กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา
กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.
ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๕
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา
กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
“เวลาไม่เคยรอใคร” นี่คือความจริงแท้ที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ เวลาเป็นสิ่งที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง และไม่สามารถดึงกลับมาได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม ทุก ๆ วินาทีที่ผ่านไปคือช่วงเวลาที่หายไปตลอดกาล
ในทุกขณะที่เวลาล่วงเลยไป ชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลายก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จากวัยเด็กสู่วัยหนุ่มสาว จากวัยหนุ่มสาวสู่วัยชรา จนกระทั่งถึงความตายในที่สุด นี่คือธรรมชาติที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เมื่อพิจารณาถึงข้อนี้ เราทั้งหลายพึงตระหนักที่จะใช้เวลาทุก ๆ วินาทีให้มีคุณค่ามากที่สุด ด้วยการสร้างคุณงามความดีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่าเสียเวลาไปกับการสร้างอกุศลกรรมอันจะเป็นเหตุก่อทุกข์ก่อโทษให้แก่ตนเอง อย่าปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์เลย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในอังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต ว่า
ขโณ โว มา อุปจฺจคา.
ขณะ อย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย.
เวลาคือสิ่งที่ไม่สามารถหวนกลับมาได้ ทุกวินาทีที่ผ่านไปจึงมีค่าอย่างยิ่งยวด พระพุทธศาสนาเน้นให้เราเห็นความสำคัญของการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าและเต็มเปี่ยมด้วยความหมาย
พระพุทธเจ้าได้ทรงสอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของเวลา เราต้องตระหนักว่าเวลาที่ผ่านไปทุกวินาทีเป็นโอกาสที่ไม่อาจหวนกลับมาได้ ดังนั้นเราจึงต้องใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด
การสร้างคุณงามความดีเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ให้ทาน หรือการปฏิบัติธรรม การกระทำเหล่านี้เป็นการเสริมสร้างบารมีและความเจริญก้าวหน้าให้แก่ตัวเราเอง
การใช้เวลาในการสร้างคุณงามความดีควรเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เรายังมีเรี่ยวแรง อย่ารอคอยให้แก่แล้วจึงทำความดี เพราะในวัยชราหรือเมื่อเราสุขภาพไม่ดีแล้ว การทำความดีจะยากลำบากขึ้น ดังนั้นเราควรเริ่มต้นทำความดีตั้งแต่ตอนที่เรายังมีกำลังวังชา
เพื่อให้การใช้เวลาของเราเป็นไปอย่างมีคุณค่า เราสามารถปฏิบัติตามหลักง่าย ๆ ดังนี้
- ตั้งเป้าหมายในชีวิต: การมีเป้าหมายช่วยให้เรามีทิศทางและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต เราควรตั้งเป้าหมายในการทำความดี เช่น การให้ทาน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการพัฒนาตนเองทั้งในทางร่างกายและจิตใจ
- จัดสรรเวลา: การบริหารเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เราควรจัดสรรเวลาให้เหมาะสมระหว่างการทำงาน การพักผ่อน และการทำความดี เพื่อให้ชีวิตของเรามีความสมดุล
- อย่าผัดวันประกันพรุ่ง: การผัดวันประกันพรุ่งทำให้เราเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เราควรเริ่มต้นทำความดีตั้งแต่วันนี้ ไม่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้
- หมั่นตรวจสอบตนเอง: การตรวจสอบตนเองเป็นประจำช่วยให้เราเห็นความก้าวหน้าและข้อบกพร่องของตนเอง เราจะได้ปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น
การใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพียงแค่เราตระหนักถึงความสำคัญของเวลาและมีวินัยในตนเอง และอย่าเสียเวลาไปกับเรื่องไร้ประโยชน์ทั้งหลาย เราก็จะสามารถใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอน
สรุปความว่า เวลาทุกวินาทีนั้นมีค่ายิ่งนัก เมื่อมันผ่านไปแล้วไม่มีใครสามารถดึงกลับมาได้ด้วยวิธีใด ๆ ก็ตาม และทุกขณะที่เวลาล่วงเลยไป มันกลืนกินตัวมันเอง และกลืนกินโอกาสในการสร้างคุณงามความดีของสรรพสัตว์ทั้งหลายไปด้วย ดังนั้น เราจึงไม่ควรปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ พึงใช้เวลาทุกวินาทีให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยการสร้างคุณงามความดีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงจะไม่เสียเวลาเปล่า สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา
กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
