ปมาโท มจฺจุโน ปทํ.
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๘. ขุ. ชา. ตึส. ๒๗/๕๒๔.
แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อ และบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป
เว็บไซต์ สถานีธรรม แต่งเป็นตัวอย่าง
ปมาโท มจฺจุโน ปทํ.
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย.
บัดนี้ จักได้อธิบายขยายเนื้อความแห่งกระทู้ธรรมภาษิตที่ได้ลิขิตไว้ ณ เบื้องต้น พอเป็นแนวทางแห่งการศึกษาและประพฤติปฏิบัติ สำหรับผู้สนใจในทางธรรมเป็นลำดับสืบต่อไป
คำว่า “ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย” นั้นมีความหมายลึกซึ้งและครอบคลุมหลายแง่มุมของชีวิต ความประมาทในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การไม่ระวังตัวในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่หมายถึงการขาดสติ การไม่ใส่ใจ การไม่ตั้งใจ หรือการไม่คิดรอบคอบในทุกๆ การกระทำและการตัดสินใจด้วย
ตัวอย่างของความประมาทในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
- สุขภาพ: การไม่ดูแลสุขภาพของตนเอง เช่น การกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย ไม่พักผ่อนให้เพียงพอ หรือไม่ใส่ใจในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ อาจนำไปสู่การเจ็บป่วยหรือปัญหาสุขภาพที่รุนแรงได้ในระยะยาว
- การขับขี่: การขับรถอย่างประมาท ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร หรือไม่ใส่ใจในการตรวจสอบสภาพรถก่อนใช้งาน อาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่ทำให้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
- การเงิน: การใช้จ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวัง ไม่วางแผนการเงิน หรือการลงทุนโดยไม่ศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ อาจนำไปสู่ปัญหาหนี้สินและความยากจนในอนาคตได้
ตัวอย่างความประมาทในทางธรรม เช่น
- การไม่ปฏิบัติธรรม: การไม่ตั้งใจปฏิบัติธรรม ไม่ฝึกสมาธิ ไม่ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือการใช้ชีวิตโดยไม่ยึดถือหลักธรรมเป็นข้อปฏิบัติ อาจทำให้จิตใจตกอยู่ในความทุกข์ ความหลงผิด และความไม่รู้จริง
- การไม่เจริญสติ: การไม่ฝึกสติ ไม่ตระหนักถึงการกระทำ คำพูด และความคิดของตนเอง อาจทำให้ตกอยู่ในความโลภ ความโกรธ และความหลง
- การไม่เจริญปัญญา: การไม่ศึกษาหรือไม่ใส่ใจในการพัฒนาปัญญา อาจทำให้ไม่เข้าใจถึงธรรมชาติของชีวิตและการดำรงอยู่ และทำให้ไม่สามารถตัดสินใจหรือดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
อนึ่ง บุคคลผู้ประมาทในการปฏิบัติธรรม คือไม่สนใจในการปฏิบัติธรรมเพื่อฝึกจิตใจและขัดเกลากิเลส ย่อมไม่ว่าสามารถพ้นจากวงจรของการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารได้ ซึ่งเป็นอีกความหมายหนึ่งของคำว่า “ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย”
การไม่ประมาทและการมีสติอยู่เสมอ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ปลอดภัย และประสบความสำเร็จในทุกด้าน และนำพาเราไปสู่ความไม่ตาย สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่มาในขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า
อปฺปมาโท อมตํ ปทํ.
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย.
คำว่า “ความไม่ประมาท” หมายถึงการมีสติอยู่เสมอ การทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความระมัดระวัง และไม่ปล่อยให้ตัวเองเผลอไปกับสิ่งที่ทำให้เสียหายหรือมีอันตราย เมื่อเราไม่ประมาท เราจะมีความตื่นตัวตลอดเวลา ทำให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดี และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
การไม่ประมาทจะนำเราไปสู่การมีชีวิตที่ปลอดภัยและยืนยาว เพราะการไม่ประมาทจะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการทำสิ่งที่อาจทำให้เกิดอันตราย และป้องกันการเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ในทางธรรม การไม่ประมาททำให้เรามีสติและปัญญาในการดำเนินชีวิต ทำให้เราสามารถสร้างความดีและหลีกเลี่ยงการทำความชั่ว ไม่ละเลยการปฏิบัติธรรมเพื่อกระทำที่สุดแห่งทุก ซึ่งจะนำไปสู่การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ในที่สุด
สรุปความว่า ความประมาทเป็นหนทางแห่งความตายทั้งในทางโลกและทางธรรม ตายในทางโลกหมายถึงตายจริงๆ หรือตายจากความเจริญรุ่งเรืองและตายจากคุณงามความดี ตายในทางธรรมหมายถึงการเวียนว่ายตายเกิดไม่จบสิ้น ดังนั้นบุคคลพึงฝึกตนให้เป็นคนไม่ประมาท มีสติปัญญาอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้เข้าถึงความไม่ตาย คือไม่ตายจากคุณงามความดีและประโยชน์ทั้งปวง โดยที่สุดคือเข้าถึงความไม่ตายอันได้แก่อมตธรรมคือพระนิพพาน สมดังพุทธศาสนสุภาษิตที่ยกขึ้นเป็นนิกเขปบท ณ เบื้องต้นว่า
ปมาโท มจฺจุโน ปทํ.
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย.
ซึ่งมีอรรถาธิบายดังได้บรรยายมาแล้ว ด้วยประการฉะนี้.
