ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ.
เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น.
ที. มหา. ๑๐/๑๕๙. ขุ.อุ. ๒๕/๒๑๕
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ.
เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
การให้ หมายถึง การสละสิ่งของ ทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งความรู้และความสามารถของเราเพื่ออนุเคราะห์ผู้อื่น การให้นี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้รับได้รับประโยชน์ แต่ยังสร้างความสุขและความพอใจให้กับผู้ให้เองด้วย การให้เป็นการแสดงออกถึงความเมตตากรุณาและการแบ่งปัน ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ส่งเสริมความสงบสุขในสังคม
เมื่อเราทำการให้บ่อยๆ บุญก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับ เพราะการให้เป็นการสะสมคุณงามความดี เมื่อเรามีโอกาสให้บ่อยครั้ง จิตใจของเราจะเริ่มคุ้นเคยกับการให้และความเมตตากรุณา สิ่งนี้จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้นและมีจิตใจที่สงบมากขึ้น การให้บ่อยๆ ยังช่วยลดความเห็นแก่ตัวและเสริมสร้างคุณธรรมในจิตใจของเราได้อีกด้วย
การให้ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งของหรือทรัพย์สินเสมอไป แต่สามารถเป็นการให้เวลา ความรู้ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งคำแนะนำและการปลอบประโลมใจ เมื่อเราช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจที่บริสุทธิ์ ย่อมเป็นการสร้างบุญให้กับตนเอง การให้ในลักษณะนี้ยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและชุมชน สร้างสังคมที่อบอุ่นและมีความสุข
เมื่อให้บ่อยๆ บุญกุศลก็เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ ผู้ให้นั้นยังจะเป็นที่รักและเคารพของคนทั้งหลายอีกด้วย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ว่า
ททมาโน ปิโย โหติ.
ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก.
การให้ไม่เพียงแต่เป็นการทำบุญและสะสมบารมีเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ให้กลายเป็นที่รักและเคารพของคนทั้งหลายอีกด้วย การที่เรามีใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น มักจะได้รับการยอมรับและชื่นชมจากคนรอบข้าง การให้แสดงถึงความเป็นมนุษย์ที่มีน้ำใจและความเมตตากรุณา ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดึงดูดใจและทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสบายใจ
การเป็นผู้ให้ทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เมื่อเราช่วยเหลือหรือแบ่งปันสิ่งที่เรามี ผู้คนก็จะรู้สึกขอบคุณและยินดีที่จะตอบแทนด้วยความรักและความเคารพ ความสัมพันธ์ที่เกิดจากการให้และรับนี้จะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและมั่นคงในชีวิต ทั้งในครอบครัว ในชุมชน และในที่ทำงาน
นอกจากนี้ การให้ยังเป็นการสร้างสังคมที่เต็มไปด้วยความเมตตาและกรุณา เมื่อคนในสังคมมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อและพร้อมที่จะช่วยเหลือกัน จะทำให้สังคมนั้นเป็นสังคมที่น่าอยู่และเต็มไปด้วยความสุข การที่เราเป็นผู้ให้ไม่เพียงแต่ทำให้คนอื่นมีความสุข แต่ยังทำให้เรารู้สึกภูมิใจและมีความสุขจากการได้ช่วยเหลือผู้อื่น
การให้ทำให้ผู้ให้กลายเป็นที่รักและเคารพของคนทั้งหลาย เพราะความเมตตาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เป็นคุณสมบัติที่น่ายกย่องและน่าชื่นชม เมื่อเรามีจิตใจที่เปิดกว้างและพร้อมที่จะให้ผู้อื่น ผู้คนก็จะมองเห็นความดีงามในตัวเราและรู้สึกผูกพันกับเรา ทำให้เรากลายเป็นที่รักและเคารพของคนทั้งหลาย
สรุปความว่า การให้ เป็นการบำเพ็ญบุญขั้นพื้นฐานในพุทธศาสนาที่สามารถทำได้ไม่ยาก เมื่อเราให้สิ่งของหรือแบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น การกระทำเช่นนั้นย่อมเป็นการสั่งสมบุญให้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และนอกจากจะได้บุญจากการให้แล้ว ผู้ให้ยังจะได้รับความรักและความเคารพนับถือจากผู้รับและคนอื่น ๆ ที่พบเห็นอีกด้วย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ.
เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
