กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี พ.ศ. ๒๕๔๕

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ

ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๖,๖๖.


แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.

ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป


อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ

ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน.

บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป

ในชีวิตประจำวันของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการดำเนินชีวิตในด้านต่าง ๆ เรามักจะต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นอยู่เสมอ เช่น พึ่งพาครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรอบข้างในการช่วยเหลือและให้คำปรึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีคนรอบข้างที่คอยสนับสนุนและช่วยเหลือนั้นเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์อย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาอาศัยคนอื่นนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน และไม่สามารถพึ่งพาได้ตลอดไป เนื่องจากชีวิตและสถานการณ์ของคนรอบข้างก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งในด้านการงาน สุขภาพ และความสัมพันธ์ ทำให้การพึ่งพาคนอื่นเป็นสิ่งที่ไม่มีความมั่นคง

ในพระพุทธศาสนา มีคำสอนที่สำคัญที่เรียกว่า “ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน” ซึ่งเป็นคำสอนที่ชี้ให้เราเห็นว่า การพึ่งพาตนเองเป็นสิ่งที่มั่นคงและยั่งยืนมากที่สุด การพึ่งพาตนเองในที่นี้หมายถึงการพึ่งพาความดีงามและคุณธรรมที่เราสร้างขึ้นด้วยตนเอง

คำว่า “ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน” ในพุทธศาสนสุภาษิตนี้ หมายถึงการที่เราต้องพึ่งพาตนเองในการสร้างคุณงามความดีทุกอย่าง เพื่อให้คุณงามความดีที่เราได้สร้างไว้นั้นเป็นที่พึ่งของเราทั้งในชาตินี้และชาติหน้า โดยที่เราไม่สามารถพึ่งพาอาศัยคนอื่นในการสร้างคุณงามความดีได้ นอกจากตัวเราเอง

การพึ่งพาตนเองไม่ใช่เพียงแค่การทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง แต่ยังรวมถึงการพัฒนาตนเองในด้านจิตใจและจริยธรรม เช่น การฝึกสมาธิ การเจริญสติ และการมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่น สิ่งเหล่านี้เป็นการสร้างความมั่นคงภายในจิตใจ ทำให้เราสามารถเผชิญกับอุปสรรคและความยากลำบากในชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีสติ เมื่อเราฝึกตนเองให้เป็นคนที่ตั้งมั่นในศีลธรรม ยินดีในการสร้างคุณงามความดีอยู่เสมอ ก็จะทำให้เราได้รับที่พึ่งที่ได้ยากอย่างยิ่งคือพระนิพพาน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า

อตฺตนา หิ สุทนฺเตน นาถํ ลภติ ทุลฺลภํ.

ผู้มีตนฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งหาได้ยาก.

การฝึกตนในพุทธศาสนา หมายถึง การฝึกจิตใจของตนเองให้มีความมั่นคงในศีลธรรม และมีความยินดีในการสร้างคุณงามความดีทุกประเภท การฝึกตนที่ควรทำที่สำคัญหลัก ๆ มีอยู่ ๓ อย่าง ดังนี้

๑. ฝึกตนให้ยินดีในการให้ทาน

การให้ทานคือการแบ่งปันสิ่งที่เรามีให้แก่ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน อาหาร วัตถุสิ่งของอื่น ๆ ความรู้ หรือแม้กระทั่งการให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ การให้ทานช่วยลดความโลภในจิตใจ ทำลายความตระหนี่ และเสริมสร้างความเมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี ให้เกิดขึ้นในจิตใจ

๒. ฝึกตนให้ยินดีในการรักษาศีล

การรักษาศีลเป็นการควบคุมตนเองให้อยู่ในกรอบของศีลธรรม ศีลเป็นข้อปฏิบัติที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น เช่น การไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ลักทรัพย์ การไม่พูดเท็จ เป็นต้น การรักษาศีลช่วยเสริมสร้างความสงบในจิตใจและความมั่นคงในศีลธรรม และเป็นพื้นฐานไปสู่การบำเพ็ญกัมมัฏฐานให้ได้ผลอีกด้วย

๓. ฝึกตนให้ยินดีในการเจริญภาวนา

การเจริญภาวนาเป็นการฝึกจิตให้มีความสงบและมั่นคง โดยใช้วิธีการต่างๆ เช่น การปฏิบัติสมถกัมมัฏฐาน การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน การเจริญภาวนาช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล มีสมาติ และเพิ่มปัญญาในการเห็นความจริงของสิ่งต่างๆ และเป็นหนทางไปสู่เป้าหมายสูงสุดในพุทธศาสนา นั่นคือ พระนิพพาน

บุคคลผู้หมั่นฝึกตนเองใน ๓ ด้านนี้อยู่เป็นประจำ ย่อมได้ที่พึ่งที่ประเสริฐ เบื้องต้นได้แก่ที่พึ่งคือบุญกุศล อันจะเป็นที่พึ่งพาที่ดีเยี่ยมของบุคคลนั้น ๆ ในสัมปรายภพเบื้องหน้า เบื้องสูงย่อมได้ที่พึ่งอันเกษมสูงสุดคือพระนิพพานอันเป็นที่พึ่งที่ได้ยากยิ่งนัก

สรุปความว่า ถึงแม้ว่าเราจะสามารถพึ่งพาอาศัยคนอื่นได้ในบางกรณีในการดำรงชีวิต แต่คนอื่นทั้งปวงนั้นก็ไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้เราได้อย่างยั่งยืนตลอดไป ที่พึ่งที่ดีที่สุดและยั่งยืนที่สุดของมนุษย์ก็คือตนเอง เราควรพึ่งตนเองในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านของการใช้ชีวิต และด้านการสร้างคุณงามความดี บุคคลที่พึ่งตนเองในการสร้างคุณงามความดีทั้งปวง ได้ชื่อว่าเป็นผู้ฝึกตน คือฝึกตนเองให้มั่งคงในศีลธรรมและคุณงามความดีทั้งปวง เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมได้ที่พึ่งอันประเสริฐคือบุญกุศล โดยที่สุดย่อมได้ที่พึ่งอันสูงสุดคือพระนิพพาน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า

อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ

ตนแล เป็นที่พึ่งแห่งตน.

ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.