รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุํ ลวณํ โลณตํ ยถา “พึงรักษาความดีของตนไว้ เหมือนเกลือรักษาความเค็ม”

รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุํ ลวณํ โลณตํ ยถา.

“พึงรักษาความดีของตนไว้ เหมือนเกลือรักษาความเค็ม”

(ส.ส.)

การทำความดีนั้น เปรียบได้กับการพายเรือทวนกระแสน้ำ ผู้พายต้องออกแรงอย่างสม่ำเสมอ ต้องมีความเพียรและความอดทน หากหยุดพายแม้เพียงชั่วครู่ กระแสน้ำก็จะพัดให้เรือไหลกลับไปข้างหลัง เช่นเดียวกับความดีที่ต้องอาศัยความตั้งใจและความพยายามจึงจะคงอยู่และเจริญขึ้นได้

ตรงกันข้าม การทำความชั่วนั้นเปรียบเสมือนการพายเรือตามกระแสน้ำ แทบไม่ต้องใช้แรงพายมากนัก แค่ปล่อยตัวตามสบาย ปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาไป ก็จะล่องไหลไปข้างหน้าได้ แต่ทิศทางที่ไปนั้นคือทางเสื่อม และปลายทางย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน

มนุษย์เราทุกคนย่อมมีทั้งโอกาสที่จะทำความดีและโอกาสที่จะทำความชั่ว แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือใจที่ควบคุมการกระทำนั้น บางครั้งแม้เราจะสั่งสมความดีมานาน หากพลาดพลั้งไปทำความชั่วเพียงครั้งเดียว ความดีทั้งหมดอาจถูกบดบังด้วยการกระทำนั้นในสายตาของผู้คน

เพราะธรรมดาของสังคม มักจะจดจำความผิดพลาดได้ชัดเจนกว่าความดีที่สั่งสม การทำชั่วแม้เพียงครั้งเดียวจึงอาจทำให้ชื่อเสียงและเกียรติคุณที่สะสมมานานพังทลายลงในชั่วพริบตา เหมือนหม้อแกงที่สะอาดมานาน แต่เพียงมีเศษสิ่งสกปรกตกลงไป ก็ทำให้คนไม่กล้ารับประทาน

ดังนั้น การรักษาความดีที่มีอยู่แล้วให้มั่นคงจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การสร้างความดีใหม่ เราควรปกป้องความดีที่เรามีไว้ให้มั่นคง อย่าให้ลดน้อยถอยลงเพราะความประมาทหรือเพราะหลงตามกระแสแห่งกิเลสที่ล่อลวง

การรักษาความดีนั้น เปรียบเหมือนเกลือที่ไม่ว่าจะอยู่ในภาชนะใด หรือผสมกับอาหารชนิดใด ก็ยังคงรสเค็มของตนเองไว้ได้เสมอ ความดีในตัวเราก็เช่นกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใด พบผู้คนแบบใด หรือเผชิญเหตุการณ์เช่นไร ก็ควรรักษาให้มั่นคงเหมือนเดิม

นอกจากการรักษาความดีที่มีอยู่แล้ว เรายังควรหมั่นเพิ่มพูนคุณงามความดีอยู่เสมอ เพราะความดีนั้นเหมือนต้นไม้ หากไม่ได้รับการดูแล รดน้ำ พรวนดิน มันก็จะค่อย ๆ เหี่ยวแห้งลง การทำความดีอย่างต่อเนื่องจึงเปรียบเหมือนการหล่อเลี้ยงให้ต้นไม้แห่งคุณธรรมเติบโตงอกงาม

การป้องกันความชั่วก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กัน เพราะแม้จะพยายามสร้างความดีมากเพียงใด หากปล่อยให้ความชั่วเกิดขึ้นในใจ ความดีก็จะถูกกลบและเสื่อมไป การรู้จักระวังไม่ให้ความชั่วเกิดขึ้น จึงเป็นการคุ้มครองความดีของตนไว้ให้คงอยู่

นอกจากนี้ เรายังควรหมั่นกำจัดความชั่วที่มีอยู่แล้วในใจให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความโลภ ความหลง หรือความอิจฉาริษยา เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนวัชพืชที่แย่งอาหารจากต้นไม้แห่งคุณธรรม ทำให้ความดีไม่สามารถเติบโตได้เต็มที่

การดำเนินชีวิตโดยยึดหลัก “สร้างความดี รักษาความดี ป้องกันความชั่ว และกำจัดความชั่ว” จึงเป็นเสมือนเข็มทิศนำทางชีวิตให้มั่นคงไม่หลงไปในทางเสื่อม ช่วยให้เรามีทั้งเกียรติยศ ความสุขใจ และความภาคภูมิใจในตนเอง

ผู้ที่สามารถรักษาความดีได้มั่นคง จะกลายเป็นคนที่ผู้คนเชื่อถือและไว้วางใจ มีมิตรแท้และกัลยาณมิตรคอยสนับสนุน อีกทั้งยังเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่นเดินตาม เกิดแรงบันดาลใจให้ผู้คนในสังคมมีความยินดีและภาคภูมิใจในการทำความดี

ความดีที่เรารักษาและสั่งสมไว้นี้ จะไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ในชาตินี้เท่านั้น แต่ยังส่งผลดีไปในอนาคต ทั้งในแง่ของความสุขทางใจและผลบุญที่จะติดตามเราไปในสัมปรายภพด้วย จึงควรตั้งใจทำความดีและรักษาความดีให้มั่น ไม่ปล่อยให้เสื่อมสูญไปแม้เพียงน้อย.

Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.