โกโธ ทุมฺเมธโคจโร
ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม.
(พุทฺธ) ขุ.ชา.ทสก. ๒๗/๒๘๐
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
โกโธ ทุมฺเมธโคจโร
ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
ความโกรธเป็นอารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในทางพระพุทธศาสนา ความโกรธถือว่าเป็นอารมณ์ที่เกิดจากปัญญาที่ต่ำทรามหรือปัญญาที่มือบอด หรือกล่าวได้ว่าความโกรธเกิดขึ้นเพราะขาดปัญญา เมื่อคนเรามีความโกรธ จิตใจจะถูกครอบงำด้วยอารมณ์ที่ไม่ดี ทำให้ขาดสติและการพิจารณาที่ดี ทำให้การตัดสินใจและการกระทำต่างๆ อาจไม่เป็นไปตามหลักศีลธรรมและขาดเหตุผล
เมื่อความโกรธเกิดขึ้น สิ่งแรกที่เราควรทำคือการหยุดคิดถึงสิ่งที่ทำให้เราโกรธ แล้วมองหาเหตุผลว่าทำไมเราถึงรู้สึกเช่นนั้น การมีสติและการพิจารณาเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรารู้จักระงับความโกรธ และหาทางออกที่ดีกว่า ความโกรธเป็นอารมณ์ที่ควรระงับ เพราะมันไม่เพียงแต่ทำร้ายคนรอบข้าง แต่ยังทำร้ายตัวเราเองด้วย การปล่อยให้ความโกรธควบคุมจิตใจเราจะทำให้เราไม่สามารถทำสิ่งที่ดีได้
การมีปัญญาเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถควบคุมความโกรธได้ เมื่อเรามีปัญญา เราจะสามารถมองเห็นความโกรธในมุมมองที่ต่างออกไป เราจะเข้าใจว่าความโกรธเป็นเพียงอารมณ์ชั่วคราว และมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ การมองปัญหาด้วยปัญญาจะทำให้เราเห็นทางออกที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์มากกว่าการโกรธ เราจะสามารถนำพาตัวเองออกจากสภาวะที่เครียด และทำให้จิตใจกลับมาสงบได้เร็วขึ้น
การฝึกสมาธิและการเจริญสติเป็นวิธีที่สำคัญในการควบคุมความโกรธ การฝึกสมาธิช่วยให้จิตใจของเรามีความสงบ และสามารถควบคุมอารมณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น การเจริญสติช่วยให้เรารู้ตัวและรู้จักการระงับความโกรธได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเราฝึกฝนตนเองให้มีสมาธิและสติอย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถควบคุมความโกรธและอารมณ์ลบอื่นๆ ได้ดีขึ้น เมื่อสามารถควบคุมความโกรธได้หรือตัดความโกรธได้ เราจะประสบกับความสงบสุขเพราะไม่ถูกความโกรธครอบงำ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า
โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ.
ฆ่าความโกรธได้ ย่อมอยู่เป็นสุข.
ความโกรธเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความไม่พอใจหรือความผิดหวังในสิ่งต่าง ๆ หรือเกิดจากการมีอารมณ์ภายนอกที่ไม่ดีมากระทบจิตใจ ซึ่งถ้าเราไม่สามารถควบคุมหรือป้องกันไม่ให้ความโกรธเกิดขึ้นได้ ความโกรธจะนำไปสู่การกระทำที่ไม่ดีและอาจทำให้เกิดปัญหาในชีวิต ดังนั้น การรู้จักวิธีจัดการกับความโกรธและปล่อยวางอารมณ์ที่ไม่ดีนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้เรามีชีวิตที่สงบสุข
การจัดการความโกรธไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เราสามารถฝึกฝนตนเองให้มีสติและมีความรู้สึกที่เป็นบวกได้ เช่น การฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นวิธีที่ช่วยให้เรามีสติรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง เมื่อเรามีสติจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นปัญหาอย่างมีเหตุผลและไม่ถูกครอบงำด้วยความโกรธ นอกจากนี้ การฝึกให้มีคุณธรรมต่าง ๆ ในจิตใจ เช่น การมีเมตตา กรุณา และการให้อภัย ก็เป็นวิธีที่ช่วยลดความโกรธได้
เมื่อเราสามารถควบคุมความโกรธได้ เราจะพบว่าชีวิตของเรามีความสุขมากขึ้น ความโกรธจะไม่สามารถทำลายความสงบสุขในชีวิตเราได้อีกต่อไป การมีจิตใจที่สงบและมีความสุขจากการปล่อยวางความโกรธจะทำให้เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และมีความรู้สึกที่ดีต่อโลกใบนี้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้เรามีสุขภาพจิตและสุขภาพกายที่ดีขึ้น
ในท้ายที่สุด หากเราปฏิบัติกัมมัฏฐานถึงขั้นที่สามารถกำจัดความโกรธได้หมดสิ้น จิตใจของเราก็จะไม่ถูกความโกรธครอบงำอีกต่อไป ชีวิตก็จะมีแต่ความสงบสุข เรียกได้ว่าสุขทั้งยาวตื่นและยามหลับเลยทีเดียว
สรุปความว่า ความโกรธเป็นอารมณ์ฝ่ายต่ำที่เกิดขึ้นเพราะขาดปัญญาพิจารณา เมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วย่อมทำให้จิตใจของเราเร่าร้อนกระวนกระวายไม่เป็นสุข เพราะความโกรธเผาลนจิตใจของเราให้เดือดดาลงุ่นง่าน จึงหาความสงบสุขไม่ได้ แต่เมื่อใดเราสามารถกำจัดความโกรธได้อย่างเด็ดขาด เมื่อนั้นเราจะพบกับความสุขที่ยอดเยี่ยม สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
โกโธ ทุมฺเมธโคจโร
ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
