กระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี พ.ศ. ๒๕๕๔

พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ

คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๘


แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ

คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน.

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

ทาน หรือการให้ เป็นหนึ่งในหลักธรรมที่สำคัญที่พระพุทธศาสนาสอนให้ผู้คนปฏิบัติ การให้ทานไม่เพียงแค่เป็นการแบ่งปันสิ่งของของตนให้คนอื่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกใจให้เป็นผู้มีความเมตตา กรุณา และปรารถนาดีต่อผู้อื่นด้วย

คนพาลในที่นี้หมายถึงคนที่ไม่มีปัญญา คนเหล่านี้จะไม่เห็นค่าของการให้ทาน พวกเขาอาจมองว่าเป็นการสูญเสียสิ่งที่ตนเองมี หรือคิดว่าการให้ทานไม่มีผลประโยชน์ที่ชัดเจนกลับมาให้ตัวเอง พวกเขามักจะมองโลกในแง่ของผลประโยชน์ส่วนตัวและมักจะยึดติดอยู่กับความเห็นแก่ตัว การไม่สรรเสริญทานจึงเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความขาดความเข้าใจในคุณค่าของการให้และการแบ่งปัน

ในทางตรงกันข้าม คนที่มีปัญญาจะเห็นคุณค่าของการให้ทานและสรรเสริญการให้ทาน พวกเขาเข้าใจว่าการให้ทานเป็นการสร้างความสุขให้แก่ผู้อื่น และในขณะเดียวกันก็ทำให้ตัวเองมีความสุขเช่นกัน การให้ทานยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม สร้างมิตรภาพและความสามัคคีระหว่างกัน นอกจากนี้ยังเป็นการฝึกตนให้หลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัวและความยึดติดในสิ่งของทางวัตถุอีกด้วย

การสรรเสริญทานจึงเป็นสิ่งที่คนมีปัญญาและเข้าใจหลักธรรมะของพระพุทธศาสนาจะกระทำ พวกเขาเห็นว่าการให้ทานเป็นวิถีทางหนึ่งที่นำไปสู่การพัฒนาตนเอง ทั้งในด้านจิตใจและสังคม ดังนั้นการไม่สรรเสริญทานจึงเป็นสิ่งที่คนพาลที่ขาดปัญญาเท่านั้นที่จะกระทำ ในขณะที่ผู้มีปัญญาและเข้าใจถึงคุณค่าของการให้ทานจะสรรเสริญและสนับสนุนการให้ทานเสมอ เพราะบุคคลผู้มีปัญญาจะรู้ว่า การให้ทานเป็นการสั่งสมบุญให้เพิ่มขึ้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในทีฆนิกาย มหาวรรค ว่า

ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ.

เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น.

บุคคลผู้มีปัญญาจะเข้าใจหลักการของการให้ทานว่าเป็นการสร้างบุญกุศล เมื่อเราทำทาน บุญกุศลนั้นจะกลับมาหาเราในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความสุขใจ ความสงบในจิตใจ หรือผลที่ดีในอนาคต การให้ทานไม่ได้หมายถึงการสูญเสียทรัพย์สินหรือทรัพยากร แต่เป็นการสร้างโอกาสให้เราได้ฝึกฝนจิตใจให้เป็นผู้มีเมตตา กรุณา และรู้จักแบ่งปัน

การที่บุคคลผู้มีปัญญารู้ว่าการให้ทานนั้นเป็นการเพิ่มบุญกุศลให้กับตนเอง เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พวกเขาสรรเสริญการให้ทาน บัณฑิตเหล่านั้นเข้าใจว่าการให้ทานเป็นการลงทุนที่มีผลตอบแทนทางจิตใจที่คุ้มค่า นอกจากจะทำให้ตัวเองมีความสุขแล้ว ยังทำให้สังคมรอบข้างมีความสุขด้วย

ผู้มีปัญญายังรู้ว่าการให้ทานเป็นการสร้างเส้นทางสู่การหลุดพ้นจากกิเลสและความเห็นแก่ตัว การให้ทานบ่อยๆ ทำให้จิตใจของเราคลายจากการยึดติดในวัตถุและความเห็นแก่ตัว ทำให้เราเป็นคนที่มีใจอ่อนโยน เมตตา และกรุณา การให้ทานยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีในสังคม สร้างความสามัคคีและความเข้าใจในหมู่คนที่เราอยู่ร่วมด้วย

ด้วยเหตุนี้ บุคคลผู้มีปัญญาจึงสรรเสริญทานและให้ทานอยู่เสมอ พวกเขาเห็นว่าการให้ทานเป็นวิธีหนึ่งในการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ทั้งในด้านจิตใจและสังคม และเป็นวิธีการหนึ่งที่จะสร้างบุญกุศลที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตของตนเอง

สรุปความว่า การให้ทานเป็นการบำเพ็ญบุญขั้นพื้นฐานในพุทธศาสนา แต่การที่บุคคลคนหนึ่งจะให้ทานได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก มีแต่บุคคลผู้มีปัญญามองเห็นคุณค่าของการให้ทานเท่านั้นที่จะสามารถให้ทานได้ เพราะนอกจากจะมีวัตถุสิ่งของที่จะให้แล้ว ต้องมีจิตใจเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ด้วย ไม่เช่นนั้นก็ให้ทานไม่ได้ ดังเช่นเหล่าคนพาลทั้งหลายที่ขาดความเมตตากรุณา มีความตระหนี่ครอบงำจิตใจ ย่อมไม่ยินดีในทานและไม่สรรเสริญการให้ทาน เพราะไม่สามารถเอาชนะความตระหนี่ภายในจิตใจของตนได้ และไม่สามารถพิจารณาเห็นคุณค่าของการให้ทานได้นั่นเอง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า

พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ

คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน.

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.