อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ “ความโกรธ ครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมน ย่อมมีเมื่อนั้น”
ความโกรธ จะทำให้บุคคลกล้าที่จะทำความผิดนานาประการ ซึ่งโดยสามัญแล้วจะไม่กล้าทำเมื่อยังไม่เกิดความโกรธ แต่พอความโกรธเกิดขึ้นมาแล้วก็กล้าทำ
ความโกรธ จะทำให้บุคคลกล้าที่จะทำความผิดนานาประการ ซึ่งโดยสามัญแล้วจะไม่กล้าทำเมื่อยังไม่เกิดความโกรธ แต่พอความโกรธเกิดขึ้นมาแล้วก็กล้าทำ
เมื่อความโกรธเกิดขึ้น เราต้องตั้งสติให้ดี รู้ให้เท่าทันว่าเรากำลังโกรธ เมื่อรู้ว่ากำลังโกรธแล้ว ต้องพิจารณาผลเสียที่จะเกิดจากความโกรธนั้น
ถ้าเราเป็นคนฉลาด จะสามารถพิจารณาอารมณ์ต่าง ๆ ได้ จะไม่ปล่อยให้ความโกรธเกิดขึ้นครอบงำจิตใจ ถึงแม้ว่าจะพลาดให้ความโกรธเกิดขึ้น
การที่จะป้องกันความโกรธได้นั้น เราควรเจริญเมตตาบ่อย ๆ ฝึกแผ่เมตตาไปในสรรพสัตว์ทั้งหลาย ฝึกจิตให้มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นให้มาก ๆ
ถ้าอยากหลุดพ้นจากอาการดังว่ามา จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสลัดให้หลุดจากอำนาจของโทสะที่คอยควบคุมจิตใจของเราเอาไว้ ด้วยการเจริญเมตตาธรรมบ่อย ๆ
คนทำร้ายกันก็เพราะความโกรธนี่แหละเป็นตัวการ ใครทำอะไรไม่ถูกใจเข้าก็เกิดความโกรธขึ้นมา ความโกรธมันก็สั่งให้ทำร้ายเขา ถ้าขาดสติ ขาดการพิจารณา
ผู้ที่กำจัดความโกรธเสียได้ คือฆ่าความโกรธออกจากจิตใจเสียได้ ย่อมไม่มีความร้อนรุ่มกลุ้มใจ ไม่ฉุนเฉียว ไม่ขุ่นเคือง ไม่มีความหงุดหงิดรำคาญใจ
ถ้าเราฆ่าความโกรธเสียได้ ไม่มีความโกรธครอบงำจิตใจ คือกำจัดความโกรธออกจากใจเสียได้ ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของความโกรธนั้น
คนที่มักโกรธ คือมีความโกรธเป็นเจ้าเรือน ถูดความโกรธครอบงำจิตใจ จะเป็นผู้ที่มีจิตใจเกรี้ยวกราด มุ่งแต่จะทำกรรมที่เป็นอกุศลฝ่ายเดียว
กายกับจิตนั้นเชื่อมโยงถึงกัน มีผลต่อกัน ความสดใสที่เกิดกับจิตใจภายใน ย่อมส่งผลให้ผิวกายภายนอกผ่องใสตามไปด้วย ความขุ่นมัวที่เกิดกับจิตใจภายใน
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พวกเราเหล่าสาวก หมั่นเจริญเมตตา หมั่นแผ่เมตตาไปในสรรพสัตว์ทั้งหลายทุกหมู่เหล่า ปรารถนาให้สรรพสัตว์มีความสุข
คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์
บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์
ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์
บุคคลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นญาติสนิทมิตรสหาย หรือใครก็ตาม มักหลีกเลี่ยงบุคคลผู้มักโกรธ เพราะอยู่ใกล้แล้วไม่มีความสุข
เมื่อบุคคลมีขันติธรรมคือความอดทน และเมตตาธรรม คอยประคับประคองจิตแล้ว ย่อมจะไม่ถูกอำนาจของความโกรธครอบงำ เมื่อไม่ถูกความโกรธครอบงำ
เมื่อความโกรธเกิดขึ้น พึงรีบใช้ขันติธรรมมาข่ม และใช้เมตตาธรรมมายับยั้งโดยเร็ว จะได้ไม่ตกเป็นทาสของความโกรธ และสร้างกรรมที่ร้ายแรง
คนที่ถูกความโกรธครอบงำ เมื่อจะทำอะไรเพื่อเป็นการระบายอารมณ์โกรธ ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะทำได้ยากเย็นแค่ไหน เขาก็ยังจะดันทุรังทำ
คนที่ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมจะมีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิด รำคาญใจ ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำอะไรโดยขาดการยั้งคิด ทำความผิดโดยไม่พิจารณา
คนที่มีความโกรธเป็นเจ้าเรือนเช่นนี้ ย่อมไม่มีใครอยากเข้าใกล้ แม้แต่ญาติสนิทมิตรสหายก็ไม่อยากจะเข้าใกล้หรือคบค้าสมาคมด้วย
ความโกรธนี้เป็นสิ่งที่ก่อแต่ความพินาศ ควรเร่งกำจัดมันเสีย อย่าให้มันครอบงำจิตใจของเรา และบงการให้เราทำตามอำนาจของมัน