กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นโท พ.ศ. ๒๕๔๗

กลฺยาณิเมว มุญฺเจยฺย     น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ
โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ     มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ.

พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางาม
ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน.

(มหากปฺปินเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๕๐.


แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๒ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


กลฺยาณิเมว มุญฺเจยฺย     น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ
โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ     มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ.

พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางาม
ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน.

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

คำว่า “วาจางาม” เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง โดยมีความหมายว่า ถ้อยคำที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งประกอบไปด้วยหลักสำคัญ ๔ ประการหรือที่เรียกว่า วจีสุจริต คือ ๑) เป็นคำจริง ๒) เป็นคำไพเราะไม่หยาบคาย ๓) เป็นคำที่ก่อให้เกิดความสามัคคี และ ๔) เป็นคำที่เป็นประโยชน์ไม่ไร้สาระ วาจางามเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องแสดงถึงจิตใจที่ดีงามของผู้พูด แต่ยังเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขและความสงบในสังคมด้วย

การพูดคำจริง คือการไม่พูดโกหกหรือหลอกลวง การพูดความจริงมีคุณค่าในการสร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ หากบุคคลมีความซื่อสัตย์ในการพูด จะได้รับการเคารพและศรัทธาจากผู้คนรอบข้าง นอกจากนี้การพูดความจริงยังเป็นการสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสในการทำงานและการดำเนินชีวิต ไม่ทำให้ผู้อื่นเกิดความสงสัยหรือเกิดความเข้าใจผิด

การใช้ถ้อยคำที่ไพเราะไม่หยาบคาย คือการเลือกใช้คำที่สุภาพและแสดงถึงความเคารพผู้อื่น ถ้อยคำที่หยาบคายหรือก้าวร้าวอาจทำให้เกิดความรู้สึกบาดหมางและแตกแยกในความสัมพันธ์ แต่ถ้อยคำที่ไพเราะและมีความเมตตาจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร เป็นการแสดงถึงความมีสติในการสื่อสารและการมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น

นอกจากนี้ การพูดที่ก่อให้เกิดความสามัคคียังเป็นคุณธรรมที่สำคัญ วาจาที่นำไปสู่ความสามัคคีเป็นคำที่เสริมสร้างความรักและความเข้าใจในหมู่คณะ การพูดด้วยความจริงใจและความตั้งใจที่ดีช่วยให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวในครอบครัว องค์กร หรือชุมชน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและกลุ่มคนมีความมั่นคงและยั่งยืน

การพูดที่มีประโยชน์ไม่ไร้สาระเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะถ้อยคำที่มีสาระและเป็นประโยชน์ย่อมช่วยแก้ปัญหาและนำไปสู่การแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด การพูดที่ไร้สาระและไม่มีคุณค่าเป็นสิ่งที่เปล่าประโยชน์และอาจทำให้เสียเวลาในการสื่อสาร การพูดที่มีคุณค่าและเป้าหมายจึงเป็นหนทางสู่การเจริญรุ่งเรืองของชีวิตและสังคม

ดังนั้นบุคคลควรฝึกฝนการพูดให้ตรงตามหลักของวจีสุจริต ๔ ประการนี้ การหลีกเลี่ยงการพูดถ้อยคำที่เป็นวจีทุจริต เช่น การโกหก การพูดคำหยาบ การพูดให้แตกแยก และการพูดที่ไร้สาระ ย่อมทำให้บุคคลนั้นเป็นที่รักใคร่และเคารพนับถือจากผู้คนในสังคม การพูดวาจาที่งามดังสุภาษิตนี้ เป็นการแสดงออกถึงปัญญาของผู้พูด เพราะผู้มีปัญญาย่อมไม่พูดพล่อย ๆ และผู้คนย่อมสรรเสริญบุคคลผู้มีปัญญารู้สิ่งที่ควรพูดและไม่ควรพูดนั้น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ชาดก วีสตินิบาต ว่า

ปรสฺส วา อตฺตโน วาปิ เหตุ
น ภาสติ อลิกํ ภูริปญฺโญ
โส ปูชิโต โหติ สภาย มชฺเฌ
ปจฺฉาปิ โส สุคติคามิ โหติ.

ผู้มีภูมิปัญญา ย่อมไม่พูดพล่อย ๆ เพราะเหตุแห่งคนอื่น
หรือตนเอง ผู้นั้นย่อมมีผู้บูชาในท่ามกลางชุมชน
แม้ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ.

