ขนฺติ ธีรสฺสลงฺกาโร “ความอดทน เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์”
นอกจากเครื่องประดับภายนอกที่ทำให้ร่างกายงดงามแล้ว ยังมีเครื่องประดับอีกประเภทหนึ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่า คือ เครื่องประดับภายใน
พุทธศาสนสุภาษิต คำสอนของพระพุทธศาสนาที่รวบรวมไว้เป็นบทสั้น ๆ ความหมายกว้างขวาง ครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต มีทั้งคติเตือนใจ แนวทางการดำเนินชีวิต หลักธรรมะ และปรัชญาที่ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย จดจำง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อความสุขสงบและเจริญรุ่งเรืองอย่างผู้มีปัญญาและมีธรรมะรักษาใจ
นอกจากเครื่องประดับภายนอกที่ทำให้ร่างกายงดงามแล้ว ยังมีเครื่องประดับอีกประเภทหนึ่งที่มีคุณค่ายิ่งกว่า คือ เครื่องประดับภายใน
ขันติ แปลว่า ความอดทน หมายถึง อาการของจิตใจที่ไม่หวั่นไหว ไม่ถูกครอบงำด้วยอำนาจของอารมณ์หรือกิเลสต่าง ๆ เมื่อความโกรธ ความโลภ
คำว่า นักพรต หมายถึง ผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติเพื่อขัดเกลาจิตใจของตนเอง เพื่อกำจัดกิเลสให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ ในที่นี้หมายถึงนักบวชในพระพุทธศาสนา
คำว่า สมณพราหมณ์ หมายถึง ผู้ที่ละทางโลก ออกบวชเพื่อแสวงหาหนทางแห่งความหลุดพ้นจากทุกข์ในวัฏสงสาร เป้าหมายของสมณพราหมณ์คือการฝึกฝน
ผู้ที่มีความอดทน คือผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็งและมั่นคง สามารถควบคุมตนเองได้ดี ไม่หวั่นไหวไปตามสิ่งเร้าที่มากระทบ ทั้งยังมีใจเย็น
ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ ทั้งแก่ตน ทั้งแก่ผู้อื่น ผู้มีขันติ ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน.
ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียน และการทะเลาะกันเป็นต้นได้.
ผู้มีขันติ นับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ ผู้มีขันติ เป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้า ด้วยบูชาอย่างยิ่ง.
ขันติ เป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ กุศลธรรมทั้งปวง ย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น.
ขันติ เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติ เป็นตบะของผู้พากเพียร ขันติ เป็นกำลังของนักพรต ขันติ นำประโยชน์สุขมาให้.
ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ).
เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้ (เพราะว่า) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ.
ถ้าคิดอยากจะฆ่าอะไรสักอย่าง ให้ฆ่าความโกรธ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะเมื่อฆ่าความโกรธเสียได้แล้ว เราก็ไม่ต้องไปทำกรรมไม่ดีทั้งหลาย
ควรฝึกบรรเทาความโกรธ และกำจัดความโกรธออกจากใจให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดทางให้ปัญญาทำงานได้อย่างเต็มที่ การใช้ชีวิตจะได้ราบรื่น
เมื่อใดก็ตามที่ความโกรธเกิดขึ้น เราต้องฝึกใช้ขันติคือความอดทนอดกลั้นมาข่มความโกรธนั้นไว้ ไม่ให้มันลุกลามใหญ่โต ไม่ให้มันบงการจิตของเรา
เมื่อความโกรธเกิดขึ้น ให้แก้ด้วยการอดทน ใช้ขันติธรรมมาข่มมันเอาไว้ ไม่ให้กำเริบ และใช้เมตตาธรรมมาคุ้มครองจิตไว้ ไม่ให้เผลอไปทำความชั่ว
ความโกรธ จะทำให้บุคคลกล้าที่จะทำความผิดนานาประการ ซึ่งโดยสามัญแล้วจะไม่กล้าทำเมื่อยังไม่เกิดความโกรธ แต่พอความโกรธเกิดขึ้นมาแล้วก็กล้าทำ