โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ.
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย”
(นัย- ขุ.ชา.ทสก. 27/286)
ความโกรธเป็นอารมณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรง เมื่อมันครอบงำจิตใจใครแล้ว ย่อมทำให้ผู้นั้นสูญเสียความสงบและความผ่องใสของใจไปทันที สิ่งที่เคยคิดดี พูดดี ทำดี ก็ถูกความโกรธกลบกลืนจนหมดสิ้น
เมื่อความโกรธเกิดขึ้น กุศลธรรมที่เคยสั่งสมมาก็อาจดับลงชั่วขณะ เหมือนแสงสว่างที่ถูกเมฆดำบดบัง ปัญญาไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ใจที่เคยอ่อนโยนก็แข็งกระด้าง กลายเป็นใจที่พร้อมจะเบียดเบียนผู้อื่น
ในยามโกรธ คนเรามักลืมเหตุผล ลืมคำสอน ลืมศีลธรรมที่ยึดถืออยู่ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเหลือเพียงอำนาจของโทสะที่คอยบงการให้คิด พูด หรือทำในสิ่งที่ผิดพลาดและก่อโทษต่อตนเองและผู้อื่น
กุศลธรรม เช่น เมตตา กรุณา หรือขันติ ย่อมอันตรธานไปเมื่อความโกรธเข้ามาครอบงำ ใจที่เคยปรารถนาดีต่อผู้อื่น กลับกลายเป็นใจที่อยากทำร้าย กลายเป็นผู้ละกุศลโดยแท้
ดังนั้น ผู้ที่ไม่ฝึกควบคุมความโกรธ ย่อมมีแต่จะสร้างอกุศลกรรม ทำบาป พูดจาหยาบคาย ทำร้ายร่างกาย หรือสร้างความเดือดร้อนในรูปแบบต่าง ๆ ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือความทุกข์ที่ย้อนกลับมาหาตนเอง
ทางแก้คือการตั้งสติให้รู้เท่าทันอารมณ์ ฝึกใช้ขันติธรรมคือความอดทน อดกลั้น และเจริญเมตตาให้เต็มหัวใจ เมื่อเมตตาเกิดขึ้น ความโกรธย่อมไม่อาจเข้ามาครอบงำได้ง่าย ๆ
ผู้ที่สามารถรักษาจิตไม่ให้ตกอยู่ในอำนาจของความโกรธ ย่อมรักษากุศลไว้ได้ เมื่อใจผ่องใส ย่อมพูดดี ทำดี และคิดดี ส่งผลให้ชีวิตสงบเย็น เป็นสุข และเจริญงอกงามทั้งทางโลกและทางธรรม.
