สตฺถุโน วจโนวาทํ กโรติเยว ขนฺติโก ปรมาย จ ปูชาย ชินํ ปูเชติ ขนฺติโก

สตฺถุโน วจโนวาทํ     กโรติเยว ขนฺติโก
ปรมาย จ ปูชาย      
  ชินํ ปูเชติ ขนฺติโก

ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้า ด้วยบูชาอย่างยิ่ง.

ส.ม. 222.

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนเหล่าสาวกทั้งหลายให้บำเพ็ญขันติธรรม คือความอดทนหรือความอดกลั้น เพราะขันติเป็นรากฐานสำคัญของการปฏิบัติทั้งทางโลกและทางธรรม เป็นคุณธรรมที่ทำให้ใจหนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคหรือปัญหาที่เข้ามาขัดขวางการสร้างความดีและการบำเพ็ญบารมีเพื่อความพ้นทุกข์

ความอดทนตามหลักขันติธรรมแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ชัดเจน เพื่อให้สาวกทั้งหลายได้ยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติธรรม ลักษณะของขันติทั้งสี่นี้คือการอดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อความเจ็บใจ และอดทนต่ออำนาจกิเลส

ความอดทนต่อความลำบากตรากตรำ เป็นการฝึกใจให้เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเหนื่อยยากเพียงใดในการศึกษาเล่าเรียน การประกอบอาชีพ การสร้างบุญกุศล หรือการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน หากเรามีขันติ ย่อมไม่ย่อท้อ แต่จะมุ่งมั่นพากเพียรจนบรรลุความสำเร็จในกิจกรรมนั้น ๆ

ความอดทนต่อทุกขเวทนา คือการไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดทางกายและทางใจ เช่น ความเจ็บไข้ หรือความไม่สบายใจทั้งหลาย ถึงแม้ร่างกายจะได้รับความทรมาน แต่ผู้มีขันติย่อมไม่ยอมให้ทุกขเวทนามีอำนาจขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่หรือการบำเพ็ญธรรมได้

ความอดทนต่อความเจ็บใจ เป็นการควบคุมอารมณ์ที่ถูกกระทบจากภายนอก เช่น การถูกด่า การถูกดูถูกเหยียดหยาม หรือการถูกตำหนิอย่างไม่เป็นธรรม หากใจไม่มีขันติ ความเจ็บใจจะกลายเป็นไฟเผาลนจิตใจ แต่ผู้ที่มีขันติย่อมไม่ปล่อยให้ความเจ็บใจบงการตนไปทำสิ่งที่ไม่ดีงาม

ความอดทนต่ออำนาจกิเลส ถือเป็นขันติที่สำคัญที่สุด เพราะกิเลสทั้งหลาย เช่น ความโลภ ความโกรธ และความหลง เกิดขึ้นครอบงำจิตใจอยู่ทุกขณะ หากไม่มีขันติคอยข่มไว้ ก็ย่อมถูกชักนำให้กระทำบาปอกุศลได้ง่าย แต่ผู้ที่มีขันติย่อมสามารถต้านทาน ไม่ปล่อยให้กิเลสครอบงำบงการจิตใจ

บุคคลผู้ประกอบด้วยขันติทั้ง 4 ลักษณะนี้ ย่อมสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง สร้างความดีได้อย่างต่อเนื่อง และไม่หวั่นไหวต่อทุกข์ภัยต่าง ๆ ที่เข้ามาเบียดเบียน ขันติจึงเป็นพลังอันประเสริฐที่ทำให้ชีวิตดำเนินไปในทางที่ถูกต้องและงดงาม

การบำเพ็ญขันติธรรม เป็นการดำเนินตามโอวาทคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง เพราะพระองค์ทรงยกย่องขันติว่าเป็นธรรมเครื่องกำจัดกิเลสและเป็นบารมีสำคัญที่ทำให้บรรลุถึงพระโพธิญาณ

ดังนั้น ผู้ที่บำเพ็ญขันติธรรมย่อมได้ชื่อว่ากำลังบูชาพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เพราะการปฏิบัติตามคำสอนนั้นจัดเป็น ปฏิบัติบูชา ซึ่งพระองค์ทรงสรรเสริญว่าเป็นการบูชาที่ประเสริฐที่สุด สูงกว่าการบูชาด้วยวัตถุหรือเครื่องสักการะใด ๆ

กล่าวโดยสรุป ขันติธรรมเป็นหัวใจของการปฏิบัติ ผู้ที่อดทนต่อความลำบาก ทุกขเวทนา ความเจ็บใจ และอำนาจกิเลสได้ ย่อมดำเนินไปตามหนทางที่พระพุทธเจ้าทรงชี้แนะ สร้างประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น และย่อมได้ชื่อว่าเป็นผู้บูชาพระพุทธเจ้าด้วยการบูชาอันสูงสุด.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.