ปาเป น รมตี สุจิ.
คนสะอาดไม่ยินดีในความชั่ว.
วิ. มหา. ๕/๓๔, ขุ.อุ. ๒๕/๑๖๖.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
ปาเป น รมตี สุจิ.
คนสะอาดไม่ยินดีในความชั่ว.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
คนสะอาด หมายถึง คนที่มีจิตใจสะอาด คนที่มีจิตใจสะอาดนั้น คือผู้ที่มีความคิดและจิตใจบริสุทธิ์ ปราศจากความคิดชั่วร้ายหรือความมืดมนในใจ พวกเขามีจิตสำนึกในการทำความดี รู้จักแยกแยะสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จิตใจของพวกเขาเปรียบเสมือนน้ำใสสะอาด ไม่มีสิ่งสกปรกหรือมลทินใดๆ ที่จะมากระทบหรือทำให้ใจของพวกเขามัวหมอง
การไม่ยินดีในความชั่วนั้น เป็นการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ดี ไม่ให้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของตนเอง การยินดีในความชั่วหมายถึงการเพลิดเพลินหรือเห็นชอบในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งคนที่มีจิตใจสะอาดจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านี้เข้ามาครอบงำใจของเขา เขาจะตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรมและศีลธรรม ไม่ยอมให้ความชั่วเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตหรือการกระทำ
อีกทั้งการไม่ยินดีในความชั่วยังเป็นการแสดงถึงความกล้าหาญและความตั้งใจที่มั่นคงในการปฏิเสธสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พวกเขาจะไม่เพียงแค่ปฏิเสธความชั่วด้วยวาจาเท่านั้น แต่ยังปฏิเสธด้วยการกระทำและความคิดของพวกเขาด้วย การไม่ยอมรับความชั่วเป็นสิ่งที่ต้องการความเข้มแข็งในจิตใจ และการตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่ความชั่วจะก่อให้เกิดขึ้น
คนที่มีจิตใจสะอาดและไม่ยินดีในความชั่ว มักจะเป็นผู้ที่มีความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง เนื่องจากจิตใจของเขาปราศจากความกังวลและความเดือดร้อนที่เกิดจากการกระทำที่ไม่ดี เขามีความสงบในใจและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นสุขในทุกๆ วัน เพราะความที่เป็นคนมีจิตใจสะอาดและไม่ยินดีในความชั่วนั้น ทำให้เขาไม่กระทำสิ่งที่เป็นบาป ทำให้เขามีความสุขในทุก ๆ วัน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า
ปาปานํ อกรณํ สุขํ
การไม่ทำบาป นำความสุขมาให้
เมื่อบุคคลไม่ยินดีในความชั่วและไม่กระทำความชั่ว พวกเขาจะมีชีวิตที่สงบและมีความสุขมากขึ้น การปฏิเสธความชั่วและเลือกทำความดีเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อใจและชีวิตของตนเอง ความบริสุทธิ์และความเข้มแข็งในจิตใจช่วยให้พวกเขามีความสงบสุขทั้งภายในและภายนอก ซึ่งทำให้สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีสติ
นอกจากความสงบสุขในจิตใจแล้ว การไม่กระทำความชั่วยังช่วยให้บุคคลได้รับความเคารพและความนับถือจากผู้อื่น คนที่มีจิตใจสะอาดและไม่ทำความชั่วจะเป็นที่ยกย่องและไว้วางใจจากคนรอบข้าง ความซื่อสัตย์และความดีของพวกเขาจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเข้มแข็งกับครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับความเจริญในชีวิตทั้งทางด้านส่วนตัวและด้านอาชีพ
เมื่อบุคคลปฏิเสธความชั่วและเลือกทำแต่ความดี สิ่งที่ตามมาก็คือความเจริญก้าวหน้าในชีวิต การมีจิตใจที่สะอาดและไม่ยอมรับความชั่วจะทำให้พวกเขามีโอกาสในการพัฒนาตนเองและประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ นอกจากนี้ทุก ๆ การกระทำของเขาจะเป็นไปเพื่อบุญกุศลอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ผลแห่งการกระทำทุก ๆ การกระทำของเขาย่อมเต็มไปด้วยความสุขความเจริญทั้งในทางโลกและทางธรรม
สรุปความว่า บุคคลผู้มีจิตใจที่ใสสะอาดปราศจากมลทิน ไม่ถูกความโลภ ความโกรธ ความหลง เข้าครอบงำ ย่อมไม่มีความยินดีในการกระทำกรรมที่เป็นบาปอกุศล และไม่กระทำกรรมอันเป็นบาปทั้งหลายทั้งปวง เมื่อบุคคลไม่กระทำบาปอันเป็นเหตุแห่งความทุกข์และความเดือดร้อน ความทุกข์และความเดือดเนื้อร้อนใจทั้งหลายย่อมหายไป ความสุขกายสบายใจและความเจริญงอกงามย่อมเกิดขึ้นแทนที่ สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
ปาเป น รมตี สุจิ.
คนสะอาดไม่ยินดีในความชั่ว.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
