กระทู้ธรรม ธรรมศึกษาชั้นตรี พ.ศ. ๒๕๔๔

ตํ คณฺเหยฺย ยทปณฺณกํ.

สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๑.


แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


ตํ คณฺเหยฺย ยทปณฺณกํ.

สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น.

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

การถือเอาสิ่งที่ไม่ผิดเป็นหลักการที่สำคัญในคำสอนของพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงสอนให้เรามีปัญญาและความเข้าใจที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิต เพื่อให้เราสามารถหลีกเลี่ยงความทุกข์และปัญหาที่เกิดจากความเชื่อหรือการกระทำที่ผิด การถือเอาสิ่งที่ไม่ผิดเป็นการปฏิบัติที่นำไปสู่ความสงบสุขและความเจริญในชีวิตของเรา สิ่งที่ไม่ผิดคือสิ่งที่สอดคล้องกับธรรมะและความเป็นจริง ไม่ทำให้เกิดความทุกข์หรือความเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่น

ในชีวิตประจำวัน การถือเอาสิ่งที่ไม่ผิดเป็นการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าเราควรปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องและไม่สร้างปัญหาให้กับตนเองและผู้อื่น เราควรใช้ปัญญาในการตัดสินใจในทุก ๆ การกระทำ เพื่อให้เราเลือกเส้นทางที่ถูกต้องและไม่ผิดพลาด การถือเอาสิ่งที่ไม่ผิดจึงเป็นการฝึกฝนจิตใจให้มีความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ เพื่อให้เรามีชีวิตที่สมดุลและเต็มไปด้วยความสุข

การถือเอาสิ่งที่ไม่ผิดยังหมายถึงการเลือกเฟ้นสิ่งที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าจริงๆ โดยไม่หลงไปตามกระแสหรือความเชื่อที่ไม่มีหลักฐาน การมีปัญญาในการเลือกสิ่งที่ไม่ผิดจะช่วยให้เรามีชีวิตที่มั่นคงและมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิต การศึกษาและการปฏิบัติธรรมเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องและไม่ผิด เราควรศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อให้เรามีความสามารถในการพิจารณาสิ่งที่ไม่ผิดและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การถือเอาสิ่งที่ไม่ผิดเป็นการสร้างฐานรากที่แข็งแรงให้กับชีวิตของเรา เราควรตั้งใจปฏิบัติธรรมและฝึกฝนตนเองให้มีปัญญามาก ๆ เพื่อจะได้มีความสามารถในการพิจารณาให้รู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ผิดและไม่ผิด จะได้เลือกถือเอาเฉพาะสิ่งที่ไม่ผิดเท่านั้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า

ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต.

ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก.

ปัญญาเป็นแสงสว่างในโลกเพราะช่วยให้เรามองเห็นความเป็นจริงของชีวิต ในโลกที่เต็มไปด้วยความสับสนและความไม่แน่นอน ปัญญาช่วยให้เรามองเห็นทางออกจากปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ เมื่อมีปัญญา เราสามารถแยกแยะสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์ และแยกแยะถูกผิดได้อย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

นอกจากนี้ ปัญญายังช่วยให้เรามองเห็นความเป็นไปของโลกและชีวิตในมุมมองที่กว้างขวางขึ้น การมีปัญญาช่วยให้เราเข้าใจถึงเหตุและผลของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้เราสามารถยอมรับและปรับตัวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดีขึ้น การเข้าใจในธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ทำให้เรามีความสุขุมและมั่นคงในการดำเนินชีวิต ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคที่เข้ามา

ปัญญายังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาตนเองและสังคม การพัฒนาปัญญาช่วยให้เรามีความสามารถในการคิดอย่างสร้างสรรค์และมีเหตุผล ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การใช้ปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ช่วยให้เราสามารถสร้างสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าและสงบสุขได้

ปัญญาเป็นแสงสว่างที่นำพาเราไปสู่ความสงบและความสุขที่แท้จริง เมื่อเรามีปัญญา เราสามารถมองเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมะ และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต ทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณค่าและมีความสุขในทุกๆ วัน

สรุปความว่า สิ่งที่เราทั้งหลายต้องเผชิญในการใช้ชีวิตประจำวันมี ๒ อย่างหลัก ๆ นั่นคือ สิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเราจะต้องเลือกว่าจะทำสิ่งใดหรือจะถือเอาสิ่งใด พุทธศาสนาสอนให้เราเลือกถือเอาเฉพาะสิ่งที่ไม่ผิด คือให้เลือกถือความเห็นที่ถูกต้องและทำแต่สิ่งที่ถูกต้องนั่นเอง และการที่จะสามารถพิจารณาได้ว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก เราจำเป็นจะต้องมีปัญญา เพราะปัญญาถือว่าเป็นแสงสว่างของชาวโลก เนื่องจากปัญญาเป็นสิ่งที่ช่วยให้คนทั้งหลายรู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด และเลือกถือเอาเฉพาะสิ่งที่ถูกต้องนั่นเอง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า

ตํ คณฺเหยฺย ยทปณฺณกํ.

สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น.

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.