บุคคลผู้มีปัญญาย่อมเป็นผู้ที่รู้จักเลือกใช้คำพูดอย่างรอบคอบและเหมาะสม โดยเขาจะไม่พูดพล่อย ๆ หรือกล่าวถ้อยคำที่เป็นวจีทุจริต วจีทุจริตหมายถึงการพูดเท็จ พูดคำหยาบ พูดเพื่อยุยงให้เกิดความแตกแยก และพูดเพ้อเจ้อไร้สาระ บุคคลผู้มีปัญญาจะหลีกเลี่ยงถ้อยคำเหล่านี้ เนื่องจากตระหนักดีว่าการพูดไม่ดีไม่เพียงแต่จะทำร้ายผู้อื่น แต่ยังส่งผลกลับมาทำลายตนเองด้วย

ในการสื่อสาร บุคคลผู้มีปัญญาจะกล่าวถ้อยคำที่เป็นวจีสุจริต วจีสุจริตหมายถึงการพูดคำที่เป็นจริง ไม่พูดลวงหลอก พูดด้วยความสุภาพไพเราะ ไม่หยาบคาย พูดถ้อยคำที่ก่อให้เกิดความสามัคคี และพูดด้วยความประสงค์ดีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ฟัง การพูดในลักษณะนี้ไม่เพียงแสดงถึงความรู้ความเข้าใจในคุณค่าของการใช้ถ้อยคำ แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมีสติและปัญญาที่แท้จริง

เมื่อบุคคลพูดแต่ถ้อยคำที่เป็นวจีสุจริต ย่อมเป็นที่เคารพนับถือในสังคม ผู้คนรอบข้างจะมองเขาด้วยความชื่นชมและยกย่อง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการมีความจริงใจ การแสดงออกที่สุภาพ หรือการมีเจตนาดีต่อผู้อื่น การพูดดีนั้นเปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดแห่งความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีในสังคม ทำให้ผู้พูดได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่น

นอกจากนี้ การพูดที่ถูกต้องตามหลักวจีสุจริตยังนำมาซึ่งอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ ไม่เพียงแต่ในชาตินี้ที่บุคคลจะได้รับการเคารพและชื่นชม แต่เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว บุคคลที่พูดดีมีคุณธรรมจะได้รับผลบุญส่งให้ไปสู่สุคติ การไม่พูดพล่อย ๆ ไม่พูดวจีทุจริตถือเป็นการรักษาศีลและความประพฤติที่งดงาม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตในทางธรรม

ด้วยเหตุนี้ บุคคลผู้มีปัญญาในการใช้คำพูดจึงเป็นผู้ที่เข้าใจและปฏิบัติตามหลักของการพูดที่ดีอย่างเคร่งครัด เขาจะไม่ยอมให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบพาให้พูดคำที่ไม่ดีออกไป การมีวินัยในการพูดเช่นนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จในด้านความสัมพันธ์กับผู้อื่น แต่ยังเป็นเส้นทางสู่การพัฒนาตนเองทั้งทางโลกและทางธรรม

การฝึกฝนให้พูดเฉพาะถ้อยคำที่เป็นวจีสุจริตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่ปรารถนาจะมีชีวิตที่มีคุณค่าและมีความสุข การพูดดีไม่เพียงส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองของตนเอง แต่ยังเป็นการสร้างคุณงามความดีให้แก่สังคมและโลกใบนี้ ดังนั้น บุคคลจึงควรพูดเฉพาะคำที่เป็นคำพูดที่ดีดังกล่าวแล้ว ไม่ควรพูดถ้อยคำใด ๆ อันจะเป็นเหตุยังตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อนเลย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย สุตตนิบาต ว่า

ตเมว วาจํ ภาเสยฺย     ยายตฺตานํ น ตาปเย
ปเร จ น วิหึเสยฺย     สา เว วาจา สุภาสิตา.

บุคคลพึงกล่าววาจาที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน
และไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น วาจานั้นแลเป็นสุภาษิต.

