กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี พ.ศ. ๒๕๔๙

สติมโต สุเว เสยฺโย

คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน.

สํ. ส. ๑๕/๓๐๖.


แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


สติมโต สุเว เสยฺโย

คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน.

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

สติ คือหลักธรรมที่สำคัญมาก ๆ หัวข้อหนึ่ง มีความหมายว่า “ความระลึกได้” สติไม่ใช่เพียงแค่ความทรงจำ แต่หมายถึงการมีความระลึกรู้อยู่ในปัจจุบัน และการรับรู้ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนั้นอย่างชัดเจน การมีสติช่วยให้เราสามารถรู้เท่าทันอารมณ์ ความคิด และการกระทำของเราในทุก ๆ ขณะ

สติเป็นเครื่องกำกับใจให้รู้ทันอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อเรามีสติ เราจะสามารถสังเกตเห็นและรู้ทันว่าเรากำลังรู้สึกอย่างไร เช่น โกรธ เสียใจ หรือดีใจ การรู้ทันอารมณ์นี้ช่วยให้เราสามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ปล่อยให้มันควบคุมการกระทำหรือความคิดของเรา

นอกจากการรู้ทันอารมณ์ สติยังหมายถึงการรู้ทันกรรมที่เรากำลังกระทำหรือคิดจะทำ การมีสติจะช่วยให้เราสามารถพิจารณาได้ว่ากรรมนั้นดีหรือไม่ดี

การมีสติจะช่วยให้เราสามารถละเว้นการกระทำกรรมที่ไม่ดี และเลือกทำแต่กรรมที่ดี เราจะรู้ตัวและตระหนักถึงผลกระทบของการกระทำของเรา ทั้งต่อตัวเราเองและผู้อื่น

บุคคลที่มีสติ สามารถละเว้นกรรมชั่ว กระทำแต่กรรมที่ดี จะได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้ประเสริฐ” ตามหลักธรรมในพุทธศาสนา การมีสติไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสามารถจัดการกับอารมณ์และการกระทำของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ วัน

การฝึกฝนสติเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน การมีสติช่วยให้เรารู้ทันอารมณ์และการกระทำของเรา เราจะสามารถละเว้นการกระทำที่ไม่ดี และเลือกทำแต่กรรมที่ดีได้ เมื่อเรามีสติและปฏิบัติตามหลักธรรมนี้อย่างต่อเนื่อง เราจะกลายเป็นผู้ประเสริฐที่ได้รับความเคารพและความนับถือจากผู้อื่น และมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความเจริญ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค ว่า

สติมา สุขเมธติ.

คนมีสติ ย่อมได้รับความสุข.

สติสัมปชัญญะเป็นหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนาที่มีความสำคัญยิ่งในการดำเนินชีวิตให้เป็นสุขและเจริญรุ่งเรือง หลักการพื้นฐานของสติสัมปชัญญะคือการมีความระลึกได้และรู้ตัวอยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้จิตใจเผลอไผลไปในทางที่อาจก่อให้เกิดความประมาท

เมื่อบุคคลมีสติสัมปชัญญะ จะสามารถควบคุมความคิดและการกระทำของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ไม่เผลอไปกระทำกรรมชั่ว ซึ่งกรรมชั่วเหล่านี้เป็นสิ่งที่สร้างความทุกข์และความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่น ตัวอย่างของกรรมชั่ว เช่น การพูดปด การกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือการมีเจตนาร้ายต่อผู้อื่น การมีสติสัมปชัญญะทำให้เรามองเห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำเหล่านี้ และเลือกที่จะไม่ทำตามอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นชั่วขณะ

บุคคลที่มีสติสัมปชัญญะจะกระทำแต่กรรมดี กรรมดีเหล่านี้เป็นสิ่งที่สร้างความสุขและความเจริญให้แก่ตนเองและคนรอบข้าง ตัวอย่างเช่น การพูดคำที่ดี การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตากรุณา เมื่อเรามีสติและทำกรรมดี ผลที่ตามมาย่อมเป็นความสุขและความสงบในจิตใจ รวมถึงการได้รับความเคารพและความรักจากผู้อื่นด้วย

ดังนั้น การมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยนำทางเราไปสู่การดำเนินชีวิตที่มีความสุขและความเจริญ

สรุปความว่า บุคคลผู้มีสติ สามารถรู้เท่าทันอารมณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และรู้เท่าทันความคิดของตนเอง รู้ว่าสิ่งที่ตนเองกำลังทำ พูด หรือคิดนั้น เป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แล้วละเว้นสิ่งที่ไม่ดีเสีย เลือกทำแต่สิ่งที่ดี เช่นนี้ เขาย่อมไม่เผลอไปทำกรรมชั่ว สร้างแต่กรรมอันเป็นบุญกุศลเท่านั้น ชีวิตของเขาย่อมเป็นชีวิตที่ประเสริฐ และเขาย่อมได้รับความสุขความเจริญในทุก ๆ วัน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า

สติมโต สุเว เสยฺโย

คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน.

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.