อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ.
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก.
องฺ. ปญฺจก. ๒๒/๕๖
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ.
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
การให้แสดงถึงความมีน้ำใจและความเมตตาของผู้ให้ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่สูงส่งและน่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นการให้สิ่งของ การให้คำปรึกษา หรือการให้กำลังใจ การให้ทุกประเภทล้วนเป็นการแสดงถึงความดีงามที่อยู่ในตัวเรา
นอกจากการให้จะเป็นการกระทำที่น่ายกย่องแล้ว การให้ยังถือเป็นการสะสมบุญอีกด้วย ในพุทธศาสนา ทานหรือการให้เป็นหนึ่งในการสะสมบุญที่สามารถกระทำได้ง่าย การให้ทำให้เรามีจิตใจที่ดีและเบิกบาน และยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเรากับผู้อื่น การให้จึงมีผลดีทั้งในทางสังคมและทางจิตวิญญาณ
เมื่อเราตั้งใจจะให้ ควรให้สิ่งที่เลิศหรือดีที่สุด เพราะการให้สิ่งที่ดีที่สุดจะทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความจริงใจและความตั้งใจของเรา การให้สิ่งที่เลิศยังเป็นการแสดงถึงความเคารพและความรักที่เรามีต่อผู้อื่น และแสดงถึงความเต็มใจที่จะให้โดยไม่หวงแหนอีกด้วย
เมื่อถึงคราวที่ผลบุญที่เกิดจากการให้นั้นให้ผล เราย่อมจะได้สิ่งที่เลิศกลับมา ซึ่งเป็นผลจากการให้สิ่งที่เลิศนั่นเอง ดังนั้น เมื่อจะให้สิ่งใดแก่ใคร ๆ พึงให้สิ่งที่ดีเลิศและน่าเป็นที่ชอบใจ เพราะจะทำให้ผู้รับมีความแช่มชื่นใจ และจะทำให้ผู้ให้ได้รับสิ่งที่ดีเลิสและน่าชอบใจในเวลาที่บุญจากการให้นั้นเผล็ดผลด้วย สมดีงพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ว่า
มนาปทายี ลภเต มนาปํ
ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ
การให้สิ่งที่น่าชอบใจ เป็นการแสดงถึงความเอาใจใส่และความจริงใจของผู้ให้ การเลือกสิ่งที่น่าชอบใจเพื่อมอบให้ผู้อื่นนั้น ต้องใช้ความตั้งใจและการคิดถึงความต้องการหรือความชอบของผู้รับอย่างแท้จริง เมื่อเราให้สิ่งที่ผู้รับต้องการหรือชอบมากที่สุด จะทำให้ผู้รับรู้สึกดีใจและประทับใจในความใส่ใจของเรา การให้สิ่งที่น่าชอบใจจึงเป็นการแสดงถึงความละเอียดอ่อนและความเอื้อเฟื้อที่เรามีต่อผู้อื่น
เมื่อเรามีความตั้งใจให้สิ่งที่น่าชอบใจ ผลที่เราได้รับก็จะเป็นสิ่งที่น่าชอบใจเช่นเดียวกัน ในทางพุทธศาสนาเชื่อว่าการให้ด้วยใจบริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความเมตตากรุณา จะทำให้เราได้รับผลที่ดีและน่าชอบใจในอนาคต
การให้สิ่งที่น่าชอบใจยังสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมั่นคงระหว่างผู้ให้และผู้รับได้อีกด้วย เมื่อผู้รับได้รับสิ่งที่ตนเองชอบและต้องการ จะทำให้เขารู้สึกถึงความใส่ใจและความห่วงใยจากผู้ให้ ซึ่งสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและยั่งยืนระหว่างกัน การให้สิ่งที่น่าชอบใจจึงเป็นการสร้างความสุขให้กับทั้งผู้ให้และผู้รับอย่างแท้จริง เมื่อถึงคราวที่ผลบุญอันเกิดจากการให้นั้นให้ผล เราย่อมจะได้รับสิ่งที่เราชอบใจเช่นเดียวกัน
สรุปความว่า การให้เป็นสิ่งที่ควรกระทำ เพราะการให้เป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีและยังเป็นการสร้างบุญสร้างกุศลอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อจะให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแก่ใคร ควรสลัดความตระหนี่เสียให้หมด แล้วให้สิ่งที่ดีเลิศและเป็นที่น่าชอบใจแก่ผู้รับ เมื่อถึงคราวที่บุญนั้นเผล็ดผล เราก็จะได้รับสิ่งที่ดีเลิศและน่าชอบใจเช่นกัน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ.
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