คำพูดที่ไม่ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นเดือดร้อนเรียกได้ว่าเป็นคำพูดที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในทางธรรม คำพูดเช่นนี้เรียกว่า “วาจาสุภาษิต” ซึ่งหมายถึงถ้อยคำที่กล่าวแล้วก่อให้เกิดความดี มีประโยชน์ต่อทั้งผู้พูดและผู้ฟัง วาจาสุภาษิตไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้พูดมีความสงบและปลอดภัย แต่ยังส่งเสริมความสามัคคีและความเข้าใจในสังคมอีกด้วย เมื่อบุคคลพูดถ้อยคำที่ไม่สร้างความเดือดร้อนใด ๆ ผลที่ตามมาย่อมเป็นความสุขและความเคารพนับถือจากผู้คนรอบข้าง

การพูดวาจาสุภาษิตไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินกว่าที่จะฝึกฝนได้ วาจาสุภาษิตต้องเป็นถ้อยคำที่เป็น “วจีสุจริต” ซึ่งประกอบไปด้วย ๔ ประการ ได้แก่ การพูดความจริง ไม่พูดเท็จ การพูดด้วยความสุภาพ ไม่หยาบคาย การพูดด้วยเจตนาที่ดี เพื่อก่อให้เกิดความสามัคคี และการพูดที่มีประโยชน์ ไม่พูดไร้สาระ ถ้อยคำเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการมีปฏิสัมพันธ์ในสังคมที่ดีและยั่งยืน และเป็นแนวทางที่ทำให้ชีวิตมีความสงบสุข

บุคคลผู้มีปัญญาย่อมเข้าใจว่าการพูดคำที่เป็นวาจาสุภาษิตนั้น ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาความสงบของตนเอง แต่ยังเป็นการรักษาความสงบของสังคมรอบข้างด้วย เพราะถ้อยคำที่กล่าวอย่างมีปัญญาจะไม่ทำให้เกิดความบาดหมางหรือความขัดแย้ง การพูดเช่นนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมความสามัคคีและความเข้าใจในหมู่คน ความสามัคคีดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสงบสุขและความเจริญก้าวหน้าในสังคม

นอกจากนั้น การพูดวาจาสุภาษิตยังเป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งเน้นให้บุคคลรักษาวาจาของตนให้อยู่ในความถูกต้องและดีงาม การพูดที่มีลักษณะเป็นวจีสุจริตถือว่าเป็นการสร้างบุญและสร้างคุณงามความดีให้แก่ชีวิตของตนเอง เมื่อบุคคลพูดแต่สิ่งดี ๆ ผลที่ตามมาย่อมเป็นความสุขและความเจริญรุ่งเรืองทั้งในทางโลกและทางธรรม

ด้วยเหตุนี้ บุคคลผู้มีปัญญาจึงควรกล่าวเฉพาะคำพูดที่เป็นวาจาสุภาษิต เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันความเดือดร้อนที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมคุณธรรมให้แก่ชีวิตและสังคมอีกด้วย การพูดดี พูดถูกต้อง และพูดด้วยเจตนาที่ดีเป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่าและสงบสุข

การฝึกฝนให้พูดแต่ถ้อยคำที่เป็นวจีสุจริตและวาจาสุภาษิตจึงเป็นสิ่งที่บุคคลผู้มีปัญญาควรใส่ใจและปฏิบัติเป็นประจำทุกวัน เมื่อบุคคลสามารถพูดถ้อยคำที่ดีและมีประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง ชีวิตย่อมพบแต่ความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง

สรุปความว่า คำพูดที่เป็นวจีสุจริตนั้นมีคุณค่ามหาศาล เพราะเป็นคำพูดที่ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน วจีสุจริตคือการพูดถ้อยคำที่ตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ และมีเจตนาดี โดยไม่ก่อให้เกิดความบาดหมางหรือความไม่พอใจในหมู่ผู้ฟัง การพูดคำที่มีความจริงและสุภาพช่วยเสริมสร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจระหว่างบุคคล ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตที่สงบสุขและยั่งยืน

บุคคลผู้มีปัญญาจะตระหนักถึงความสำคัญของการพูดเฉพาะถ้อยคำที่งดงามและเป็นประโยชน์ ถ้อยคำเช่นนี้นอกจากจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกดีแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและเมตตาต่อผู้อื่น ความงดงามของวาจาจึงไม่ใช่เพียงแค่ความสุภาพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับคนรอบข้าง วาจาที่งดงามทำให้สังคมเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสามัคคี

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีปัญญาจึงควรเลือกใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์และงดงามในทุกโอกาส การพูดวจีสุจริตไม่เพียงแต่ทำให้ชีวิตของผู้พูดเจริญรุ่งเรือง แต่ยังช่วยให้สังคมโดยรวมมีความสงบสุขและเจริญก้าวหน้า คำพูดที่มีคุณค่าเป็นเสมือนเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามที่จะเติบโตและส่งผลในทางบวกให้กับทุกคนในสังคม สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องตนว่า

กลฺยาณิเมว มุญฺเจยฺย     น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ
โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ     มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ.

พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย การเปล่งวาจางาม
ยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน.

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.