น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ นปิ เกวลี พฺราหฺมโณ น เจว ขนฺติ โสรจฺจํ นปิ โส ปรินิพฺพุโต.

น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ     นปิ เกวลี พฺราหฺมโณ
น เจว ขนฺติ โสรจฺจํ      
  นปิ โส ปรินิพฺพุโต.

ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มี เพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ).

(โพธิสตฺต) ขุ.ชา.ปกิณฺณก. 27/376.

ความบริสุทธิ์หมดจดของจิตใจ มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากการเจริญศีล สมาธิ และปัญญา ศีลเป็นพื้นฐานที่ช่วยขัดเกลากายและวาจาให้สะอาด สมาธิเป็นกำลังที่ทำให้ใจตั้งมั่นไม่ฟุ้งซ่าน และปัญญาเป็นแสงสว่างที่ช่วยให้เห็นความจริงของสรรพสิ่ง จึงทำให้ใจบริสุทธิ์ปราศจากกิเลส

ความอดทนหรือขันติ ย่อมเกิดขึ้นได้เมื่อบุคคลมีความตั้งใจจริงที่จะก้าวพ้นจากสภาพที่เลวร้าย และมุ่งเข้าสู่สภาพที่ดีกว่า ความอดทนทำให้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ไม่ถอยหนีเพราะความทุกข์ แต่พร้อมจะเผชิญและก้าวข้ามไปให้ได้เพื่อความเจริญในธรรม

ส่วนความสงบเสงี่ยม หรือโสรัจจะ ย่อมเกิดขึ้นได้จากการเป็นผู้คงที่ ไม่หวั่นไหวต่อวิสภาคารมณ์ คืออารมณ์ที่ไม่น่าพอใจทั้งหลาย ผู้มีความสงบเสงี่ยมย่อมควบคุมตนเองได้ ไม่แสดงอาการก้าวร้าวหรือหยาบคาย ทำให้มีความงดงามทั้งทางกาย วาจา และใจ

และที่สุดแห่งคุณธรรมคือความเย็นสนิท คือการเข้าถึงพระนิพพาน ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ด้วยอรหัตตผล ผลของการปฏิบัติที่สูงสุด อันจะบังเกิดขึ้นแก่ผู้ที่บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานอย่างจริงจัง จนสามารถดับกิเลสได้สิ้นเชิง

คุณธรรมทั้งหมดดังที่กล่าวมาแล้วนี้ ไม่อาจบังเกิดขึ้นได้ด้วยเพียงการชำระล้างทางกาย เช่น การอาบน้ำชำระร่างกาย หรือแม้แต่การสวดอ้อนวอน ขอพร หรือประกอบพิธีกรรมใด ๆ ก็ตาม เพราะสิ่งเหล่านั้นมิใช่วิถีแห่งการบรรลุคุณธรรมตามหลักพุทธศาสนา

พุทธศาสนาสอนชัดเจนว่า คุณธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เช่น การรักษาศีลให้บริสุทธิ์ การหมั่นเจริญสมถกรรมฐานเพื่อความสงบของใจ และการเจริญวิปัสสนากรรมฐานเพื่อให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งตามความจริง

หลักสำคัญคือ ความบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์เป็นของเฉพาะตน คือใครทำ คนนั้นก็ได้ผล ไม่สามารถฝากให้ใครทำแทนได้ และการทำต้องทำให้ถูกวิธี หากทำไม่ถูกทาง แม้จะตั้งใจมากเพียงใดก็ไม่อาจบรรลุผลตามที่หวังได้

ปัจจุบันผู้คนจำนวนไม่น้อยยังคงนิยมฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายนอก หวังให้ดลบันดาลโชคลาภ ความสำเร็จ หรือความสุขให้ โดยการบนบานศาลกล่าว การขอพร หรือการทำพิธีต่าง ๆ แต่กลับละเลยการลงมือปฏิบัติขวนขวายด้วยตนเอง

การกระทำเช่นนั้นถือเป็นสิ่งที่สวนทางกับคำสอนของพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำเสมอว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน บุคคลต้องพยายามสร้างคุณงามความดีด้วยตนเอง ขยันหมั่นเพียร และใช้ปัญญาเป็นเครื่องนำทาง

ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายพึงหันมาสร้างบารมีให้ถูกทาง โดยการศึกษาให้รู้ลึกซึ้งในหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า และนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน การปฏิบัติที่ถูกต้องเท่านั้นจึงจะนำมาซึ่งประโยชน์ที่แท้จริง และสามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดคือพระนิพพานได้.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.