โกธํ ฆตฺวา น โสจติ.
“ฆ่าความโกรธได้ ย่อมไม่เศร้าโศก”
(สํ.ส. 15/57, 64)
ความโกรธเป็นอารมณ์ที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง เมื่อความโกรธเกิดขึ้น ใจย่อมร้อนรุ่ม กระวนกระวาย ไม่เป็นอันหลับไม่เป็นอันนอน ความสงบหายไปทันที เหลือเพียงความฟุ้งซ่านและความทุกข์ใจที่คอยกัดกินอยู่ตลอดเวลา
ในยามโกรธ ใจจะจดจ่ออยู่แต่กับสิ่งที่ทำให้โกรธ นึกถึงคำพูด นึกถึงเหตุการณ์ หรือบุคคลที่ทำให้ไม่พอใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธมากขึ้น ราวกับเราเติมเชื้อไฟให้เพลิงโทสะลุกโชนแรงกว่าเดิม
คนที่มักโกรธบ่อย ๆ ย่อมไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย เพราะอยู่ใกล้แล้วไม่มีความสุข การอยู่กับคนเช่นนี้ก็เหมือนนั่งอยู่ใกล้กองไฟ รู้สึกร้อนรุ่มอึดอัดตลอดเวลา ใคร ๆ ก็อยากหลีกห่าง ไม่อยากเข้ามาใกล้
เมื่อความโกรธครอบงำใจ บุคคลนั้นก็จะกลายเป็นคนเจ้าโทสะ พร้อมที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาได้ตลอดเวลา และเมื่ออารมณ์นำหน้า เหตุผลก็มักหายไป ทำให้ตัดสินใจผิดพลาดหรือทำสิ่งที่ไม่ควรทำ
ความโกรธสามารถผลักดันให้คนเราทำผิดศีลธรรม หรือแม้แต่ฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง การทำร้ายผู้อื่น พูดจาหยาบคาย หรือสร้างความเดือดร้อนแก่คนรอบข้าง ล้วนเกิดจากการขาดสติยับยั้งอารมณ์โกรธทั้งสิ้น
เมื่อการกระทำนั้นย้อนกลับมาพร้อมกับโทษทางกฎหมายหรือผลแห่งบาปกรรม คนผู้นั้นก็ต้องเศร้าโศกเสียใจในภายหลัง เสียทั้งชื่อเสียง เสียทั้งโอกาส และบางครั้งก็เสียทั้งอิสรภาพ เพียงเพราะขาดการควบคุมอารมณ์โกรธเพียงชั่ววูบ
แต่หากเราสามารถ “ฆ่าความโกรธ” ได้ คือกำจัดมันออกจากจิตใจ ไม่ยอมให้มันเข้ามาครอบงำ เราก็จะไม่ต้องทำตามอำนาจของมันอีกต่อไป ความคิด คำพูด และการกระทำก็จะอยู่ภายใต้การนำของสติและปัญญาแทน
เมื่อไม่ทำตามอำนาจของความโกรธ ผลเสียต่าง ๆ ก็ไม่เกิดขึ้น ความทุกข์ใจและความเศร้าโศกก็ไม่ตามมา จิตใจจะสงบเย็น เบาสบาย และชีวิตก็จะเต็มไปด้วยความสุขแท้จริงที่ไม่ถูกเผาผลาญด้วยไฟแห่งความโกรธ.
