กระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี พ.ศ. ๒๕๔๓

กตสฺส นตฺถิ ปฏิการํ

สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้

ส. ส.


แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


กตสฺส นตฺถิ ปฏิการํ

สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

หนึ่งในหลักธรรมคำสอนที่สำคัญของพุทธศาสนาคือเรื่องของ “กรรม” ซึ่งหมายถึงการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำทางกาย วาจา หรือใจ กรรมสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลัก คือ กรรมดี (กุศลกรรม) และกรรมชั่ว (อกุศลกรรม) ทุกการกระทำที่เราทำลงไปนั้นย่อมมีผลต่อชีวิตของเราในอนาคต

การทำกรรมดี คือ การกระทำที่ส่งผลให้เกิดความสุข ความสงบ และความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตของเราและคนรอบข้าง กรรมดี ได้แก่ การกระทำที่เป็นกุศล เช่น การช่วยเหลือผู้อื่น การทำทาน การรักษาศีล หรือแม้กระทั่งการคิดดี พูดดี และทำดี การกระทำเหล่านี้จะเป็นการสะสมบุญและทำให้เรามีชีวิตที่มีความสุข

กรรมดีจะส่งผลให้เกิดความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ผู้ที่ทำกรรมดีจะได้รับการยกย่องและความเคารพจากผู้อื่น ทั้งยังสามารถส่งผลให้มีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่ยืนยาว และได้รับความรักความเมตตาจากคนรอบข้าง กรรมดีนั้นเป็นการสร้างอนาคตที่ดีและมีความสุขให้กับตัวเราเอง

การทำกรรมชั่ว คือ การกระทำที่ส่งผลให้เกิดความทุกข์ ความเสียหาย และความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำด้วยความโกรธ ความโลภ หรือความหลงผิด กรรมชั่ว ได้แก่ การกระทำที่เป็นอกุศล เช่น การทำร้ายผู้อื่น การโกหก การขโมย หรือการทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน การกระทำเหล่านี้จะสร้างความทุกข์และความเดือดร้อนให้กับผู้กระทำเองในที่สุด

กรรมชั่วจะส่งผลให้เกิดความทุกข์และความเดือดร้อน ผู้ที่ทำกรรมชั่วจะพบกับปัญหาและอุปสรรคในชีวิต มีความเครียด ความวิตกกังวล และอาจต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธและการโดนลงโทษจากสังคม นอกจากนี้กรรมชั่วยังสามารถส่งผลให้มีสุขภาพที่แย่ มีชีวิตที่สั้นลง และไม่ได้รับความรักความเมตตาจากคนรอบข้าง

การกระทำทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว เมื่อทำลงไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น เราจึงควรระมัดระวังในการกระทำและพยายามทำแต่กรรมดี เพราะกรรมดีจะให้ผลที่ดีและนำความสุขมาให้ ส่วนกรรมชั่วจะสร้างความทุกข์และความเดือดร้อนให้กับตัวเราเอง ดังนั้น ไม่ว่าจะกระทำกรรมใด ๆ จงใคร่ครวญให้ดีก่อนแล้วจึงทำ สมดังภาษิตที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้นิพนธ์ไว้ว่า

นิสมฺม กรณํ เสยฺโย.

ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ดีกว่า

ในฐานะพุทธศาสนิกชน เรวควรใช้สติปัญญาพิจารณาให้รอบคอบก่อนที่จะลงมือทำสิ่งใด เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอไปทำกรรมชั่ว และทำแต่กรรมดีเท่านั้น หลักการนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการมีสติ และการพิจารณาในทุกการกระทำของเรา

สติ คือการมีความรู้สึกตัวในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ การพูด หรือความคิด การมีสติช่วยให้เรารู้ตัวอยู่เสมอว่าเรากำลังทำอะไร และสิ่งนั้นมีผลกระทบอย่างไร

ปัญญา คือการมีความรู้ความเข้าใจในเหตุผลและผลกระทบของการกระทำ การใช้ปัญญาช่วยให้เราสามารถพิจารณาได้ว่าการกระทำใดเป็นกรรมดีและการกระทำใดเป็นกรรมชั่ว

ก่อนที่เราจะลงมือทำสิ่งใด ควรใช้เวลาพิจารณาให้ดีว่า การกระทำนั้นมีผลอย่างไรต่อเราและผู้อื่น การพิจารณาด้วยสติปัญญาช่วยให้เรามองเห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เมื่อเราพิจารณาด้วยสติปัญญาก่อนการกระทำ เราจะสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และหลีกเลี่ยงการทำกรรมชั่ว การตัดสินใจอย่างรอบคอบนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องเสียใจในภายหลัง ไม่ต้องเผชิญกับผลกรรมชั่วที่อาจเกิดขึ้น

สรุปความว่า การใช้สติปัญญาพิจารณาก่อนลงมือทำสิ่งใด ช่วยให้เราสามารถทำแต่กรรมดี และหลีกเลี่ยงการทำกรรมชั่ว ซึ่งจะนำมาซึ่งความสุขและความสงบในชีวิตของเรา ดังนั้น ใคร่ครวญให้ดีแล้วค่อยทำ จะเป็นการดีที่สุด เพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตไปในทางที่ดีงาม และไม่ต้องเสียใจในภายหลัง เพราะว่าการกระทำใด ๆ ก็ตามที่ทำลงไปแล้ว ไม่สามารถที่จะกระทำคืนหรือแก้ไขได้เลย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า

กตสฺส นตฺถิ ปฏิการํ

สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.