สณฺหํ คิรํ อตฺถวตึ ปมุญฺเจ.
ควรเปล่งวาจาไพเราะที่มีประโยชน์.
ขุ. ชา. เตรส. ๒๗/๓๕๐
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
สณฺหํ คิรํ อตฺถวตึ ปมุญฺเจ.
ควรเปล่งวาจาไพเราะที่มีประโยชน์.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
ในชีวิตประจำวัน คำพูดเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือเพื่อนร่วมงาน คำพูดที่เราเลือกใช้สามารถมีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์และความรู้สึกของคนรอบข้างได้มากมาย ซึ่งในพุทธศาสนา สอนให้ใช้คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานและมีประโยชน์เท่านั้น
คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานเป็นคำพูดที่มีน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล และมีความเมตตาปรารถนาดีต่อผู้อื่น แต่คำพูดจะไพเราะเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็ยังไม่เพียงพอ คำพูดนั้นยังต้องมีประโยชน์และมีความหมายที่ดีต่อผู้ฟังด้วย การพูดที่มีประโยชน์คือการพูดที่ส่งเสริมความเข้าใจ ความสามัคคี และการพัฒนาตนเองหรือผู้อื่น เช่น คำพูดให้กำลังใจ คำพูดแนะนำในทางที่ดี หรือคำพูดที่ช่วยเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจ เป็นต้น
อีกอย่างหนึ่ง ถึงแม้คำพูดจะฟังดูไพเราะอ่อนหวาน แต่หากคำพูดนั้นไม่มีประโยชน์หรือไม่จริงใจ ก็ไม่ควรใช้ ไม่ควรพูด คำพูดที่ไร้ประโยชน์คือคำพูดที่ไม่ส่งเสริมความเข้าใจ ไม่สร้างความสามัคคี หรือไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนาตนเองหรือผู้อื่น เช่น คำพูดที่เป็นเพียงการเยินยอโดยไม่มีความจริงใจ หรือคำพูดที่เป็นการนินทาและวิจารณ์ผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผล เป็นต้น
การใช้คำพูดที่ไพเราะอ่อนหวานและมีประโยชน์เป็นการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนา ซึ่งจะนำพาความสุขและความสงบสุขมาสู่ตนเองและผู้อื่นในที่สุด เป็นการส่งเสริมความสามัคคี ความเข้าใจ และความเมตตาในสังคม หากเราทุกคนสามารถใช้คำพูดที่ดีได้ โลกนี้ก็จะเต็มไปด้วยความรักและความสงบสุข เราจึงควรฝึกตนให้เป็นคนมีวาจาไพเราะอ่อนหวาน พูดแค่คำที่เป็นประโยชน์ ไม่ควรพูดคำที่ไม่ดีและไม่ประโยชน์ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ชาดก ว่า
น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ.
ไม่ควรเปล่งวาจาชั่วเลย.
การควบคุมคำพูดเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากคำพูดสามารถส่งผลทั้งทางบวกและทางลบต่อทั้งตัวเราเองและคนรอบข้าง หลักธรรมคำสอนหนึ่งที่เน้นในเรื่องนี้คือการหลีกเลี่ยง “วาจาชั่ว” หรือ “คำพูดชั่ว” ซึ่งหมายถึงคำพูดที่เป็น “วจีทุจริต” หรือคำพูดที่ไม่ดี ๔ อย่าง ดังนี้
๑. มุสาวาท (พูดเท็จ)
การพูดเท็จหรือการโกหกเป็นการบิดเบือนความจริง การพูดเท็จไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้ฟังเข้าใจผิด แต่ยังเป็นการหลอกลวง ทำให้เกิดความสับสนและขาดความไว้วางใจ นอกจากนี้ การพูดเท็จยังเป็นการสร้างบาปและส่งผลเสียต่อตัวผู้พูดเอง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
๒. ปิสุณาวาจา (พูดส่อเสียด)
การพูดส่อเสียดคือการพูดที่มีเจตนาทำให้ผู้อื่นแตกแยก ไม่ว่าคำพูดนั้นจะจริงหรือเท็จก็ตาม การพูดเช่นนี้เป็นการสร้างความขัดแย้งและความไม่สงบสุขในสังคม การสร้างความแตกแยกนั้นไม่เพียงแต่จะทำร้ายผู้อื่น แต่ยังทำให้สังคมที่เราอยู่ขาดความสามัคคีและความปรองดองอีกด้วย
๓. ผรุสวาจา (พูดคำหยาบ)
การพูดคำหยาบคือการใช้คำพูดที่ไม่สุภาพและรุนแรง ซึ่งสามารถทำร้ายจิตใจของผู้ฟังได้ คำพูดหยาบคายไม่เพียงแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแย่ลง แต่ยังสะท้อนถึงความไม่มีสติสัมปชัญญะและการขาดความเคารพต่อผู้อื่น
๔. สัมผัปปลาป (พูดเพ้อเจ้อ)
การพูดเพ้อเจ้อคือการพูดที่ไม่มีสาระหรือไร้ประโยชน์ คำพูดเช่นนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการเสียเวลา แต่ยังทำให้ผู้ฟังเสียสมาธิและขาดการตระหนักถึงสิ่งสำคัญ การพูดเพ้อเจ้อยังสะท้อนถึงการขาดความตั้งใจและความรับผิดชอบต่อการสื่อสารอีกด้วย
คำพูดที่เป็นวจีทุจริตทั้ง ๔ ข้อนี้ไม่มีประโยชน์และมีแต่จะสร้างโทษและความเดือดร้อนให้แก่ผู้พูด การพูดเท็จ ส่อเสียด หยาบคาย และเพ้อเจ้อ เป็นการทำร้ายทั้งจิตใจและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างบาปและส่งผลลบต่อตัวผู้พูดเองในระยะยาว
การหลีกเลี่ยงวาจาชั่วและการฝึกฝนในการพูดดี พูดจริง พูดสุภาพ และพูดในสิ่งที่มีประโยชน์ เป็นการเสริมสร้างคุณธรรมและความสงบสุขในชีวิตประจำวัน และยังเป็นการช่วยสร้างสังคมที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความสามัคคีอีกด้วย
การควบคุมคำพูดเป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถพัฒนาเป็นคนที่มีคุณธรรมและเป็นที่รักของคนรอบข้าง อย่าลืมว่าคำพูดของเรามีพลังมาก อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นเครื่องมือในการทำลาย แต่ควรใช้มันเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์และเสริมสร้างความดีงามในชีวิตของเราเองและผู้อื่น
สรุปความว่า การพูดเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน แต่ในการพูดนั้น ควรพูดแต่คำที่เป็นวจีสุจริต คือ พูดแต่ความจริง พูดแต่คำที่ส่งเสริมความสามัคคีในหมู่คณะ พูดแต่คำที่ไพเราะอ่อนหวาน และพูดแต่คำที่เป็นประโยชน์ และละเว้นการพูดปด พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ เมื่อทำได้ดังนี้ จะเป็นการส่งเสริมความรัก ความสามัคคี และความสงบสุขใหักับตนเองและสังคม สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
สณฺหํ คิรํ อตฺถวตึ ปมุญฺเจ.
ควรเปล่งวาจาไพเราะที่มีประโยชน์.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
