กยิรา เจ กยิราเถนํ.
“ถ้าจะทำ ก็พึงทำการนั้นจริง”
(สํ.ส. 15/67, ขุ.ธ. 25/56)
การงานทั้งหลายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นงานทางโลกหรืองานทางธรรม หากประสงค์จะให้สำเร็จลุล่วงได้ จำเป็นต้องทำอย่างจริงจัง ประกอบด้วยความขยันขันแข็ง มุมานะ อดทน และเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติ โดยไม่ย่อท้อ ไม่ถอดใจ และไม่ทอดทิ้งกลางคัน จึงจะมีโอกาสประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้
งานทางโลก คือ การประกอบอาชีพ การทำมาหากินเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ทางสังคมที่ช่วยเกื้อกูลกันในหมู่มนุษย์ งานทางโลกจึงครอบคลุมทั้งหน้าที่การงาน การศึกษาเล่าเรียน การทำธุรกิจ ตลอดจนการรับผิดชอบต่อชุมชนและประเทศชาติ
การทำงานทางโลกให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และการวางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งต้องซื่อสัตย์สุจริตในวิถีการประกอบอาชีพ เพราะผลสำเร็จที่ได้มาด้วยความถูกต้องนั้นจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจและความมั่นคงที่ยั่งยืน
งานทางธรรม คือ การปฏิบัติขัดเกลาตน เพื่อชำระกิเลสและตัณหาออกจากจิตใจ ด้วยการรักษาศีล เจริญสมาธิ และพัฒนาปัญญา เป้าหมายสูงสุดของงานทางธรรมคือพระนิพพาน อันเป็นความพ้นทุกข์อย่างสิ้นเชิงและถาวร
งานทางธรรมไม่ใช่เพียงการนั่งสมาธิหรือสวดมนต์เท่านั้น แต่รวมถึงการฝึกใจให้อดทนต่อความยากลำบาก อดกลั้นต่อสิ่งยั่วยวน และมีสติระลึกรู้อยู่เสมอ เพื่อไม่ให้จิตหลงไปตามอำนาจของกิเลส
ทั้งงานทางโลกและงานทางธรรม หากทำเพียงผิวเผินหรือทำสักแต่ว่าทำ โดยไม่เอาใจใส่จริงจัง ก็ย่อมยากที่จะบรรลุผลสำเร็จได้ หรืออาจไม่สำเร็จเลย เพราะความสำเร็จต้องอาศัยการลงแรง ลงใจ และการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
ความตั้งใจจริงเป็นหัวใจของความสำเร็จ ไม่ว่าการงานนั้นจะเล็กหรือใหญ่ หากลงมือทำด้วยใจที่มุ่งมั่นแล้ว ก็จะเกิดพลังในการแก้ปัญหาและฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ จนงานนั้นสำเร็จลงได้ในที่สุด
นอกจากความเพียรแล้ว ปัญญาก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็น ต้องรู้จักพิจารณาไตร่ตรองถึงวิธีการ ขั้นตอน และผลลัพธ์ของการกระทำ เพื่อให้การงานดำเนินไปอย่างถูกทิศทาง ลดความผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพ
ดังนั้น ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ควรทำด้วยใจรัก ทำด้วยความเพียรพยายาม ทำด้วยความเอาใจใส่ และทำด้วยปัญญาที่รอบคอบ งานนั้นย่อมมีโอกาสสูงที่จะประสบความสำเร็จ และยังนำความสุข ความภาคภูมิใจมาสู่ตนเองและผู้อื่นอย่างแท้จริง.
