กระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี พ.ศ. ๒๕๕๓

ททมาโน ปิโย โหติ

ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก

องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๔๔


แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


ททมาโน ปิโย โหติ

ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

การให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทั้งในด้านจิตใจและสังคม การให้ไม่ใช่แค่การบริจาคทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงการให้คำปรึกษา การให้ความช่วยเหลือ การให้เวลา และการให้ความรู้ การให้เหล่านี้สะท้อนถึงความเมตตาและกรุณาที่ผู้ให้มีต่อผู้อื่น เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างความสุขให้กับทั้งผู้ให้และผู้รับ

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รักเพราะการให้เป็นการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อและความมีเมตตาต่อผู้อื่น การให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เป็นการให้ที่บริสุทธิ์และมีค่ามากที่สุด การให้เช่นนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม ทำให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่นใจ การให้ยังเป็นการสร้างความสามัคคีและความเข้าใจระหว่างกัน ซึ่งส่งผลให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

นอกจากนี้ การให้ยังมีผลต่อจิตใจของผู้ให้เอง การให้ทำให้ผู้ให้รู้สึกดีใจและพึงพอใจในตัวเอง เป็นการเพิ่มพูนความสุขในชีวิตประจำวัน การให้ยังเป็นการฝึกฝนใจให้เป็นคนมีน้ำใจและมีเมตตา ทำให้ผู้ให้มีจิตใจที่สงบและมีความสุขมากขึ้น การให้ยังเป็นการลดความโลภและความยึดติดในทรัพย์สิน ทำให้จิตใจเป็นอิสระและมีความสุขอย่างแท้จริง

การให้เป็นการทำบุญที่ง่ายและสามารถทำได้ทุกคน ทุกเวลา การให้ไม่จำเป็นต้องเป็นการให้สิ่งของหรือเงินทองเสมอไป แต่สามารถเป็นการให้ความช่วยเหลือ การให้คำแนะนำ หรือแม้แต่การให้รอยยิ้ม การให้ทำให้เราเป็นคนที่มีคุณค่าและเป็นที่รักของคนรอบข้าง เป็นการสร้างความสุขให้กับตัวเองและผู้อื่นอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การให้ยังเป็นการสะสมบุญให้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และการสะสมบุญย่อมก่อให้เกิดความสุข สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า

สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย.

ความสั่งสมขึ้นซึ่งบุญ นำสุขมาให้.

การสั่งสมบุญจะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต การสั่งสมบุญนั้นประกอบไปด้วยการทำทาน การรักษาศีล และการภาวนา การทำทานคือการให้ปัจจัยที่มีคุณค่าแก่ผู้ที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ อาหาร หรือการช่วยเหลือทางจิตใจ การรักษาศีลคือการปฏิบัติตามกฎระเบียบทางศีลธรรมเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่ผิดศีลธรรมและการก่อให้เกิดความทุกข์ และการภาวนาคือการฝึกฝนจิตใจให้สงบและมีสมาธิ การกระทำเหล่านี้เมื่อปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเสริมสร้างบุญบารมีและนำมาซึ่งความสุขในระยะยาว

การทำทานเป็นวิธีหนึ่งในการสั่งสมบุญที่มีผลดีต่อทั้งผู้ให้และผู้รับ การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นการแสดงถึงความเมตตาและกรุณา ซึ่งช่วยเสริมสร้างความสุขในใจของผู้ให้และสร้างความเชื่อมั่นในความดีของผู้รับ นอกจากนี้ การทำทานยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นและความสามัคคี เมื่อทุกคนมีความพร้อมที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สังคมก็จะเป็นที่ที่น่าอยู่มากขึ้น และการทำทานยังช่วยลดความเห็นแก่ตัวและเพิ่มความเมตตาในจิตใจ

การรักษาศีลเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสั่งสมบุญและนำความสุขมาให้ การปฏิบัติตามศีลเป็นการป้องกันตนเองจากการกระทำที่เป็นอันตรายต่อผู้อื่นและตนเอง เช่น การไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ลักทรัพย์ และการไม่โกหก การรักษาศีลจะช่วยสร้างความสงบในจิตใจและลดความวิตกกังวล เมื่อไม่มีความกลัวว่าจะต้องรับผลกรรมที่ไม่ดีจากการกระทำที่ผิดศีลธรรม นอกจากนี้ การรักษาศีลยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในสังคม ทำให้เกิดความมั่นคงและความสุขร่วมกัน

การภาวนาเป็นวิธีสุดท้ายในการสั่งสมบุญที่มีผลดีต่อจิตใจและสุขภาพ การภาวนาช่วยเสริมสร้างสมาธิและความสงบในจิตใจ ทำให้เราสามารถรับมือกับความเครียดและความกังวลได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การภาวนายังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิตและความเปลี่ยนแปลง การรู้เท่าทันและยอมรับความจริงของชีวิตทำให้เราสามารถปรับตัวและมีความสุขในทุกสถานการณ์ การภาวนาเป็นการฝึกฝนจิตใจที่มีค่าและช่วยสั่งสมบุญให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การสั่งสมบุญด้วยวิธีทั้ง ๓ ประการดังกล่าวข้างต้นนั้น เรียกชื่อว่า บุญกิริยาวัตถุ ซึ่งเป็นแนวทางในการบำเพ็ญบุญในพุทธศาสนา ควรกระทำให้ครบทั้ง ๓ ด้าน เพื่อความสุขความเจริญในทุก ๆ ด้านของชีวิต

สรุปความว่า การให้ ถือเป็นวิธีทำบุญขั้นพื้นฐานในพุทธศาสนาที่สามารถทำได้ง่ายที่สุด การให้นอกจากจะเป็นการทำบุญแล้วยังเป็นการแสดงออกถึงความเมตตากรุณาและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ภายในจิตใจของผู้ให้ด้วย บุคคลผู้ชอบให้ เป็นผู้มีความเสียสละ มีจิตใจประกอบด้วยเมตตาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ย่อมเป็นที่รักและเคารพของผู้รับและคนอื่น ๆ ที่ได้ประสบพบเจอและสมาคมกับเขา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า

ททมาโน ปิโย โหติ.

ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก.

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.