ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก พ.ศ. 2567

ถาม อาสภิวาจาคือวาจาเช่นไร ? มีใจความว่าอย่างไร ?

ตอบ คือวาจาที่เปล่งอย่างองอาจ เป็นภาษิตของบุรุษพิเศษอาชาไนย ฯ มีใจความว่า เราเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ประเสริฐ แห่งโลก ฯ


ถาม ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพนั้นคืออะไรบ้าง ? ที่สุดโต่งนั้นมีโทษ อย่างไร ?

ตอบ คือ 1. กามสุขัลลิกานุโยค 2. อัตตกิลมถานุโยค ฯ มีโทษดังนี้

กามสุขัลลิกานุโยค คือการประกอบตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์

อัตตกิลมถานุโยค คือการประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทําผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ฯ


ถาม พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจาตุรงคมหาปธาน มีใจความว่าอย่างไร ? ได้รับผลอย่างไร ?

ตอบ มีใจความว่า หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้วจักไม่ลุกขึ้น แม้เนื้อและเลือดจะแห้งเหือดไป เหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูก ก็ตามที ฯ ได้รับผลคือ บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณสมดังพระหฤทัย ฯ


ถาม อนัตตลักขณสูตร มีใจความโดยย่อว่าอย่างไร ?

ตอบ อนัตตลักขณสูตร มีใจความโดยย่อว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตน ฯ


ถาม พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่ไหนเป็นแห่งแรก ? ทรงเห็นประโยชน์อะไรจึงทรงประดิษฐาน ณ ที่นั้น ?

ตอบ ที่กรุงราชคฤห์ ฯ เพราะทรงเห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่บริบูรณ์มั่งคั่ง และมีศาสดาเจ้าลัทธิมาก ถ้าได้โปรดคนเหล่านี้ให้เกิดความเลื่อมใสได้แล้ว การเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะ ศาสดาเจ้าลัทธิต่าง ๆ นั้น ล้วนมีศิษยานุศิษย์มาก ผู้คนนับถือมาก ด้วยเหตุนี้จึงทรงเลือกเมืองนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก ฯ


ถาม คําว่า “วรรณะใด ประพฤติอกุศลกรรมบถ เบื้องหน้าแต่มรณะ วรรณะนั้นย่อมเข้าสู่อบายเสมอกันหมด ไม่มีพิเศษ” ใครกล่าว ? และกล่าวกะใคร ?

ตอบ พระมหากัจจายนะกล่าว ฯ กล่าวกะพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ฯ


ถาม พระพุทธโอวาท 3 ข้อ ที่ทรงประทานแก่พระมหากัสสปะว่าอย่างไรบ้าง ?

ตอบ พระพุทธโอวาท 3 ข้อ ว่าอย่างนี้ กัสสปะ ท่านพึงศึกษาว่า

  1. เราจักเข้าไปตั้งความละอายและความยําเกรงไว้ในภิกษุ ทั้งที่เป็นผู้เฒ่า ทั้งที่เป็นผู้ใหม่ ทั้งที่เป็นปานกลาง อย่างแรงกล้า
  2. เราจักฟังธรรมอันใดอันหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกุศล เราจักเงี่ยโสตฟังธรรมนั้นพิจารณาเนื้อความ
  3. เราจักไม่ละสติเป็นไปในกาย คือพิจารณากายเป็นอารมณ์

ถาม ธรรมุเทศ 4 ข้อ ที่พระรัฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ มีใจความว่าอย่างไรบ้าง ?

ตอบ มีใจความว่า

  1. โลกคือหมู่สัตว์ อันชราเป็นผู้นํา นําเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน
  2. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีผู้ป้องกัน ไม่เป็นใหญ่จําเพาะตน
  3. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของตน จําต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป
  4. โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา

ถาม ภิกษุณีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้ รับเอตทัคคะในทางไหน ?

  1. พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
  2. พระเขมาเถรี
  3. พระอุบลวัณณาเถรี
  4. พระปฏาจาราเถรี
  5. พระธัมมทินนาเถรี

ตอบ

  1. พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญญู
  2. พระเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
  3. พระอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
  4. พระปฏาจาราเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางทรงวินัย
  5. พระธัมมทินนาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางธรรมกถึก

ถาม ปาวาลเจดีย์และมกุฏพันธนเจดีย์ มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอย่างไร ?

ตอบ ปาวาลเจดีย์ เป็นที่ทรงปลงพระชนมายุสังขาร ฯ มกุฏพันธนเจดีย์ เป็นที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ฯ

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.