นตฺถิ โทสสโม กลิ.
“ความผิด เสมอด้วยโทสะ ไม่มี”
(ขุ.ธ. 25/42)
บรรดาความผิดทั้งหลายทั้งปวง ท่านว่า ไม่มีความผิดใดจะเสมอเหมือนกับโทสะเลย เพราะโทสะเป็นรากฐานที่ผลักดันให้มนุษย์ทำความผิดได้สารพัดรูปแบบ ทั้งทำร้ายร่างกาย ทำลายทรัพย์สิน และในบางกรณีอาจรุนแรงถึงขั้นพรากชีวิตผู้อื่นไป โทสะจึงถูกจัดว่าเป็นภัยร้ายแรงที่สุดของจิตใจ
การด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก็มักมีต้นเหตุมาจากความโกรธ เมื่อมีใครทำสิ่งที่ไม่ถูกใจ ความโกรธก็ผุดขึ้นมา และเมื่อขาดสติขาดการยับยั้ง ความโกรธก็สั่งให้พูดจาไม่ดีออกมา ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท สร้างความบาดหมางให้เกิดขึ้น
การทำร้ายกันด้วยกำลังทางกายก็ไม่ต่างกัน เมื่อเกิดความโกรธในใจ มันจะกระตุ้นให้ลงมือทำร้ายผู้อื่นโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ หากขาดการใช้สติพิจารณาเพียงชั่ววูบ ก็อาจทำให้เผลอทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเองและผู้อื่นได้อย่างมาก
ความโกรธที่ทวีความรุนแรงที่สุด คือเมื่อมันผลักดันให้ถึงขั้นฆ่ากัน พรากชีวิตกัน ซึ่งถือเป็นบาปกรรมหนักที่สุดในพระพุทธศาสนา เรื่องราวสะเทือนใจที่เราได้เห็นในสังคมอยู่บ่อยครั้ง ล้วนมีต้นตอมาจากความโกรธที่ครอบงำใจโดยไม่มีสติควบคุมทั้งสิ้น
จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นการด่ากัน การทำร้ายกัน หรือการฆ่ากัน ความโกรธคือผู้สั่งการทั้งสิ้น มันคือเชื้อไฟที่เผาผลาญสติและปัญญา ทำให้มนุษย์หลงกระทำการอันเป็นอกุศล โดยไม่ได้ไตร่ตรองถึงผลเสียที่จะตามมาเลย
เพราะเหตุนั้น พุทธศาสนาจึงสอนว่า “ความผิดเสมอด้วยโทสะไม่มี” หมายความว่า ไม่มีความผิดใดที่จะยิ่งใหญ่และเป็นรากเหง้าของความผิดทั้งหลายได้เท่ากับโทสะ มันคือประตูเปิดสู่การกระทำผิดรูปแบบต่าง ๆ
หากมนุษย์รู้จักควบคุมและระงับโทสะได้ตั้งแต่ต้น ความผิดทั้งหลายก็จะไม่เกิดขึ้น การมีสติรู้เท่าทันอารมณ์โกรธ และใช้ขันติธรรมมาข่มมันไว้ คือหนทางที่จะป้องกันไม่ให้โทสะเข้ามาครอบงำจิตใจ
เมื่อใจพ้นจากอำนาจโทสะ ความสงบเย็นก็จะเข้ามาแทนที่ ความสัมพันธ์จะแนบแน่น ชีวิตจะปราศจากความขัดแย้ง และสังคมก็จะสงบร่มเย็น.
