โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ “ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว”

โกเธน อภิภูตสฺส น ทีปํ โหติ กิญฺจนํ.

“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว”

(องฺ.สตฺตก. 23/99)

ความโกรธเป็นไฟที่ร้อนแรง เมื่อมันลุกโชนขึ้นในใจใครแล้ว บุคคลนั้นย่อมไม่อาจอยู่เป็นสุขได้เลย ความโกรธทำให้จิตใจว้าวุ่น กระวนกระวาย ไม่อาจหาที่พึ่งหรือที่พักใจได้

ผู้ที่ถูกความโกรธครอบงำ เหมือนถูกไฟเผาอยู่ภายใน ทุกที่ที่ไปก็รู้สึกอึดอัด ร้อนรุ่ม อยู่ตรงไหนก็ไม่สบายใจ เพราะไฟแห่งโทสะเผาผลาญใจอยู่ตลอดเวลา

ไม่เพียงเท่านั้น ความโกรธยังผลักไสผู้คนรอบข้างให้ห่างเหิน ญาติ มิตร และสหายไม่อยากอยู่ใกล้ เพราะเมื่อใดที่ความโกรธแสดงออกมา บรรยากาศรอบตัวก็เต็มไปด้วยความกดดันและความไม่น่าอยู่

แม้ภายในครอบครัว ความโกรธก็ทำให้ความรักความอบอุ่นหายไป เหลือเพียงความตึงเครียดและความบาดหมาง คนที่อยู่บ้านเดียวกันก็พลอยไม่อยากอยู่ร่วมด้วย เพราะไม่มีความสงบใจเมื่ออยู่ใกล้ผู้ที่โกรธง่าย

ในทางธรรม ความโกรธยังทำให้ใจขาดที่พึ่งทางจิตวิญญาณ ไม่สามารถตั้งมั่นในสมาธิ ไม่สามารถเจริญปัญญา เพราะใจที่ร้อนรุ่มและฟุ้งซ่านย่อมไม่อาจเข้าถึงความสงบได้

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความโกรธเป็นไฟเผาผลาญกุศลธรรม เมื่อความโกรธเกิดขึ้น สิ่งดีงามในใจก็ถูกเผาไหม้ ไม่มีแม้ที่พำนักทางใจ จึงเปรียบได้กับผู้เร่ร่อนที่ไร้ที่อยู่ ต้องระหกระเหินอยู่กับไฟแห่งอารมณ์

ทางออกคือ การมีสติรู้เท่าทันความโกรธ เมื่อมันเกิดขึ้นต้องหยุดใจไว้ ไม่ปล่อยให้โทสะบงการ ใช้ขันติธรรมคือความอดทนอดกลั้น และเมตตาธรรมคือความปรารถนาดีต่อผู้อื่นเข้ามาคุมใจไว้

สรุปว่า ผู้ที่ปล่อยให้ความโกรธครอบงำ ย่อมไม่มีที่พำนักเลยจริง ๆ ทั้งทางกายและทางใจ แต่ผู้ที่ดับความโกรธได้ ย่อมพบที่พำนักอันแท้จริง คือความสงบเย็นในใจ ที่ไม่ต้องหวาดกลัวและไม่ต้องเร่ร่อนในอำนาจของกิเลสอีกต่อไป.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.