ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ.
ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้.
สํ. ส. ๑๕/๓๑๖.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ.
ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
ผู้มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คือบุคคลที่มีความกรุณาและความเมตตาต่อผู้อื่น การที่คนเรามีจิตใจแบบนี้ทำให้เราอยากแบ่งปันสิ่งดี ๆ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน ข้าวของ หรือแม้กระทั่งความรู้และเวลาของเรา รวมถึงการให้กำลังใจ ความห่วงใย และความช่วยเหลือในเวลาที่ผู้อื่นต้องการ การมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเช่นนี้ทำให้เราเป็นที่รักและนับถือของคนรอบข้าง
การมีจิตใจเอื้อเฟื้อทำให้เราสามารถผูกมิตรกับคนอื่นได้ง่าย เพราะการที่เราเป็นผู้ให้ เราจะได้รับการยอมรับและความไว้วางใจจากผู้อื่น การช่วยเหลือและการให้ความสนับสนุนในเวลาที่คนอื่นต้องการสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่น นอกจากนี้ การที่เราให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนยังทำให้คนอื่นรู้สึกว่าพวกเขาสามารถพึ่งพาเราได้ ทำให้ความสัมพันธ์นั้นแข็งแรงและยั่งยืน
นอกจากนี้ การมีจิตใจเอื้อเฟื้อยังทำให้เรามีความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจในความทุกข์และความยากลำบากของผู้อื่น การที่เราเป็นผู้ให้และเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นทำให้เราได้รับการตอบแทนด้วยความรักและความเคารพจากคนรอบข้าง นี่คือวิถีทางในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยาวนาน และทำให้เรามีชีวิตที่มีความหมายและเป็นประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนั้นแล้ว การให้บ่อย ๆ ยังเป็นการสั่งสมบุญให้เพิ่มมากขึ้นด้วย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในทีฆนิกาย มหาวรรค ว่า
ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ.
เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น.
การให้เป็นการกระทำที่มีคุณค่าและสำคัญในทางพระพุทธศาสนา การให้ ไม่เพียงแต่สร้างความสุขให้กับผู้รับเท่านั้น แต่ยังสร้างผลบุญที่ยิ่งใหญ่แก่ผู้ให้ด้วย เมื่อเราให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เราจะได้รับความสุขใจจากการให้ที่เต็มไปด้วยความเมตตาและความกรุณา การให้บ่อยๆ ทำให้เราได้ฝึกฝนจิตใจให้มีความเสียสละ และมีความเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้น
การให้บ่อยๆ ยังช่วยสร้างความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เมื่อเราทำบุญหรือให้สิ่งของแก่ผู้อื่น เราได้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเห็นอกเห็นใจต่อความทุกข์ของคนอื่น การให้บ่อยๆ ทำให้เรามีโอกาสได้เรียนรู้ถึงความหมายของการเป็นผู้ให้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างสังคมที่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ในทางพุทธศาสนา การทำบุญด้วยการให้เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มพูนบุญบารมี ซึ่งเป็นการสะสมความดีในตัวเอง การให้บ่อยๆ จะทำให้เรามีโอกาสได้สร้างบุญบารมีอย่างต่อเนื่อง การให้ไม่จำเป็นต้องเป็นการให้สิ่งของที่มีค่าเสมอไป แต่สามารถเป็นการให้คำแนะนำ การให้กำลังใจ หรือแม้กระทั่งการให้เวลาในการช่วยเหลือผู้อื่น ทุก ๆ การให้ล้วนแต่เป็นการสร้างบุญกุศลให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
สรุปความว่า การให้ เป็นการบำเพ็ญบุญขั้นพื้นฐานในพุทธศาสนา โดยให้สามารถให้ได้ทั้งวัตถุสิ่งของ ทรัพย์สินเงินทอง ธรรมะ และความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ การให้ สร้างความสุขใจให้ทั้งแก่ผู้ให้และผู้รับ และเป็นการผูกไมตรีระหว่างผู้ให้และผู้รับให้มีความสัมพนธ์ที่ดีต่อกันได้ นอกจากนี้ ทุก ๆ ครั้งที่ให้ ผู้ให้ย่อมได้สะสมบุญกุศลให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ.
ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
