อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ.
ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม.
ที. มหา. ๑๐/๑๘๐ สํ. ส. ๑๕/๒๓๑.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ.
ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
ความไม่ประมาทคือการใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังและมีสติทุกขณะ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูด หรือความคิด ความไม่ประมาทช่วยให้เรามีชีวิตที่สงบสุขและมีคุณค่า การมีสติรู้ตัวอยู่เสมอจะช่วยให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้องและดีต่อทั้งตัวเราและผู้อื่น การดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาทจึงเป็นการดำรงชีวิตที่มีความสุขและความสำเร็จในระยะยาว
ในพุทธศาสนา ความไม่ประมาทถือเป็นหลักการสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เรามีความไม่ประมาทอยู่เสมอ เพราะชีวิตนั้นไม่แน่นอนและอาจจะสิ้นสุดได้ทุกเมื่อ การใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาทจะทำให้เรามีความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตอย่างมีสติและมั่นคง
การมีความไม่ประมาทยังเป็นการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะทำความดีและปฏิบัติธรรมในทุกๆ วัน การมีความไม่ประมาทช่วยให้เรามองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น ความไม่ประมาททำให้เรามีการกระทำที่สอดคล้องกับหลักธรรมและมีความเมตตากรุณาต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นการสร้างสังคมที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
ดังนั้น ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม คือการใช้ชีวิตด้วยความมีสติและระมัดระวังเสมอ การมีความไม่ประมาทจะช่วยให้เรามีชีวิตที่สมบูรณ์และเป็นสุข การใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาทเป็นวิถีทางที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จและความสุขที่แท้จริงในชีวิต สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ.
ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์
คำว่า “ผู้ไม่ประมาท” หมายถึงบุคคลที่มีสติสัมปชัญญะ รู้จักพิจารณาและระมัดระวังในทุกการกระทำ ไม่ปล่อยให้ตนเองหลงไปตามสิ่งล่อใจหรือความเร่งรีบ ความไม่ประมาทนี้เป็นหลักการที่สำคัญในชีวิตประจำวันและเป็นพื้นฐานในการสร้างความสำเร็จและความสุขที่ยั่งยืน
คำว่า “พินิจอยู่” หมายถึงการพิจารณาและใคร่ครวญในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต การพินิจไม่เพียงแต่หมายถึงการวิเคราะห์และคิดอย่างรอบคอบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตั้งใจและให้ความสำคัญในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ด้วย เมื่อเราพินิจด้วยปัญญาในทุก ๆ การกระทำ เราจะมีความเข้าใจและตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของเรา การกระทำที่มาจากการพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบจึงมักจะมีผลลัพธ์ที่ดีและเป็นที่น่าพอใจ
คำว่า “สุขอันไพบูลย์” หมายถึงความสุขที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืน สุขอันไพบูลย์ไม่ใช่แค่ความสุขชั่วคราวหรือความสุขที่ได้มาจากสิ่งของภายนอก แต่เป็นความสุขที่เกิดจากภายในใจของเราเอง เป็นความสุขที่มาจากการมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และบริสุทธิ์หมดจด ความสุขเช่นนี้จะเป็นสิ่งที่มั่นคงและคงทนแม้ในยามที่มีอุปสรรคหรือปัญหาเข้ามา
ในความหมายที่ลึกซึ้งขึ้นไป คำว่า “สุขอันไพบูลย์” หมายถึง พระนิพพาน คือการดับกิเลสอาสวะทั้งปวงได้อย่างสิ้นเชิง ดับภพดับชาติ ดับการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอันเป็นวังวนแห่งทุกข์ได้อย่างหมดจดราบคาบ
บุคคลผู้ไม่ประมาท มีปัญญาพินิจพิจารณาอย่างรอบคอบในทุก ๆ การกระทำของตน ดำเนินตามทำนองคลองธรรม ย่อมสามารถเข้าถึงสุขอันไพบูลย์ได้ดังกล่าวแล้ว
สรุปความว่า ความไม่ประมาทเป็นคุณธรรมที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการดำรงชีวิต ความไม่ประมาทช่วยให้เรามีสติสัมปชัญญะในทุก ๆ สถานการณ์และการกระทำ ทำให้เราห่างไกลจากการกระทำอันเป็นบาปอกุศลทั้งปวง ดำเนินตามวิถีที่จะนำไปสู่ความสุขความเจริญได้ทั้งทางโลกและทางธรรม และเข้าถึงสุขอันไพบูลย์คือพระนิพพานได้ในที่สุด ดังนั้น เราท่านทั้งหลายควรดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท กระทำกิจทั้งปวงให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาท สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ.
ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
