ททมาโน ปิโย โหติ.
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
คัมภีร์ที่มา : อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล โดยใช้สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดมาให้จำนวน ๓ สุภาษิตข้างล่างนี้ มาประกอบอ้างอิงเพียง ๑ สุภาษิต และสุภาษิตที่อ้างมานั้น ควรอธิบายเชื่อมความให้สมกับเรื่องในกระทู้ตั้ง
ในชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
สุภาษิตที่สนามหลวงแผนกธรรมกำหนดให้
ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ.
ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
คัมภีร์ที่มา : สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
ทเทยฺย ปุริโส ทานํ.
คนควรให้ของที่ควรให้
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต
อสาธุํ สาธุนา ชิเน.
พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี
คัมภีร์ที่มา : ขุททกนิกาย ธรรมบท ขุททกนิกาย ชาดก ทุกนิบาต
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
ททมาโน ปิโย โหติ.
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
การให้เป็นกิริยาที่แสดงถึงความมีจิตใจที่มีเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ บุคคลที่มีนิสัยชอบให้มักมีความปรารถนาดีและความรักใคร่ต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง การให้ไม่ได้จำกัดเฉพาะวัตถุหรือสิ่งของ แต่ยังหมายถึงการให้กำลังใจ ความรู้ และเวลาของเราแก่ผู้อื่นด้วย เมื่อเรามีจิตใจที่พร้อมให้ มันจะเป็นการสร้างความสุขและความพึงพอใจในตัวเราเอง
บุคคลที่ยินดีในการให้มักแสดงน้ำใจแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ น้ำใจที่มาจากความเต็มใจนี้มักทำให้ผู้ที่ได้รับรู้สึกอบอุ่นและขอบคุณ การให้ที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีการตอบแทน แต่มันกลับทำให้ทั้งผู้ให้และผู้รับรู้สึกมีความสุข การที่เรามีน้ำใจต่อผู้อื่นอย่างต่อเนื่องยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและความเชื่อมั่นระหว่างกัน
บุคคลที่มีจิตใจยินดีในการให้ย่อมเป็นที่รักของคนที่ได้รับน้ำใจจากเขา ความรักและความชื่นชมที่ได้รับจากผู้อื่นเป็นผลลัพธ์ของการให้ที่เต็มไปด้วยความจริงใจและความปรารถนาดี การให้ทำให้เราได้รับความรักและการยอมรับจากคนรอบข้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่าสิ่งของหรือทรัพย์สินใดๆ การให้ยังเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์และความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง
ในสังคมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแข่งขัน การมีจิตใจที่พร้อมให้เป็นสิ่งที่ทำให้เรายืนหยัดในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ การให้ไม่เพียงแต่สร้างความสุขแก่ผู้อื่น แต่ยังเป็นการเพิ่มพูนความสุขในตัวเราเองด้วย การให้ที่ไม่มีเงื่อนไขเป็นสิ่งที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้นและทำให้เราเป็นคนที่มีคุณค่าและมีความหมายในชีวิตของผู้อื่น เพราะการให้ช่วยผูกไมตรีระหว่างผู้ให้และผู้รับได้อย่างแนบแน่น สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ.
ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
เมื่อเราให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแก่ผู้อื่น เช่น ให้สิ่งของ ให้คำแนะนำ ให้ความรู้ ให้คำปรึกษา หรือให้ความช่วยเหลือในยามที่เขาเดือดร้อน การกระทำเหล่านี้เป็นการแสดงถึงความมีน้ำใจและความปรารถนาดีที่เรามีต่อผู้อื่น การให้สิ่งของอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา แต่การให้ที่มาพร้อมกับความตั้งใจและความเอาใจใส่สามารถสร้างความประทับใจและความสุขในใจของผู้รับได้มากกว่าที่คาดคิด
ความรู้สึกอบอุ่นและขอบคุณย่อมเกิดขึ้นในใจของผู้รับเมื่อเขาได้รับการช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากเรา ความอบอุ่นนี้เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์และเติมเต็มความรู้สึกที่ดีในจิตใจ การได้รับความช่วยเหลือในยามที่ตนเองกำลังลำบากทำให้ผู้รับรู้สึกถึงความสำคัญและความมีคุณค่าของสิ่งที่ได้รับและน้ำใจจากผู้ให้ ซึ่งนำไปสู่ความเชื่อมั่นและกำลังใจในการก้าวข้ามปัญหาต่างๆ
มิตรภาพที่แนบแน่นย่อมก่อตัวขึ้นเมื่อเราแสดงน้ำใจและการให้ต่อผู้อื่น ความสัมพันธ์ที่เกิดจากการให้ที่จริงใจมักจะมีความยั่งยืนและมั่นคง เพราะพื้นฐานของมิตรภาพเหล่านี้เกิดจากความจริงใจและความเมตตากรุณา การให้ทำให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและช่วยเสริมสร้างเครือข่ายสังคมที่มีความเข้าใจและความเอาใจใส่ต่อกัน
การให้เป็นการสร้างสังคมที่อบอุ่นและน่าอยู่เมื่อผู้คนในสังคมมีความพร้อมที่จะให้และช่วยเหลือกัน การให้ไม่เพียงแต่สร้างความสุขให้แก่ผู้รับ แต่ยังทำให้ผู้ให้รู้สึกถึงความพึงพอใจและความมีคุณค่าในตนเอง การที่ทุกคนมีจิตใจที่พร้อมให้และสนับสนุนกัน จะทำให้สังคมเต็มไปด้วยความอบอุ่น ความรัก และความเป็นเพื่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้สังคมน่าอยู่และเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
สรุปความว่า การให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและควรทำอย่างยิ่ง เพราะการให้สามารถผูกไมตรีระหว่างผู้ให้และผู้รับได้อย่างแน่นแฟ้น การให้ช่วยสร้างสังคมที่อบอุ่น สงบสุข และน่าอยู่ การให้เป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มเติมบุญกุศลให้แก่ผู้ให้ในทุก ๆ ครั้งที่ให้ นอกจากนี้การให้ยังทำให้ผู้ให้กลายเป็นที่รักและเคารพนับถือของผู้รับและคนทั้งหลายที่ได้เห็นและได้รับรู้ถึงความมีเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเขา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
ททมาโน ปิโย โหติ.
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
