น ฆาสเหตุปิ กเรยฺย ปาปํ.
ไม่ควรทำบาปเพราะเห็นแก่กิน.
(นัย.) ขุ.ชา.นวก. ๒๙/๒๖๒.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
น ฆาสเหตุปิ กเรยฺย ปาปํ.
ไม่ควรทำบาปเพราะเห็นแก่กิน.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
การไม่ทำบาปเพราะเห็นแก่กินนั้นเป็นหลักสำคัญในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในเรื่องของการควบคุมตนเองและความหิว การกระทำบาปเพียงเพราะความหิวหรือความต้องการที่จะบริโภคอาหารนั้น แสดงถึงการไม่สามารถควบคุมตนเองและความโลภในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทางจิตใจ การกระทำเช่นนี้นอกจากจะทำให้ตนเองตกอยู่ในวงจรของกิเลสแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่นและสังคมโดยรวม
การไม่ทำบาปเพราะเห็นแก่กินนั้น หมายถึงการเลือกที่จะมีชีวิตอยู่โดยไม่ทำให้ตนเองต้องทำผิดศีลหรือหลักธรรมเพียงเพื่อจะได้สิ่งที่ตนเองต้องการ ความอดทนและการควบคุมตนเองในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น ความหิวโหย เป็นการฝึกฝนตนเองในการพัฒนาทางจิตใจและสร้างบุญกุศล การไม่ยอมให้ความหิวเข้าครอบงำจิตใจ ทำให้เรามีความสามารถในการพิจารณาและตัดสินใจที่ดีขึ้น
ในทางพุทธศาสนา การมีสติและสมาธิเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมตนเองและกิเลสต่างๆ การฝึกฝนให้มีสติรู้ตัวอยู่เสมอเมื่อมีความหิวเข้ามา ทำให้เราสามารถมองเห็นถึงผลกระทบของการกระทำและเลือกที่จะไม่ทำบาป การฝึกสมาธิเพื่อควบคุมความหิวและกิเลสต่างๆ ทำให้เรามีความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทาย และช่วยให้เรามีจิตใจที่มั่นคง
การไม่ทำบาปเพราะเห็นแก่กินนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมีศีลธรรมและจริยธรรมในชีวิตประจำวัน การมีความอดทนและการควบคุมตนเองในเรื่องของความหิว เป็นการสร้างความสงบสุขในจิตใจและส่งผลดีต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น การเลือกที่จะไม่ทำบาปเพียงเพราะความหิว ถือเป็นการสร้างบุญกุศลและเสริมสร้างความดีในชีวิต และเป็นเหตุนำมาซึ่งความสุข สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า
ปาปานํ อกรณํ สุขํ.
การไม่ทำบาป นำความสุขมาให้.
การไม่ทำบาปนั้นเป็นสิ่งที่สามารถนำความสุขมาให้แก่ชีวิตของเราได้ในหลายด้าน การไม่ทำบาปหมายถึงการละเว้นจากการกระทำที่เป็นโทษและก่อให้เกิดความทุกข์ การหลีกเลี่ยงการทำบาปช่วยให้เราไม่ต้องเผชิญกับผลกรรมที่ไม่ดี ซึ่งเป็นผลของการกระทำที่ผิดศีลธรรมและจริยธรรม
ความสุขที่เกิดจากการไม่ทำบาปนั้น มาจากความสงบในจิตใจ เมื่อเราไม่ทำบาป เราไม่ต้องแบกรับความรู้สึกผิดหรือความทุกข์ทรมานจากการกระทำที่ไม่ดี การที่จิตใจสงบและบริสุทธิ์ ทำให้เรามีความสุขจากภายใน ซึ่งเป็นความสุขที่ยั่งยืนและแท้จริง การมีชีวิตที่ปราศจากบาปยังช่วยให้เรามีสมาธิที่ดีและจิตใจที่มั่นคง ทำให้เราสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การไม่ทำบาปยังนำมาซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเรากับผู้อื่น เมื่อเราไม่ทำบาปหรือไม่ทำร้ายผู้อื่น ความสัมพันธ์ที่เรามีกับคนรอบข้างจะเต็มไปด้วยความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ที่ดีและเป็นมิตรนี้เป็นที่มาของความสุขและความพึงพอใจในชีวิต การมีสังคมที่ปราศจากบาปและความรุนแรง ทำให้สังคมนั้นเป็นที่ที่น่าอยู่และเป็นที่พึ่งพาของทุกคน
ในทางปฏิบัติ การไม่ทำบาปหมายถึงการดำเนินชีวิตตามหลักศีลธรรมและจริยธรรม การยึดมั่นในศีลห้าและหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ทำให้เรามีแนวทางในการใช้ชีวิตที่ชัดเจนและเป็นไปเพื่อความดีงาม การไม่ทำบาปไม่เพียงแต่ทำให้เรามีความสุขในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการสร้างบุญกุศลที่เป็นพื้นฐานของความสุขในอนาคต การดำเนินชีวิตด้วยความดีและความบริสุทธิ์ ทำให้เรามีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความสงบที่ยั่งยืน
สรุปความว่า การกระทำบาปเป็นการกระทำที่ไม่ดี เป็นเหตุนำความทุกข์ความเดือดร้อนมาให้แก่ตัวผู้กระเองและคนรอบข้าง เราจึงไม่ควรทำบาปโดยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการทำบาปเพื่อปากท้องหรือเพื่ออะไรก็ตาม เพราะการทำบาปเป็นการสะสมเหตุแห่งทุกข์ เมื่อบาปนั้นให้ผล เราจะได้รับความทุกข์และความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
น ฆาสเหตุปิ กเรยฺย ปาปํ.
ไม่ควรทำบาปเพราะเห็นแก่กิน.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
