่งผลกลับมาหาเราเสมอ หากเราทำความดี เราจะได้รับผลดีตอบแทน ในทางกลับกัน หากเราทำความชั่ว ผลชั่วนั้นก็จะย้อนกลับมาหาเราเช่นกัน
ตัวอย่างของการทำดี เช่น การช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก การแสดงความกรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ และการดำเนินชีวิตตามหลักศีลธรรม การทำดีไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การให้ความช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์และปราศจากความโกรธแค้นและความอิจฉาริษยา การทำดีนี้จะนำมาซึ่งความสุขใจ และการได้รับความรักและความเคารพจากคนรอบข้าง
การทำชั่วนั้นหมายถึงการกระทำที่เป็นโทษต่อผู้อื่นและตนเอง เช่น การโกหก การขโมย การทำร้ายผู้อื่นทั้งทางกายและใจ รวมถึงการมีจิตใจที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและอิจฉาริษยา การกระทำเหล่านี้จะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่เป็นโทษและทุกข์ใจ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความไว้วางใจจากคนรอบข้าง การถูกประณามหรือการได้รับผลร้ายกลับมาจากการกระทำของตนเอง
ดังนั้น สุภาษิตที่ว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” จึงเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำของเรา การทำดีไม่เพียงแต่เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่นและสังคม แต่ยังเป็นการสร้างความสุขและความสงบสุขในใจของเราเอง ขณะที่การทำชั่วจะนำมาซึ่งความทุกข์และความลำบากในอนาคต การเลือกทางที่ถูกต้องในการกระทำเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตที่มีความสุขและความเจริญ เมื่อพิจารณาถึงข้อนี้ เราทั้งหลายพึงทำแต่กรรมที่ดี และรักษาความดีนั้นไว้อย่าให้สูญสลายไป สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุํ ลวณํ โลณตํ ยถา.
พึงรักษาความดีของตนไว้ เหมือนเกลือรักษาความเค็ม
การมีความดีในตัวเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะความดีเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่า เปรียบเสมือนเกลือที่ช่วยรักษาคุณค่าของอาหารให้อร่อย และเกลือจะคงความเค็มไว้เสมอไม่ว่าจะอยู่ในอาหารชนิดใดก็ตาม เกลือทำให้อาหารมีรสชาติที่เข้มข้นและถูกใจผู้ทาน เช่นเดียวกับความดีที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่าและได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ดังนั้นการรักษาความดีในตัวเองจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง
ความดีในตัวมนุษย์ไม่แตกต่างจากเกลือที่ต้องรักษาไว้เพื่อคงความเค็มและรสชาติที่ดีเอาไว้ ความดีต้องการความพยายามและการกระทำอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เสื่อมสลาย การทำความดีแม้จะมีอุปสรรคและความยากลำบาก แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อให้ชีวิตมีความหมายและเป็นที่ยอมรับในสังคม การรักษาความดีในตัวเองจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราทั้งหลายควรพยายามทำอย่างสุดความสามารถ
ความดีทำให้เราได้รับการยอมรับและเคารพจากผู้อื่น ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีและได้รับความรักจากคนรอบข้าง นอกจากนี้ ความดียังเป็นสิ่งที่นำพาสิ่งที่ดีในทุก ๆ ด้านเข้าในชีวิตของเรา
การทำความดีและการรักษาความดีในตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความพยายามและความตั้งใจอย่างยิ่งยวดและแต่เนื่อง การรักษาความดีต้องมีความตั้งใจและการฝึกฝนที่ต่อเนื่อง เพื่อให้ความดีนั้นคงอยู่กับเราตราบกาลนาน และความดีนั้นจะให้ผลเป็นความสุขความเจริญแก่ชีวิตของเรา
สรุปความว่า ความดีเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและทำให้ชีวิตของคนเราทุกคนมีคุณค่า ดังนั้นเราควรทำแต่สิ่งที่ดี เป็นการสร้างความดีขึ้นมาในตนเอง และรักษาความดีนั้นไว้ให้คงอยู่เสมอ คือต้องทำความดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความดีของตนไว้เหมือนเกลือที่รักษาความเค็มไว้ได้ในทุก ๆ ที่ เพราะเมื่อเราทำแต่กรรมดีอยู่เสมอ กรรมดีนั้นจะให้ผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ดีคือความสุขและความเจริญในทุก ๆ ด้านของชีวิต สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ.
ทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั่ว.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
