อโถ อตฺถํ คเหตฺวาน อนตฺถํ ปฏิปชฺชติ.
“คนมักโกรธ ถือเอาประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์”
(องฺ.สตฺตก. 23/98)
ความโกรธเป็นอารมณ์ที่ทำให้ขาดสติและปัญญามืดบอด ผู้ที่มักโกรธบ่อย ๆ มักจะไม่สามารถใช้เหตุผลได้อย่างเต็มที่ แม้จะมีสิ่งที่ควรเป็นประโยชน์อยู่ตรงหน้า แต่เพราะความโกรธครอบงำ กลับทำให้ใช้สิ่งนั้นผิดทาง จนกลายเป็นความเสียหายแทน
ดังนั้น คนมักโกรธแม้ถือเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์แล้ว กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์ เช่น มีมิตรสหายที่ดีคอยเกื้อกูล แต่เมื่อโกรธก็กลับผลักไสให้กลายเป็นศัตรู มีโอกาสดีในการทำงาน แต่เพราะโกรธจึงทำลายโอกาสนั้นด้วยการพูดหรือกระทำที่ไม่เหมาะสม
ในบางครั้ง ความโกรธทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด ใช้ทรัพย์สมบัติหรือโอกาสที่ควรสร้างคุณค่าไปในทางที่เป็นโทษ เช่น ใช้คำพูดรุนแรงกับคนใกล้ตัวจนเสียความสัมพันธ์ หรือใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต
แม้จะได้สิ่งดี ๆ ในชีวิต เช่น ตำแหน่งหน้าที่การงาน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานที่พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าเป็นคนมักโกรธ สิ่งเหล่านี้กลับไม่สามารถเป็นประโยชน์ในระยะยาวได้ เพราะความโกรธจะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยก และพังทลายลง
โทษของความโกรธจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำให้ใจร้อนรุ่มเท่านั้น แต่ยังทำให้สูญเสียประโยชน์ที่มีอยู่ ทำให้ชีวิตที่ควรเจริญงอกงามกลับเสื่อมถอย เพราะใช้สิ่งที่ควรเป็นประโยชน์ไปในทางที่ไร้สาระหรือก่อโทษ
หากพิจารณาให้ดี จะเห็นว่า ความโกรธคือผู้ทำลายประโยชน์ของเราโดยตรง ยิ่งโกรธมากเท่าใด สิ่งที่ควรเป็นประโยชน์ก็ยิ่งสูญสลายไปมากเท่านั้น ทั้งโอกาส ความสัมพันธ์ และชื่อเสียงล้วนถูกทำลายลงในพริบตา
หนทางแก้ไขคือ การฝึกสติรู้เท่าทันอารมณ์โกรธ ไม่ปล่อยให้มันชักนำเราไปสู่การประพฤติผิด ใช้ขันติธรรมคือความอดทนอดกลั้น และเจริญเมตตาธรรมเพื่อทำให้ใจอ่อนโยน เมื่อใจมีเมตตา ความโกรธย่อมเบาบางลง
เมื่อเราสามารถละความโกรธได้ เราก็จะสามารถใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงได้ ทั้งประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น ชีวิตย่อมเจริญงอกงาม ไม่เสื่อมถอย เพราะไม่ตกเป็นทาสของความโกรธอีกต่อไป.
