อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต.
บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งสอง.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๔๒.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต.
บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งสอง.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
ความประมาทหมายถึงการที่จิตใจของเราถูกพาไปในทางที่ผิด ไม่ระมัดระวังในการดำเนินชีวิต หรือการละเลยหน้าที่และความรับผิดชอบในชีวิต ทำให้พลาดโอกาสในการทำความดีและการพัฒนาตนเอง ยกตัวอย่างเช่น การมัวเมาในความสุขชั่วคราว หรือการหลงในสิ่งที่ไม่เป็นสาระสำคัญ ทำให้เราพลาดเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต
เมื่อเราประมาท เราจะไม่ได้ทำความดีที่ควรทำและปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ดังคำที่ว่า “เวลาคือสิ่งที่ไม่สามารถหวนคืนมาได้” การปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์นั้นเท่ากับว่าเราเสียโอกาสในการสร้างบุญกุศลและพัฒนาจิตใจของเรา
ในทางตรงกันข้าม บุคคลผู้ฉลาดจะตั้งอยู่ในความไม่ประมาท และหมั่นทำความดีอยู่เสมอ ซึ่งการทำความดีในพุทธศาสนามีหลายวิธี เช่น การให้ทาน การรักษาศีล และการเจริญภาวนา เป็นต้น การกระทำเหล่านี้จะช่วยพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นและมีความเจริญในทางธรรม
- การให้ทาน: การแบ่งปันสิ่งของหรือทรัพยากรแก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือความรู้ เป็นการสร้างบุญและช่วยเสริมสร้างความกรุณาในจิตใจ
- การรักษาศีล: การปฏิบัติตามหลักศีลธรรมที่ดีงาม เช่น การไม่ทำร้ายผู้อื่น การไม่พูดปด เป็นต้น เป็นการพัฒนาความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
- การเจริญภาวนา: การฝึกจิตใจให้สงบและมีสมาธิ โดยการปฏิบัติสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน เป็นการเสริมสร้างสติและปัญญา
การตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและหมั่นทำความดีจะนำพาให้เราได้รับประโยชน์ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า ในโลกนี้ เราจะได้รับความสุข ความสงบ และความเป็นที่รักของผู้คน ส่วนในโลกหน้า เราจะได้รับผลบุญที่เราได้สั่งสมไว้เป็นทุนรอนในการดำเนินชีวิตในสัมปรายภพ
ดังนั้น การหลีกเลี่ยงความประมาทและตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำและสอนให้เราปฏิบัติ เพื่อให้ชีวิตของเราเต็มไปด้วยความสุขและความสงบในทุกๆ ขณะของชีวิต และควรรักษาความไม่ประมาทไว้ให้ดีที่สุด เสมือนหนึ่งว่าความไม่ประมาทนั้นคือทรัพย์อันประเสริฐที่สุดของเรา สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า
อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ.
ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์ประเสริฐสุด.
ความประมาทเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราพลาดจากความดี หรือพลาดโอกาสที่จะได้สร้างคุณงามความดี เพราะเรามองข้ามหรือไม่สนใจ ส่วนความไม่ประมาท ช่วยให้เราไม่พลาดสิ่งที่ดี หรือไม่พลาดโอกาสที่จะสร้างคุณงามความดี เพราะเมื่อไม่ประมาท เราจะมองเห็นคุณค่าของทุก ๆ โอกาสที่จะได้สร้างคุณงามความดีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการบำเพ็ญทานบารมี ศีลบารมี หรือการปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน หรือไม่ว่าความดีใด ๆ ก็ตาม เมื่อมีโอกาส คนไม่ประมาทจะไม่ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป จึงไม่พลาดจากคุณงามความดี
บุคคลที่มีปัญญาจะพิจารณาถึงผลเสียของความประมาทและประโยชน์ของความไม่ประมาทอย่างรอบคอบ และพยายามรักษาความไม่ประมาทไว้เท่าชีวิต ปานประหนึ่งว่าความไม่ประมาทนั้นเป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา หมั่นสร้างคุณงามความดีทุก ๆ ครั้งที่มีโอกาส ไม่ปล่อยโอกาสในการสร้างคุณงามความดีให้หลุดลอยไป เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดี ไม่พลาดจากประโยชน์ทั้งปวงที่พึงได้รับ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในโลกนี้ หรือประโยชน์ในโลกหน้า
สรุปความว่า ความประมาท เป็นเหตุให้บุคคลพลาดจากการสร้างคุณงามความดี แต่ความไม่ประมาท เป็นเหตุให้บุคคลไม่พลาดโอกาสในการสร้างคุณงามความดี บุคคลผู้ไม่ประมาท จึงไม่พลาดจากประโยชน์ทั้งสอง คือ ทั้งประโยชน์ในโลกนี้และโลกหน้า ดังนั้น บุคคลพึงรักษาความไม่ประมาทไว้ดุจทรัพย์อันประเสริฐที่สุด เพื่อไม่ให้ตนต้องพลาดจากประโยชน์ทั้งปวง สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
อปฺปมตฺโต อุโภ อตฺเถ อธิคฺคณฺหาติ ปณฺฑิโต.
บัณฑิตผู้ไม่ประมาท ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งสอง.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
