กมฺมุนา วตฺตตี โลโก “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”
แม้แต่มนุษย์เราเกิดมา มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกัน มีฐานะความเป็นอยู่ต่างกัน บ้างร่ำรวย บ้างยากจน บ้างก็พออยู่ได้ ทั้งหมดนั้นก็เพราะกรรม
พุทธศาสนสุภาษิต คำสอนของพระพุทธศาสนาที่รวบรวมไว้เป็นบทสั้น ๆ ความหมายกว้างขวาง ครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต มีทั้งคติเตือนใจ แนวทางการดำเนินชีวิต หลักธรรมะ และปรัชญาที่ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย จดจำง่าย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อความสุขสงบและเจริญรุ่งเรืองอย่างผู้มีปัญญาและมีธรรมะรักษาใจ
แม้แต่มนุษย์เราเกิดมา มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกัน มีฐานะความเป็นอยู่ต่างกัน บ้างร่ำรวย บ้างยากจน บ้างก็พออยู่ได้ ทั้งหมดนั้นก็เพราะกรรม
เมื่อใคร่ครวญด้วยดีแล้ว เห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีแน่ ไม่ผิดศีลผิดธรรมแน่ อยู่ในกรอบของกฎหมายบ้านเมืองแน่ ไม่สร้างโทษแน่ ดังนี้แล้ว จึงค่อยทำ
สิ่งใดก็ตามที่เราได้กระทำลงไปแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่สามารถแก้ไขให้กลับมาดีเหมือนเดิมได้ มีแต่ต้องยอมรับผลของมันเท่านั้น
สิ่งใดมีประโยชน์ให้รีบทำให้สำเร็จก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ทำ คือก่อนที่มัจจุราชคือความตายจะมาบั่นทอนชีวิตของเราเสีย
ไม่ว่าจะทำสิ่งใด พึงทำด้วยความตั้งใจจริง ทำด้วยใจรัก ทำด้วยความเพียร ทำด้วยความเอาใจใส่ และทำด้วยปัญญาพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน
เมื่อบุคคลเหล่านั้นมีความเอ็นดู มีความปรารถนาดีต่อเรา ก็ย่อมแนะนำเราแต่ในทางที่ดี การทำตามคำแนะนำของบุคคลผู้เอ็นดูเหล่านั้น ย่อมจะก่อประโยชน์
เราต้องรู้ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรทำทีหลัง งานใดรีบด่วนต้องทำก่อน งานใดไม่รีบก็เก็บไว้ทำทีหลัง คือต้องจัดลำดับความสำคัญของงานให้ได้ด้วย
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด ก็อย่าให้ความดีต้องเสื่อมสูญเลย พึงรักษาความดีของตนเท่าที่มีอยู่อย่าให้ลดน้อยถอยลง
ใครช่วยเรา เราอย่านิ่งเฉยที่จะช่วยเหลือเขาตอบแทนในเวลาที่ต้องช่วย หรือถึงแม้เขายังไม่ได้ช่วยเรา เราก็ควรแสดงน้ำใจโดยการช่วยเหลือผู้อื่นก่อน
ถึงแม้ว่าการช่วยเหลือคนอื่นจะถือเป็นความดี แต่เราก็ควรเลือกช่วยเฉพาะคนที่ทำความดี หรืออย่างน้อย คนคนนั้นต้องไม่ทำความชั่ว
สุจริตทั้ง 3 ประการ เป็นสิ่งที่เราทั้งหลายควรทำให้มาก ๆ ควรบำเพ็ญให้มากและบำเพ็ญตลอดเวลา เพราะจะเป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยผลอันเป็นความสุข
ประโยชน์ทั้งหลาย ย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว.
เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน แต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย.
ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อน ย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ.
ผู้ใด ปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ผู้นั้น ย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่มฉะนั้น.
ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น.